แชร์หน้านี้
อ่านแล้ว 469 ครั้ง

ข้อมูลนวัตกรรม
นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้บูรณาการเพื่อส่งเสริม Soft Power ด้านความเป็นไทยในเด็กปฐมวัย ของนักเรียนชั้นอนุบาล2 ห้อง 6 โรงเรียนอัสสัมชัญลำปาง
SoftPower
ปฐมวัย
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
ข้อมูลผู้พัฒนา
นางสาวรุ่งอรุณ กัญญะคำ
ครูผู้สอน
โรงเรียนอัสสัมชัญลำปาง
บูรณาการ
0848095868
0848095868aa@gmail.com
บทคัดย่อ/บทสรุป

    การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม Soft Power ด้านความเป็นไทยในเด็กปฐมวัยชั้นอนุบาลปีที่ 2/6 โรงเรียนอัสสัมชัญลำปาง ผ่านกระบวนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ โดยออกแบบกิจกรรมให้สอดคล้องกับบริบททางวัฒนธรรมไทยและเหมาะสมกับพัฒนาการของเด็กปฐมวัย กิจกรรมเน้นการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) โดยเชื่อมโยงกับองค์ความรู้ในชีวิตประจำวัน เช่น การละเล่นพื้นบ้าน การฟังและเล่านิทานพื้นเมือง การฝึกพูดคำไทยที่สุภาพ การรำวงพื้นเมือง การทำอาหารและขนมไทย ตลอดจนการเรียนรู้ประเพณีและศิลปวัฒนธรรมไทยที่เหมาะสมกับวัย

    แนวคิดที่ใช้ในการพัฒนานวัตกรรมคือ “การเรียนรู้ผ่านวัฒนธรรม” (Culture-Based Learning) เพื่อเสริมสร้างความภาคภูมิใจในความเป็นไทย พร้อมปลูกฝังจิตสำนึกในคุณค่าทางวัฒนธรรมให้แก่เด็กอย่างเป็นธรรมชาติ โดยมุ่งหวังให้เด็กมีทักษะด้าน Soft Power ที่สามารถพัฒนาได้ตั้งแต่ระดับปฐมวัย อาทิ ความคิดสร้างสรรค์จากภูมิปัญญาไทย การสื่อสารคุณค่าไทยในชีวิตประจำวัน และการมีเจตคติที่ดีต่อวัฒนธรรมไทย

    ผลการดำเนินงานพบว่า เด็กมีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ แสดงออกถึงความเข้าใจและมีพฤติกรรมที่สะท้อนถึงการรับรู้คุณค่าความเป็นไทยได้อย่างเหมาะสม มีพัฒนาการด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์เพิ่มขึ้นตามเกณฑ์การประเมินที่กำหนดไว้ แสดงให้เห็นว่านวัตกรรมการจัดการเรียนรู้บูรณาการนี้มีประสิทธิภาพและสามารถนำไปใช้ต่อยอดหรือขยายผลในระดับปฐมวัยได้อย่างเหมาะสม

หลักการและเหตุผล

ประเทศไทยมีรากฐานทางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งและหลากหลาย ซึ่งสามารถนำมาต่อยอดเป็นพลังเชิงบวกในระดับโลก หรือที่เรียกว่า Soft Power อาทิ อาหารไทย ภาษาไทย ดนตรี ศิลปะ การละเล่นพื้นบ้าน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เช่น ความอ่อนน้อมถ่อมตน ความมีน้ำใจ และความเคารพผู้ใหญ่ การสร้างรากฐานความภาคภูมิใจในความเป็นไทยให้แก่เด็กตั้งแต่ระดับปฐมวัยจึงมีความสำคัญยิ่ง เพื่อให้เด็กเติบโตเป็นพลเมืองไทยที่สามารถถ่ายทอดคุณค่าไทยไปสู่สังคมโลกได้อย่างมั่นใจ

ในระดับปฐมวัย เด็กอยู่ในช่วงวัยแห่งการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรง ด้วยวิธีการเล่น การเลียนแบบ และการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนรอบตัว หากจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่มีการบูรณาการวัฒนธรรมไทยเข้าไปอย่างเหมาะสม จะช่วยให้เด็กซึมซับคุณค่าความเป็นไทยได้อย่างเป็นธรรมชาติ ผ่านกิจกรรมที่สร้างความสุข สนุก และสอดคล้องกับพัฒนาการ อาทิ การละเล่นไทย การฟังนิทานพื้นบ้าน การประดิษฐ์งานศิลป์แบบไทย การเรียนรู้คำศัพท์สุภาพในชีวิตประจำวัน ตลอดจนการรู้จักประเพณีและภูมิปัญญาท้องถิ่น

นอกจากนี้ การส่งเสริม Soft Power ผ่านกิจกรรมบูรณาการยังช่วยส่งเสริมพัฒนาการในทุกด้านของเด็ก ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 เช่น การคิดสร้างสรรค์ การสื่อสาร และการเรียนรู้ร่วมกับผู้อื่น

ดังนั้น ผู้วิจัยจึงได้ออกแบบและพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการเพื่อส่งเสริม Soft Power ด้านความเป็นไทยในเด็กปฐมวัย โดยใช้บริบทของห้องเรียนอนุบาล 2/6 โรงเรียนอัสสัมชัญลำปาง เป็นพื้นที่ต้นแบบ เพื่อสร้างกิจกรรมที่ตอบสนองต่อความสนใจของเด็ก และสะท้อนคุณค่าทางวัฒนธรรมไทยอย่างแท้จริง พร้อมทั้งส่งเสริมให้เด็กปฐมวัยสามารถภาคภูมิใจในความเป็นไทย และนำพลังทางวัฒนธรรมนี้ไปเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ในอนาคต

วัตถุประสงค์

วัตถุประสงค์ของการวิจัย

  1. เพื่อพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการที่ส่งเสริม Soft Power ด้านความเป็นไทยในเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 2/6 โรงเรียนอัสสัมชัญลำปาง

  2. เพื่อส่งเสริมให้เด็กปฐมวัยมีพฤติกรรมและคุณลักษณะที่สะท้อนถึง Soft Power ด้านความเป็นไทย เช่น ความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมไทย ความอ่อนน้อม มีน้ำใจ และสามารถสื่อสารคุณค่าความเป็นไทยได้ในระดับที่เหมาะสมกับวัย

  3. เพื่อประเมินผลการใช้กิจกรรมบูรณาการที่เน้นวัฒนธรรมไทยต่อพัฒนาการด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของเด็กปฐมวัย

  4. เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ที่มีความสุข ผ่านกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมไทย โดยใช้กระบวนการ Active Learning และเรียนรู้ผ่านวัฒนธรรม (Culture-Based Learning)

แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง

แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง

1. แนวคิด Soft Power

แนวคิด Soft Power ของ Joseph Nye (1990) กล่าวถึงอิทธิพลที่ประเทศหรือบุคคลสามารถสร้างขึ้นได้โดยไม่ใช้กำลังหรืออำนาจบังคับ แต่ใช้แรงดึงดูดทางวัฒนธรรม ค่านิยม และความคิดสร้างสรรค์ ในบริบทของเด็กปฐมวัย Soft Power หมายถึง การปลูกฝังอัตลักษณ์ไทย ความภาคภูมิใจในวัฒนธรรม และทักษะการสื่อสารที่สามารถถ่ายทอดความเป็นไทยผ่านวิถีชีวิตอย่างกลมกลืน

2. แนวคิดการเรียนรู้ผ่านวัฒนธรรม (Culture-Based Learning)

เป็นแนวคิดที่เชื่อว่าการเรียนรู้จะมีความหมายและยั่งยืนมากขึ้นเมื่อเด็กได้เรียนรู้ผ่านบริบทวัฒนธรรมของตนเอง เช่น การเรียนรู้ผ่านเพลงพื้นบ้าน นิทานพื้นเมือง ศิลปะหัตถกรรม หรือการละเล่นไทย ซึ่งช่วยให้เด็กเกิดการเชื่อมโยงระหว่างความรู้กับชีวิตจริง พร้อมปลูกฝังรากเหง้าทางวัฒนธรรมตั้งแต่วัยเยาว์

3. ทฤษฎีพัฒนาการของ Jean Piaget

Piaget เน้นว่าช่วงวัยอนุบาลเป็นช่วง “Preoperational Stage” (อายุ 2–7 ปี) เด็กเรียนรู้จากการเล่น การเลียนแบบ การใช้สัญลักษณ์และจินตนาการ การจัดกิจกรรมแบบบูรณาการจึงควรมีลักษณะเป็นการเล่นที่มีเป้าหมาย เช่น เล่นบทบาทสมมุติ แต่งกายชุดไทย การเล่านิทานพื้นบ้าน และกิจกรรมศิลปะที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมไทย

4. ทฤษฎีการเรียนรู้ของ Lev Vygotsky

Vygotsky เน้นบทบาทของสังคมและวัฒนธรรมในการเรียนรู้ โดยระบุว่าเด็กเรียนรู้ได้ดีจากการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ใหญ่หรือเพื่อน ผ่านกระบวนการ “Scaffolding” และ Zone of Proximal Development (ZPD) การจัดการเรียนรู้จึงควรกระตุ้นให้เด็กได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่มีผู้ใหญ่คอยสนับสนุน เช่น ครูหรือผู้ปกครอง

5. แนวคิดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)

แนวคิดนี้เน้นให้เด็กมีส่วนร่วมอย่างกระตือรือร้นในการเรียนรู้ ผ่านการลงมือทำ การสังเกต การถาม-ตอบ และการแก้ปัญหา ซึ่งสอดคล้องกับการออกแบบกิจกรรมบูรณาการที่เน้นการมีส่วนร่วม เช่น ทำของเล่นพื้นบ้าน ฝึกรำไทย ทำขนมไทย หรือเล่นละครนิทานพื้นเมือง

6. หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560

หลักสูตรปฐมวัยของกระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญกับการพัฒนาเด็กแบบองค์รวม โดยเฉพาะด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ และการใช้วัฒนธรรมไทยเป็นพื้นฐานในการจัดประสบการณ์ กิจกรรมที่สะท้อนความเป็นไทยจะช่วยส่งเสริมทั้งพัฒนาการและจิตใจของเด็กได้อย่างเหมาะสม

คำสำคัญ (Keywords)
Soft Power,ความเป็นไทย, เด็กปฐมวัย, การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ, วัฒนธรรมไทย
วิธีการพัฒนา

การพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้บูรณาการเพื่อส่งเสริม Soft Power ด้านความเป็นไทยในเด็กปฐมวัยดำเนินการตามแนวทางการวิจัยเชิงพัฒนา (R&D) โดยแบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอนหลัก ดังนี้:

ขั้นตอนที่ 1: ศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน

  • ศึกษาทฤษฎี แนวคิดที่เกี่ยวข้องกับ Soft Power, วัฒนธรรมไทย, การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ และพัฒนาการเด็กปฐมวัย
  • ศึกษาหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560
  • สำรวจความต้องการ (Need Assessment) ของผู้เรียน กลุ่มเป้าหมาย และบริบทของโรงเรียนอัสสัมชัญลำปาง ชั้นอนุบาล 2/6

ขั้นตอนที่ 2: การออกแบบและพัฒนานวัตกรรม

  • กำหนดกรอบแนวคิดการจัดกิจกรรมโดยใช้วัฒนธรรมไทยเป็นฐาน (Culture-Based Learning) ผสมผสานกับกระบวนการเรียนรู้แบบ Active Learning
  • ออกแบบชุดกิจกรรมบูรณาการที่ส่งเสริม Soft Power เช่น การละเล่นไทย นิทานพื้นบ้าน ดนตรีพื้นเมือง การฝึกมารยาทไทย การทำขนมไทย ฯลฯ
  • จัดทำสื่อประกอบ เช่น ใบงาน เกม นิทานภาพ อุปกรณ์วัฒนธรรมจำลอง ฯลฯ
  • ตรวจสอบความเหมาะสมของกิจกรรมโดยผู้เชี่ยวชาญ (เช่น ครูปฐมวัย ศึกษานิเทศก์ หรือผู้ทรงคุณวุฒิทางวัฒนธรรม

นตอนที่ 3: ทดลองใช้และปรับปรุง

  • ดำเนินการทดลองใช้กิจกรรมในชั้นอนุบาล 2/6 โรงเรียนอัสสัมชัญลำปาง
  • สังเกตพฤติกรรมเด็กและเก็บข้อมูลพัฒนาการด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ และการรับรู้ Soft Power
  • สอบถามความคิดเห็นจากครู เพื่อนร่วมงาน และผู้ปกครองเกี่ยวกับความเหมาะสมและประสิทธิภาพของกิจกรรม
  • ปรับปรุงกิจกรรมตามผลสะท้อนกลับเพื่อให้เกิดความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
  • จัดทำรูปแบบนวัตกรรมฉบับสมบูรณ์

 

การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติ

1. การเก็บข้อมูล

  • ใช้แบบประเมินพฤติกรรมและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของเด็กปฐมวัยที่เกี่ยวข้องกับ Soft Power ด้านความเป็นไทย

  • ใช้แบบสังเกตพฤติกรรมเด็กในชั้นเรียนระหว่างกิจกรรม

  • ใช้แบบสอบถามความคิดเห็นจากครูและผู้ปกครอง

  • ใช้การสัมภาษณ์หรือสนทนากลุ่ม (Focus Group) เพื่อเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพเพิ่มเติม

2. การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ

  • วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) เช่น ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) เพื่อสรุปลักษณะทั่วไปและพฤติกรรมของเด็กก่อนและหลังการใช้กิจกรรม

  • ใช้สถิติทดสอบสมมติฐาน เช่น

    • การทดสอบ t-test เพื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของพฤติกรรมและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ก่อนและหลังการใช้กิจกรรม

    • หรือใช้ การวิเคราะห์ความแปรปรวน (ANOVA) หากมีการเปรียบเทียบหลายกลุ่มหรือหลายช่วงเวลา

  • ใช้กราฟ เช่น แผนภูมิแท่ง (Bar Chart) หรือกราฟเส้น (Line Graph) เพื่อแสดงผลการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน

3. การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ

  • วิเคราะห์ข้อมูลจากการสัมภาษณ์และการสนทนากลุ่มโดยใช้วิธีการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) เพื่อค้นหาประเด็นสำคัญ ความคิดเห็น และข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา Soft Power ในเด็ก

  • จัดกลุ่มข้อมูลตามหัวข้อหลัก เช่น ความพึงพอใจ ความเหมาะสมของกิจกรรม และผลกระทบต่อพฤติกรรมเด็ก

4. การสรุปผลและการตีความ

  • สรุปผลการวิเคราะห์ทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพเพื่อชี้ให้เห็นถึงประสิทธิผลของนวัตกรรม

  • นำเสนอข้อค้นพบที่สนับสนุนว่านวัตกรรมช่วยส่งเสริม Soft Power ด้านความเป็นไทยในเด็กปฐมวัยได้จริง

  • ให้ข้อเสนอแนะสำหรับการปรับปรุงและการขยายผลในอนาคต

วิธีการใช้งาน
  • เตรียมความพร้อมของครูผู้สอนและสื่อการเรียนรู้

    • ศึกษาแนวคิด Soft Power และวัฒนธรรมไทยที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรม

    • เตรียมวัสดุอุปกรณ์และสื่อประกอบกิจกรรม เช่น ใบงาน อุปกรณ์ศิลปะ วัสดุทำขนมไทย ฯลฯ

    • ทำความเข้าใจกิจกรรมและลำดับขั้นตอนก่อนการสอน

  • จัดเตรียมบรรยากาศและพื้นที่เรียนรู้

    • จัดพื้นที่ให้เหมาะสมกับกิจกรรมแบบลงมือทำ (Active Learning) เช่น มุมศิลปะ มุมเล่นบทบาทสมมุติ

    • สร้างบรรยากาศที่ส่งเสริมความสนุกสนานและปลอดภัยสำหรับเด็ก

  • ดำเนินกิจกรรมตามชุดนวัตกรรม

    • ครูนำเสนอหัวข้อและกิจกรรมโดยเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมไทย เช่น นิทานพื้นบ้าน การละเล่นไทย

    • ส่งเสริมให้เด็กมีส่วนร่วม ลงมือทำ และแสดงออกตามความสนใจ

    • ใช้คำถามและการสื่อสารเชิงบวกเพื่อกระตุ้นความคิดและความเข้าใจของเด็ก

  • การสังเกตและประเมินผลพัฒนาการ

    • ครูสังเกตพฤติกรรมและการมีส่วนร่วมของเด็กในกิจกรรม

    • ใช้แบบประเมินเพื่อวัดพัฒนาการด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์และ Soft Power

    • จัดเก็บข้อมูลเพื่อปรับปรุงกิจกรรมในรอบถัดไป

  • การสะท้อนผลและส่งเสริมต่อเนื่อง

    • สรุปกิจกรรมร่วมกับเด็ก เพื่อให้เด็กได้แสดงความคิดเห็นและเข้าใจคุณค่าความเป็นไทย

    • เชิญผู้ปกครองมีส่วนร่วมรับรู้และสนับสนุนการเรียนรู้ที่บ้าน

    • นำผลการประเมินไปพัฒนากิจกรรมให้เหมาะสมและสร้างสรรค์มากขึ้นในอนาคต

ประชากร(กลุ่มตัวอย่าง/กลุ่มเป้าหมาย)


กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยนี้ คือ นักเรียนในชั้นอนุบาล 2/6 จำนวน 35 คน ซึ่งได้รับการคัดเลือกโดยใช้วิธีการ เจาะจง (Purposive Sampling) 
 

ผลที่เกิดจากผู้เรียน
  • ด้านพฤติกรรมและคุณลักษณะอันพึงประสงค์
    เด็กปฐมวัยมีพัฒนาการด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เช่น ความอ่อนน้อมถ่อมตน การเคารพผู้ใหญ่ มีความสามัคคีในการทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อน และแสดงออกถึงความสุภาพในคำพูดและการกระทำ

  • ด้านความภาคภูมิใจในความเป็นไทย
    เด็กมีความรู้สึกชื่นชอบและภาคภูมิใจในความเป็นไทยมากขึ้น เช่น ร้องเพลงไทยได้ รู้จักอาหารไทย การแต่งกายแบบไทย และพูดถึงประเพณีหรือวัฒนธรรมพื้นบ้านด้วยความสนใจ

  • ด้านการมีส่วนร่วมและการเรียนรู้อย่างกระตือรือร้น
    เด็กมีความกระตือรือร้นในการเข้าร่วมกิจกรรม แสดงออกทางอารมณ์อย่างร่าเริง สนุกสนาน และมีสมาธิในการทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมไทย เช่น การระบายสีลายไทย การเล่นบทบาทสมมุติ การฟังนิทานพื้นบ้าน และการรำวงพื้นเมือง

  • ด้านทักษะการสื่อสารและการคิดสร้างสรรค์
    เด็กสามารถสื่อสารด้วยคำศัพท์หรือวลีไทยที่สุภาพ และแสดงออกทางความคิดสร้างสรรค์ผ่านกิจกรรม เช่น การประดิษฐ์ของเล่นพื้นบ้าน การวาดภาพและเล่านิทานที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมไทย

  • ด้านการซึมซับ Soft Power ในชีวิตประจำวัน
    เด็กนำสิ่งที่เรียนรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น การกล่าวคำไหว้ การใช้คำพูดสุภาพ การแบ่งปันกับเพื่อน และเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับไทยให้ผู้ปกครองฟัง ซึ่งแสดงถึงการซึมซับคุณค่าทางวัฒนธรรมไทยอย่างเป็นธรรมชาติ

การอ้างอิง

1. Joseph S. Nye (1990)

    แนวคิด Soft Power ถูกบัญญัติโดย Joseph Nye ซึ่งอธิบายว่า Soft Power คือ อำนาจเชิงวัฒนธรรมและการโน้มน้าวใจ ไม่ใช่การใช้กำลัง การปลูกฝัง Soft Power ตั้งแต่ระดับปฐมวัยช่วยสร้างรากฐานความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมตนเอง
อ้างอิง:
Nye, J. S. (2004). Soft Power: The Means to Success in World Politics. PublicAffairs.

2. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) (2566)

     รายงานยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการส่งเสริม Soft Power ของไทยในกลุ่มเด็กและเยาวชน โดยระบุให้การศึกษาระดับปฐมวัยเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการพัฒนาอัตลักษณ์ไทย
อ้างอิง:
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2566). แผนพัฒนา Soft Power ของไทยในระบบการศึกษา. กระทรวงศึกษาธิการ.

3. กระทรวงศึกษาธิการ (2560)

     หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเด็กแบบองค์รวม โดยส่งเสริมให้มีการจัดประสบการณ์บูรณาการที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมไทย
อ้างอิง:
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560. สำนักพัฒนาการศึกษาปฐมวัย.

4. Lev Vygotsky

     แนวคิด ZPD (Zone of Proximal Development) และ Scaffolding ช่วยให้เด็กเรียนรู้ผ่านการมีส่วนร่วมกับผู้ใหญ่และบริบททางสังคม ซึ่งเหมาะสมกับการเรียนรู้ผ่านวัฒนธรรมท้องถิ่น
อ้างอิง:
Vygotsky, L. S. (1978). Mind in Society: The Development of Higher Psychological Processes. Harvard University Press.

5. นพ.สุริยเดว ทรีปาดี (2565)

     เน้นย้ำบทบาทของ Soft Power และพลังวัฒนธรรมในวัยเด็กว่าเป็นพื้นฐานสำคัญของความยั่งยืนทางสังคมไทย
อ้างอิง:
สุริยเดว ทรีปาดี. (2565). Soft Power สร้างเด็กไทยสู่โลกกว้าง. กรุงเทพฯ: สถาบันเด็กและครอบครัว.

6. แนวคิด Culture-Based Learning

    การเรียนรู้ผ่านวัฒนธรรม (Culture-Based Learning) ช่วยให้เด็กเข้าใจโลกผ่านสิ่งที่ใกล้ตัวที่สุด คือ วัฒนธรรมในชีวิตประจำวัน
อ้างอิง:
Gay, G. (2010).
Culturally Responsive Teaching: Theory, Research, and Practice (2nd ed.). Teachers College Press.

การเขียนอ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์
นางสาว.รุ่งอรุณ กัญญะคำ, https://lpeduinno.org. 2568. แหล่งที่มา : https://lpeduinno.org/ShowInno.php?id=BSGA400000000108 ค้นเมื่อ 15 เมษายน, 2569.


ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ