แชร์หน้านี้
อ่านแล้ว 79 ครั้ง

ข้อมูลนวัตกรรม
การพัฒนา Soft Power ผ่านการเรียนรู้พืชในท้องถิ่น วิชาชีววิทยาเชิงปฏิบัติการ เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และความคิดสร้างสรรค์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนประชารัฐธรรมคุณ
SoftPower
มัธยมศึกษา
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ข้อมูลผู้พัฒนา
นางเพ็ญศรี รุ่งฉัตร
ครู
โรงเรียนประชารัฐธรรมคุณ
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ /วิชาที่สอนชีววิทยา
0819619927
phensri.rungchat@gmail.com
บทคัดย่อ/บทสรุป

งานวิจัยนี้เสนอแนวทางการแก้ปัญหาผ่านการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ วิชาชีววิทยาเชิงปฏิบัติการ โดยเน้นการเรียนรู้จากพืชในท้องถิ่น ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด Place-Based Learning ที่ส่งเสริมการนำบริบทของชุมชนและสิ่งแวดล้อมรอบตัวมาเป็นฐานในการเรียนรู้ (Panya, 2021) การใช้พืชที่คุ้นเคยในชีวิตประจำวัน เช่น ต้นส้มป่อย ต้นชวนชม และต้นจำปา ซึ่งเป็นพืชที่พบได้ทั่วไปในโรงเรียนและชุมชนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนประชารัฐธรรมคุณ จะช่วยให้นักเรียนสามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางชีววิทยาเข้ากับประสบการณ์ตรง มีโอกาสในการสังเกต สำรวจ วิเคราะห์ และลงมือปฏิบัติจริง การจัดการเรียนรู้ในลักษณะนี้จะช่วย พัฒนา Soft Power ของครูผู้สอน ในการเป็นผู้อำนวยความสะดวก เป็นแรงบันดาลใจ และสร้างความน่าสนใจให้กับวิชาชีววิทยา โดยเน้นให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมและนำไปสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมจากพืชท้องถิ่นเหล่านั้น

หลักการและเหตุผล

ในยุคศตวรรษที่ 21 การพัฒนาพลเมืองให้มี ทักษะที่จำเป็นต่อการเรียนรู้และการดำรงชีวิต กลายเป็นวาระสำคัญระดับโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทักษะการคิดสร้างสรรค์ (Creativity) ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในทักษะแห่งอนาคตที่ขับเคลื่อนนวัตกรรมและการแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน (World Economic Forum, 2023) ขณะเดียวกัน ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ยังคงเป็นดัชนีชี้วัดคุณภาพการศึกษาและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (OECD, 2022) อย่างไรก็ตาม รายงานผลการประเมินระดับนานาชาติ อาทิ PISA และ TIMSS ชี้ให้เห็นว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ของนักเรียนไทยยังคงอยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วง และทักษะการคิดขั้นสูง เช่น การคิดวิเคราะห์ การคิดแก้ปัญหา และการคิดสร้างสรรค์ ยังไม่ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ (สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 2564) สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในการจัดการเรียนการสอนที่ยังคงเน้นการท่องจำเนื้อหามากกว่าการสร้างความเข้าใจเชิงลึกและการประยุกต์ใช้ความรู้

สำหรับวิชาชีววิทยา ซึ่งเป็นวิชาที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาชีวิตและสิ่งมีชีวิตรอบตัว การจัดการเรียนการสอนแบบบรรยายหรือเน้นทฤษฎีเพียงอย่างเดียว มักทำให้ผู้เรียนขาดโอกาสในการเชื่อมโยงความรู้เข้ากับบริบทจริง และไม่สามารถพัฒนาทักษะปฏิบัติการที่จำเป็นได้ โดยเฉพาะในโรงเรียนต่างจังหวัด เช่น โรงเรียนประชารัฐธรรมคุณ อำเภองาว จังหวัดลำปาง ซึ่งอาจมีข้อจำกัดด้านทรัพยากร สื่อการเรียนการสอน หรือแม้กระทั่งความหลากหลายของกิจกรรมการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการลงมือปฏิบัติจริง ทำให้การเรียนการสอนชีววิทยาเชิงปฏิบัติการยังไม่สามารถกระตุ้นความสนใจและพัฒนาศักยภาพนักเรียนได้อย่างเต็มที่ (กรมวิชาการ, 2565) นักเรียนจำนวนมากอาจมองว่าวิชาชีววิทยาเป็นเรื่องไกลตัว หรือเป็นวิชาที่ต้องท่องจำ ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาชีววิทยาไม่เป็นไปตามเป้าหมาย และที่สำคัญคือ ทักษะการคิดสร้างสรรค์ ในการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้หรือสร้างสรรค์นวัตกรรมยังไม่ได้รับการส่งเสริมอย่างเพียงพอ ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างความรู้เชิงทฤษฎีกับความสามารถในการนำไปปฏิบัติและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ

แม้จะมีการศึกษาเกี่ยวกับการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการคิดสร้างสรรค์ในวิชาวิทยาศาสตร์หลายชิ้น (เช่น จิตตินันท์ 2563; สุชาดา 2564) แต่งานวิจัยส่วนใหญ่ยังคงเน้นไปที่การใช้สื่อเทคโนโลยี หรือรูปแบบการสอนเชิงทฤษฎีที่อาจไม่สอดคล้องกับบริบทเฉพาะของแต่ละท้องถิ่น นอกจากนี้ แนวคิดเรื่อง Soft Power ของครูผู้สอน ซึ่งหมายถึงความสามารถของครูในการสร้างแรงจูงใจ ความน่าเชื่อถือ และอิทธิพลเชิงบวกต่อผู้เรียนผ่านการจัดการเรียนรู้ที่น่าสนใจและเป็นกันเอง (Phothong & Khamkaew, 2021) ยังไม่ได้รับการศึกษาอย่างกว้างขวางในฐานะปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการคิดสร้างสรรค์ในวิชาชีววิทยา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประยุกต์ใช้ในบริบทของการเรียนรู้จากพืชในท้องถิ่น ดังนั้น จึงเกิดช่องว่างของการวิจัยที่ต้องการสำรวจว่าการที่ครูผู้สอนสามารถใช้ "Soft Power" ของตนเอง ผ่านการนำบริบท "พืชในท้องถิ่น" มาออกแบบกิจกรรมชีววิทยาเชิงปฏิบัติการ จะส่งผลต่อการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนอย่างไร

งานวิจัยนี้เสนอแนวทางการแก้ปัญหาผ่านการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ วิชาชีววิทยาเชิงปฏิบัติการ โดยเน้นการเรียนรู้จากพืชในท้องถิ่น ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด Place-Based Learning ที่ส่งเสริมการนำบริบทของชุมชนและสิ่งแวดล้อมรอบตัวมาเป็นฐานในการเรียนรู้ (Panya, 2021) การใช้พืชที่คุ้นเคยในชีวิตประจำวัน เช่น ต้นส้มป่อย ต้นชวนชม และต้นจำปา ซึ่งเป็นพืชที่พบได้ทั่วไปในโรงเรียนและชุมชนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนประชารัฐธรรมคุณ จะช่วยให้นักเรียนสามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางชีววิทยาเข้ากับประสบการณ์ตรง มีโอกาสในการสังเกต สำรวจ วิเคราะห์ และลงมือปฏิบัติจริง การจัดการเรียนรู้ในลักษณะนี้จะช่วย พัฒนา Soft Power ของครูผู้สอน ในการเป็นผู้อำนวยความสะดวก เป็นแรงบันดาลใจ และสร้างความน่าสนใจให้กับวิชาชีววิทยา โดยเน้นให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมและนำไปสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมจากพืชท้องถิ่นเหล่านั้น

วัตถุประสงค์
  1. เพื่อเปรียบเทียบ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาชีววิทยาเชิงปฏิบัติการ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนประชารัฐธรรมคุณ ก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้น
  2.   เพื่อเปรียบเทียบ ความคิดสร้างสรรค์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนประชารัฐธรรมคุณ ก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้น
  3. เพื่อศึกษา Soft Power ของครูผู้สอน ในการจัดการเรียนรู้ชีววิทยาเชิงปฏิบัติการผ่านการเรียนรู้พืชในท้องถิ่น
  4. เพื่อประเมิน ความพึงพอใจ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนประชารัฐธรรมคุณ ต่อการจัดการเรียนรู้ชีววิทยาเชิงปฏิบัติการผ่านการเรียนรู้พืชในท้องถิ่น

 

แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง

2.1 ความหมายและความสำคัญของ Soft Power
2.2 แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้
Place-Based Learning

      จากการทบทวนวรรณกรรมพบว่า การใช้ Soft Power ของครูผู้สอน เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมแรงจูงใจและการมีส่วนร่วมของนักเรียน ขณะเดียวกัน การเรียนรู้แบบ Place-Based Learning ซึ่งใช้บริบทและทรัพยากรท้องถิ่นเป็นฐาน ก็มีประสิทธิภาพสูงในการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการพัฒนาทักษะที่สำคัญอย่างความคิดสร้างสรรค์ งานวิจัยหลายชิ้นยืนยันว่าการบูรณาการการเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ในชุมชนและการเน้นกิจกรรมเชิงปฏิบัติการสามารถพัฒนาทั้งด้านความรู้และทักษะของผู้เรียนได้จริง ซึ่งสอดคล้องและเป็นแนวทางสนับสนุนการวิจัยที่กำลังศึกษาเรื่องการใช้พืชในท้องถิ่นเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์และความคิดสร้างสรรค์โดยอาศัย Soft Power ของครู.

คำสำคัญ (Keywords)
Soft Power, แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้ Place-Based Learning, การพัฒนา Soft Power ผ่านการเรียนรู้พืชในท้องถิ่น วิชาชีววิทยาเชิงปฏิบัติการ
วิธีการพัฒนา

การวิจัยครั้งนี้เป็น การวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&D) โดยมีขั้นตอนหลักคือการออกแบบ พัฒนา และประเมินประสิทธิผลของนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ชีววิทยาเชิงปฏิบัติการที่เน้นการเรียนรู้พืชในท้องถิ่นและการใช้ Soft Power ของครูผู้สอน

การวิจัยนี้ใช้แบบแผนการวิจัยกึ่งทดลองแบบกลุ่มเดียววัดก่อนและหลังการทดลอง (One-Group Pretest-Posttest Design) เนื่องจากข้อจำกัดในการจัดกลุ่มตัวอย่างแบบสุ่ม และจำนวนกลุ่มตัวอย่างที่เป็นนักเรียน 1 ห้องเรียน

การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติ

5. การวิเคราะห์ข้อมูล

การจัดเตรียมข้อมูล

  1. ตรวจสอบความสมบูรณ์ของแบบทดสอบ แบบประเมิน และแบบสอบถามที่ได้รับคืนทั้งหมด
  2. นำข้อมูลที่ได้จากการเก็บรวบรวมมาลงรหัส (Coding) และบันทึกลงในโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อการวิเคราะห์ทางสถิติ (เช่น SPSS หรือโปรแกรมอื่น ๆ ที่เหมาะสม)
  3. ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่บันทึก

สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์

วัตถุประสงค์ที่ 1: เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาชีววิทยาเชิงปฏิบัติการของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนประชารัฐธรรมคุณ ก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้น

ใช้สถิติพื้นฐาน: ค่าเฉลี่ย (Xˉ) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เพื่ออธิบายระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียน

ใช้สถิติทดสอบ: t-test สำหรับกลุ่มตัวอย่างที่ไม่เป็นอิสระต่อกัน (Paired-samples t-test) เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียน

วัตถุประสงค์ที่ 2: เพื่อเปรียบเทียบความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนประชารัฐธรรมคุณ ก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้น

ใช้สถิติพื้นฐาน: ค่าเฉลี่ย (Xˉ) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เพื่ออธิบายระดับความคิดสร้างสรรค์ก่อนและหลังเรียน

ใช้สถิติทดสอบ: t-test สำหรับกลุ่มตัวอย่างที่ไม่เป็นอิสระต่อกัน (Paired-samples t-test) เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยความคิดสร้างสรรค์ก่อนและหลังเรียน

วัตถุประสงค์ที่ 3: เพื่อศึกษา Soft Power ของครูผู้สอนในการจัดการเรียนรู้ชีววิทยาเชิงปฏิบัติการผ่านการเรียนรู้พืชในท้องถิ่น

ใช้สถิติพื้นฐาน: ค่าเฉลี่ย (Xˉ) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เพื่ออธิบายระดับ Soft Power ของครูผู้สอน

การนำเสนอข้อมูล: แสดงระดับคะแนนเฉลี่ยเป็นรายด้าน และโดยรวม พร้อมแปลผลตามเกณฑ์ที่กำหนด

วัตถุประสงค์ที่ 4: เพื่อประเมินความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนประชารัฐธรรมคุณ ต่อการจัดการเรียนรู้ชีววิทยาเชิงปฏิบัติการผ่านการเรียนรู้พืชในท้องถิ่น

ใช้สถิติพื้นฐาน: ค่าเฉลี่ย (Xˉ) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เพื่ออธิบายระดับความพึงพอใจของนักเรียน

การนำเสนอข้อมูล: แสดงระดับคะแนนเฉลี่ยเป็นรายด้าน และโดยรวม พร้อมแปลผลตามเกณฑ์ที่กำหนด

เกณฑ์การแปลผล:

การแปลผลค่าเฉลี่ยของ Soft Power และความพึงพอใจ: ใช้เกณฑ์การแปลผลคะแนนเฉลี่ยแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ดังนี้

4.51 - 5.00 หมายถึง มากที่สุด

3.51 - 4.50 หมายถึง มาก

2.51 - 3.50 หมายถึง ปานกลาง

1.51 - 2.50 หมายถึง น้อย

1.00 - 1.50 หมายถึง น้อยที่สุด

การทดสอบสมมติฐาน: จะยอมรับหรือปฏิเสธสมมติฐานทางสถิติที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ .05

นำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลในรูปแบบตารางประกอบการบรรยาย โดยมีการใช้ตารางสรุปผลค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และผลการทดสอบ t-test

ประชากร(กลุ่มตัวอย่าง/กลุ่มเป้าหมาย)

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนประชารัฐธรรมคุณ

การเขียนอ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์
นาง.เพ็ญศรี รุ่งฉัตร, https://lpeduinno.org. 2568. แหล่งที่มา : https://lpeduinno.org/ShowInno.php?id=52PDQ00000000127 ค้นเมื่อ 15 เมษายน, 2569.


ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ