ช่วงปฐมวัยระหว่างแรกเกิดถึง 6 ปี ถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในการวางรากฐานชีวิตของมนุษย์ ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ และสังคม การพัฒนาเด็กในช่วงนี้อย่างมีคุณภาพจะส่งผลต่อการเติบโตและการเรียนรู้ตลอดชีวิต (วรรณี แกมเกตุ, 2563) โดยปัจจุบัน แนวคิดการจัดการศึกษาปฐมวัยได้ก้าวข้ามการพัฒนาเพียงแค่ทักษะด้านใดด้านหนึ่ง แต่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาแบบองค์รวมที่สอดประสานกันอย่างสมดุล การลงทุนเพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัยอย่างเต็มศักยภาพจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดของสังคมและประเทศชาติ เพื่อสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพในอนาคต
แนวคิดการพัฒนาเด็กแบบองค์รวม (Holistic Development) มุ่งเน้นการบูรณาการการพัฒนาในทุกมิติเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ ไม่แยกส่วนออกจากกัน โดยเชื่อว่าการพัฒนาด้านหนึ่งจะส่งผลต่อการพัฒนาด้านอื่น ๆ ด้วย (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, 2568) ตัวอย่างเช่น กิจกรรมที่ส่งเสริมการเคลื่อนไหวทางกายจะช่วยพัฒนาสมองส่วนการคิด การวางแผน และการแก้ปัญหาไปพร้อมกัน หรือการเล่นกับผู้อื่นจะช่วยให้เด็กได้ฝึกทักษะทางสังคมและควบคุมอารมณ์ตนเอง ดังนั้น การออกแบบกิจกรรมสำหรับเด็กปฐมวัยจึงต้องคำนึงถึงความเชื่อมโยงเหล่านี้ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่สมบูรณ์และยั่งยืน
อย่างไรก็ตาม การจัดการศึกษาปฐมวัยในประเทศไทยยังคงเผชิญกับความท้าทายหลายประการ เช่น การขาดแคลนนวัตกรรมและกิจกรรมที่ส่งเสริมพัฒนาการแบบองค์รวมอย่างเป็นรูปธรรม ครูผู้สอนบางส่วนยังคงยึดติดกับการสอนแบบเน้นวิชาการหรือแยกส่วนการเรียนรู้ ส่งผลให้เด็กไม่สามารถเชื่อมโยงความรู้และทักษะต่าง ๆ เข้าด้วยกันได้ (สุกัญญา ศิริรัตน์ และ ศิริพงษ์ เพียศิริ, 2566) ปัญหาดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมกิจกรรมการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อหลักการพัฒนาแบบองค์รวมอย่างแท้จริง เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพสำหรับผู้ที่เกี่ยวข้อง
จากความสำคัญดังกล่าวข้างต้น จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและพัฒนานวัตกรรมกิจกรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยแบบองค์รวม โดยมุ่งเน้นการสร้างเครื่องมือหรือรูปแบบกิจกรรมที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในห้องเรียน เพื่อเป็นแนวทางสำหรับครูผู้สอนและสถานศึกษาในการจัดการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ และเพื่อประเมินผลของนวัตกรรมต่อการพัฒนาทักษะต่าง ๆ ของเด็กปฐมวัยอย่างรอบด้าน อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพการศึกษาปฐมวัยของไทยให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลต่อไปในอนาคต
1.เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจในการพัฒนาทักษะเด็กปฐมวัยแบบองค์รวมสำหรับครู และผู้ปกครอง
2.เพื่อสร้างเครือข่ายการพัฒนาเด็กปฐมวัยในจังหวัดลำปาง