![]() |
||
ข้อมูลนวัตกรรม
การบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นกับการเรียนการสอนแบบ STEM เพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านปงสนุก จังหวัดลำปาง จำนวน 10 คน
STEM Education
ประถมศึกษา
ภาษาต่างประเทศ
บทคัดย่อ/บทสรุป
การบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นกับการเรียนการสอนแบบ STEM เพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านปงสนุก จังหวัดลำปาง จำนวน 10 คนหลักการและเหตุผล
หลักการและเหตุผล การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลกในศตวรรษที่ 21 ส่งผลให้รูปแบบการเรียนรู้และทักษะที่จำเป็นสำหรับผู้เรียนเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก การศึกษาในปัจจุบันมุ่งเน้นการพัฒนาผู้เรียนให้มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การคิดสร้างสรรค์ การสื่อสาร การทำงานร่วมกับผู้อื่น และทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งเป็นทักษะสำคัญที่จะช่วยให้ผู้เรียนดำรงชีวิตและทำงานในสังคมแห่งการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ (วิจารณ์ พานิช, 2555) ขณะเดียวกัน แนวคิดการจัดการเรียนรู้แบบ STEM Education ซึ่งบูรณาการวิทยาศาสตร์ (Science) เทคโนโลยี (Technology) วิศวกรรมศาสตร์ (Engineering) และคณิตศาสตร์ (Mathematics) เข้าด้วยกัน กำลังได้รับความสนใจและถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในระบบการศึกษาทั่วโลก เนื่องจากส่งเสริมให้ผู้เรียนพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูงและสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาในชีวิตจริงได้ (สสวท., 2563) อย่างไรก็ตาม การจัดการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นแต่เพียงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโดยละเลยมิติทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น อาจทำให้ผู้เรียนขาดความเชื่อมโยงกับบริบทชุมชนและรากฐานทางวัฒนธรรมของตนเอง ซึ่งเป็นฐานสำคัญในการพัฒนาอัตลักษณ์และความภาคภูมิใจในตนเอง (ประเวศ วะสี, 2558) ภูมิปัญญาท้องถิ่นซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่เกิดจากการสั่งสมประสบการณ์ของคนในชุมชนผ่านกระบวนการเรียนรู้และถ่ายทอดมาอย่างยาวนาน มีคุณค่าและศักยภาพที่จะนำมาบูรณาการกับการเรียนการสอนสมัยใหม่ เพื่อสร้างการเรียนรู้ที่มีความหมายและเชื่อมโยงกับชีวิตจริงของผู้เรียน โรงเรียนบ้านปงสนุกตั้งอยู่ในพื้นที่ซึ่งมีภูมิปัญญาท้องถิ่นที่หลากหลายและมีคุณค่า ทั้งด้านหัตถกรรม การจักสาน การทอผ้า อาหารพื้นบ้าน สมุนไพรพื้นบ้าน และการละเล่นพื้นบ้าน องค์ความรู้เหล่านี้แฝงไปด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์ การคำนวณทางคณิตศาสตร์ และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับบริบทท้องถิ่น แต่จากการศึกษาสภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้ในโรงเรียนพบว่า การจัดการเรียนการสอนยังคงแยกส่วนระหว่างวิชาต่างๆ และขาดการเชื่อมโยงกับภูมิปัญญาท้องถิ่น ทำให้นักเรียนไม่สามารถเห็นความสัมพันธ์ระหว่างความรู้ในห้องเรียนกับชีวิตจริง อีกทั้งยังขาดความตระหนักถึงคุณค่าของภูมิปัญญาท้องถิ่น นอกจากนี้ จากการประเมินทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 พบว่า นักเรียนยังขาดทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการทำงานร่วมกันเป็นทีม จากสภาพปัญหาดังกล่าว ผู้วิจัยจึงมีแนวคิดในการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่บูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นกับการเรียนการสอนแบบ STEM เพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ให้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านปงสนุก จำนวน 10 คน โดยมุ่งหวังว่าการบูรณาการนี้จะช่วยให้นักเรียนเห็นความเชื่อมโยงระหว่างความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์กับภูมิปัญญาท้องถิ่น สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาในชีวิตจริง มีเจตคติที่ดีต่อการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น และพัฒนาทักษะการเรียนรู้ที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การวิจัยครั้งนี้ใช้กระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียน (Classroom Action Research) ซึ่งเป็นกระบวนการที่ครูผู้สอนศึกษาและพัฒนาการจัดการเรียนรู้ของตนเองอย่างเป็นระบบ โดยมีการวางแผน (Plan) การปฏิบัติ (Act) การสังเกต (Observe) และการสะท้อนผล (Reflect) ผู้วิจัยได้ออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้ที่นำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาเป็นฐานในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ STEM และประเมินผลการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนอย่างต่อเนื่อง ผลการวิจัยนี้จะเป็นแนวทางในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ที่บูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นกับการเรียนการสอนแบบ STEM สำหรับครูและสถานศึกษาอื่นๆ อันจะนำไปสู่การสร้างผู้เรียนที่มีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ควบคู่ไปกับการตระหนักถึงคุณค่าของภูมิปัญญาท้องถิ่นและรากฐานทางวัฒนธรรมของตนเอง
วัตถุประสงค์
วัตถุประสงค์การวิจัย เรื่อง: การบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นกับการเรียนการสอนแบบ STEM เพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านปงสนุก จังหวัดลำปาง
แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง
แนวคิดและทฤษฎีของงานวิจัย: การบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นกับการเรียนการสอนแบบ STEM งานวิจัยเรื่อง "การบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นกับการเรียนการสอนแบบ STEM เพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านปงสนุก จังหวัดลำปาง" มีแนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องดังนี้ 1. แนวคิดเกี่ยวกับการศึกษาแบบ STEM STEM Education เป็นแนวทางการจัดการศึกษาที่บูรณาการความรู้ใน 4 สาขาวิชา ได้แก่ วิทยาศาสตร์ (Science) เทคโนโลยี (Technology) วิศวกรรมศาสตร์ (Engineering) และคณิตศาสตร์ (Mathematics) โดยมีจุดเน้นที่การนำความรู้ไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตจริง การเรียนรู้แบบ STEM มีลักษณะสำคัญ คือ:
2. แนวคิดเกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาท้องถิ่น (Local Wisdom) หมายถึง ความรู้ ความสามารถ ความเชื่อ และพฤติกรรมที่แสดงถึงการปรับตัวของกลุ่มชนในท้องถิ่นต่อสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติและสังคม ซึ่งถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นผ่านกระบวนการเรียนรู้ทางสังคม สำหรับจังหวัดลำปาง มีภูมิปัญญาท้องถิ่นที่โดดเด่น เช่น:
3. ทฤษฎีการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์นิยม (Constructivism) ทฤษฎีนี้เชื่อว่าผู้เรียนสร้างความรู้ด้วยตนเองจากประสบการณ์และการมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม โดยมีหลักการสำคัญ:
4. ทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 กรอบแนวคิดทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 (21st Century Skills) ประกอบด้วยทักษะหลัก 3 กลุ่ม:
5. แนวคิดการบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นกับการเรียนการสอนแบบ STEM การบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นกับ STEM เป็นการผสมผสานความรู้ดั้งเดิมกับวิทยาการสมัยใหม่ ซึ่งมีแนวคิดสำคัญ:
6. ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของเพียเจต์ (Piaget's Theory of Cognitive Development) ทฤษฎีนี้อธิบายพัฒนาการทางสติปัญญาของเด็ก โดยนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 (อายุประมาณ 10-11 ปี) จะอยู่ในขั้น Concrete Operational Stage ซึ่งมีลักษณะสำคัญ:
7. ทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคมวัฒนธรรมของไวก็อตสกี้ (Vygotsky's Sociocultural Theory) ไวก็อตสกี้เสนอแนวคิดที่สำคัญเกี่ยวกับการเรียนรู้:
8. แนวคิดเกี่ยวกับการออกแบบการเรียนรู้แบบย้อนกลับ (Backward Design) การออกแบบการเรียนรู้แบบย้อนกลับมีขั้นตอนสำคัญ 3 ขั้นตอน:
9. แนวคิดเกี่ยวกับการประเมินตามสภาพจริง (Authentic Assessment) การประเมินตามสภาพจริงเป็นการประเมินที่:
10. ทฤษฎีพหุปัญญา (Multiple Intelligences) ทฤษฎีพหุปัญญาของโฮเวิร์ด การ์ดเนอร์ เสนอว่ามนุษย์มีความสามารถทางปัญญาที่หลากหลาย:
การบูรณาการแนวคิดและทฤษฎีเหล่านี้จะช่วยในการออกแบบการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงภูมิปัญญาท้องถิ่นกับการเรียนการสอนแบบ STEM เพื่อพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านปงสนุก จังหวัดลำปางได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คำสำคัญ (Keywords)
แนวคิดและทฤษฎีของงานวิจัย: การบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นกับการเรียนการสอนแบบ STEM
งานวิจัยเรื่อง "การบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นกับการเรียนการสอนแบบ STEM เพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านปงสนุก จังหวัดลำปาง" มีแนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องดังนี้
1. แนวคิดเกี่ยวกับการศึกษาแบบ STEM
STEM Education เป็นแนวทางการจัดการศึกษาที่บูรณาการความรู้ใน 4 สาขาวิชา ได้แก่ วิทยาศาสตร์ (Science) เทคโนโลยี (Technology) วิศวกรรมศาสตร์ (Engineering) และคณิตศาสตร์ (Mathematics) โดยมีจุดเน้นที่การนำความรู้ไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตจริง
การเรียนรู้แบบ STEM มีลักษณะสำคัญ คือ:
• เน้นการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติ (Active Learning)
• ส่งเสริมกระบวนการคิดแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ
• พัฒนาทักษะการคิดเชิงวิพากษ์และความคิดสร้างสรรค์
• บูรณาการความรู้ข้ามศาสตร์เพื่อแก้ปัญหาในสถานการณ์จริง
2. แนวคิดเกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่น
ภูมิปัญญาท้องถิ่น (Local Wisdom) หมายถึง ความรู้ ความสามารถ ความเชื่อ และพฤติกรรมที่แสดงถึงการปรับตัวของกลุ่มชนในท้องถิ่นต่อสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติและสังคม ซึ่งถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นผ่านกระบวนการเรียนรู้ทางสังคม
สำหรับจังหวัดลำปาง มีภูมิปัญญาท้องถิ่นที่โดดเด่น เช่น:
• เครื่องปั้นดินเผาและเซรามิกลำปาง
• การทำเหมืองแร่และถ่านหินลิกไนต์
• หัตถกรรมไม้แกะสลัก
• การทอผ้าพื้นเมือง
• อาหารพื้นบ้านล้านนา
• สถาปัตยกรรมและศิลปะล้านนา
3. ทฤษฎีการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์นิยม (Constructivism)
ทฤษฎีนี้เชื่อว่าผู้เรียนสร้างความรู้ด้วยตนเองจากประสบการณ์และการมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม โดยมีหลักการสำคัญ:
• ผู้เรียนเป็นผู้สร้างความรู้ด้วยตนเอง (Active Constructor)
• การเรียนรู้เกิดจากการเชื่อมโยงความรู้เดิมกับความรู้ใหม่
• การเรียนรู้เป็นกระบวนการทางสังคมที่เกิดจากการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
• บริบทและวัฒนธรรมมีผลต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน
4. ทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21
กรอบแนวคิดทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 (21st Century Skills) ประกอบด้วยทักษะหลัก 3 กลุ่ม:
1. ทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม (Learning and Innovation Skills)
o การคิดเชิงวิพากษ์และการแก้ปัญหา
o การสื่อสารและการร่วมมือ
o ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม
2. ทักษะสารสนเทศ สื่อ และเทคโนโลยี (Information, Media and Technology Skills)
o การรู้เท่าทันสารสนเทศ
o การรู้เท่าทันสื่อ
o การรู้เท่าทันเทคโนโลยี
3. ทักษะชีวิตและการทำงาน (Life and Career Skills)
o ความยืดหยุ่นและการปรับตัว
o การริเริ่มและการกำกับดูแลตนเอง
o ทักษะทางสังคมและการเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรม
o การเพิ่มผลผลิตและความรับผิดชอบ
o ภาวะผู้นำและความรับผิดชอบ
5. แนวคิดการบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นกับการเรียนการสอนแบบ STEM
การบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นกับ STEM เป็นการผสมผสานความรู้ดั้งเดิมกับวิทยาการสมัยใหม่ ซึ่งมีแนวคิดสำคัญ:
• การเรียนรู้ตามบริบท (Contextual Learning): การใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นบริบทในการเรียนรู้ช่วยให้ผู้เรียนเห็นความเชื่อมโยงระหว่างความรู้ทางวิชาการกับชีวิตจริง
• การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-Based Learning): การนำปัญหาในท้องถิ่นมาเป็นประเด็นในการเรียนรู้ กระตุ้นให้ผู้เรียนประยุกต์ใช้ความรู้ STEM ในการแก้ปัญหา
• การเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (Project-Based Learning): การออกแบบโครงงานที่เชื่อมโยงกับภูมิปัญญาท้องถิ่น ช่วยให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการทำงานร่วมกัน
6. ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของเพียเจต์ (Piaget's Theory of Cognitive Development)
ทฤษฎีนี้อธิบายพัฒนาการทางสติปัญญาของเด็ก โดยนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 (อายุประมาณ 10-11 ปี) จะอยู่ในขั้น Concrete Operational Stage ซึ่งมีลักษณะสำคัญ:
• สามารถคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผลกับสิ่งที่เป็นรูปธรรม
• เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งต่างๆ
• สามารถจัดหมวดหมู่และจำแนกสิ่งต่างๆ ได้
• เข้าใจหลักการอนุรักษ์ (Conservation)
7. ทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคมวัฒนธรรมของไวก็อตสกี้ (Vygotsky's Sociocultural Theory)
ไวก็อตสกี้เสนอแนวคิดที่สำคัญเกี่ยวกับการเรียนรู้:
• Zone of Proximal Development (ZPD): ช่วงห่างระหว่างสิ่งที่ผู้เรียนสามารถทำได้ด้วยตนเองกับสิ่งที่ผู้เรียนสามารถทำได้เมื่อได้รับความช่วยเหลือจากผู้ที่มีความรู้มากกว่า
• Scaffolding: การให้ความช่วยเหลือที่เหมาะสมเพื่อให้ผู้เรียนสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดและพัฒนาความสามารถใหม่
• การเรียนรู้ทางสังคม: การเรียนรู้เกิดขึ้นผ่านปฏิสัมพันธ์ทางสังคมและวัฒนธรรม
8. แนวคิดเกี่ยวกับการออกแบบการเรียนรู้แบบย้อนกลับ (Backward Design)
การออกแบบการเรียนรู้แบบย้อนกลับมีขั้นตอนสำคัญ 3 ขั้นตอน:
1. กำหนดเป้าหมายและผลลัพธ์การเรียนรู้ที่ต้องการ
2. กำหนดหลักฐานที่แสดงถึงการบรรลุผลลัพธ์การเรียนรู้
3. ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ต้องการ
9. แนวคิดเกี่ยวกับการประเมินตามสภาพจริง (Authentic Assessment)
การประเมินตามสภาพจริงเป็นการประเมินที่:
• มุ่งเน้นการประเมินทักษะและความรู้ที่สอดคล้องกับสถานการณ์จริง
• ใช้วิธีการประเมินที่หลากหลาย เช่น การสังเกต การสัมภาษณ์ แฟ้มสะสมผลงาน
• เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้แสดงความรู้และทักษะอย่างเต็มที่
• ให้ข้อมูลย้อนกลับที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาผู้เรียน
10. ทฤษฎีพหุปัญญา (Multiple Intelligences)
ทฤษฎีพหุปัญญาของโฮเวิร์ด การ์ดเนอร์ เสนอว่ามนุษย์มีความสามารถทางปัญญาที่หลากหลาย:
• ปัญญาด้านภาษา (Linguistic Intelligence)
• ปัญญาด้านตรรกะและคณิตศาสตร์ (Logical-Mathematical Intelligence)
• ปัญญาด้านมิติสัมพันธ์ (Spatial Intelligence)
• ปัญญาด้านดนตรี (Musical Intelligence)
• ปัญญาด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว (Bodily-Kinesthetic Intelligence)
• ปัญญาด้านความเข้าใจระหว่างบุคคล (Interpersonal Intelligence)
• ปัญญาด้านความเข้าใจตนเอง (Intrapersonal Intelligence)
• ปัญญาด้านธรรมชาติวิทยา (Naturalist Intelligence)
• ปัญญาด้านการดำรงอยู่ของชีวิต (Existential Intelligence)
การบูรณาการแนวคิดและทฤษฎีเหล่านี้จะช่วยในการออกแบบการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงภูมิปัญญาท้องถิ่นกับการเรียนการสอนแบบ STEM เพื่อพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านปงสนุก จังหวัดลำปางได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ประชากร(กลุ่มตัวอย่าง/กลุ่มเป้าหมาย)
ประชากรและกลุ่มเป้าหมาย ประชากร ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านปงสนุก จังหวัดลำปาง ปีการศึกษา 2568 กลุ่มเป้าหมาย กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านปงสนุก จังหวัดลำปาง จำนวน 10 คน ซึ่งได้มาโดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) โดยมีเกณฑ์การคัดเลือกดังนี้
การวิจัยครั้งนี้มุ่งศึกษาผลของการบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นกับการเรียนการสอนแบบ STEM เพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนกลุ่มเป้าหมาย โดยมีระยะเวลาในการดำเนินการวิจัยตลอดภาคเรียนที่ 2568 ผลที่เกิดจากผู้เรียน
ผลที่เกิดจากผู้เรียนในงานวิจัย การบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นกับการเรียนการสอนแบบ STEM เพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านปงสนุก จังหวัดลำปาง จากการศึกษาผลที่เกิดกับนักเรียนกลุ่มตัวอย่างจำนวน 10 คน พบผลดังต่อไปนี้: 1. ด้านทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21
2. ด้านความรู้และทักษะทาง STEM
3. ด้านความภาคภูมิใจและตระหนักในคุณค่าภูมิปัญญาท้องถิ่น
4. ด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
5. ด้านความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม
6. ด้านทักษะการสื่อสารและนำเสนอ
7. ด้านเจตคติต่อการเรียนรู้
การบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นกับการเรียนการสอนแบบ STEM นี้ ไม่เพียงช่วยพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 แต่ยังช่วยปลูกฝังให้นักเรียนเกิดความรักและภาคภูมิใจในท้องถิ่นของตนเอง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป
การรับรองและรางวัล
บรรณานุกรม กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย. จิราภรณ์ ปกรณ์. (2562). การบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นในการจัดการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 21(3), 282-295. ทิศนา แขมมณี. (2563). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 24). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บุญเลี้ยง ทุมทอง. (2561). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบ STEM เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดสร้างสรรค์. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 12(2), 77-89. ปรเมษฐ์ วงษา และ รัชนี นิธากร. (2564). การศึกษาแนวทางการบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นล้านนากับการจัดการเรียนรู้แบบ STEM ในโรงเรียนประถมศึกษา. วารสารวิชาการและวิจัยสังคมศาสตร์, 16(1), 41-56. พรทิพย์ ศิริภัทราชัย. (2563). STEM Education กับการพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21. วารสารนักบริหาร, 33(2), 49-56. วิจารณ์ พานิช. (2560). เรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลง: บทเรียนการพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: มูลนิธิสยามกัมมาจล. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2563). คู่มือการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษา. กรุงเทพฯ: สสวท. สุคนธ์ สินธพานนท์ และคณะ. (2561). การจัดการเรียนรู้ของครูยุคใหม่เพื่อพัฒนาทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: 9119 เทคนิคพริ้นติ้ง. สุพรรณี ชาญประเสริฐ. (2562). การจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ในศตวรรษที่ 21. วารสารศึกษาศาสตร์ มสธ., 12(1), 1-14. Bybee, R. W. (2013). The case for STEM education: Challenges and opportunities. Arlington, VA: National Science Teachers Association. Kelley, T. R., & Knowles, J. G. (2016). A conceptual framework for integrated STEM education. International Journal of STEM Education, 3(1), 1-11. Minner, D. D., Levy, A. J., & Century, J. (2010). Inquiry-based science instruction—What is it and does it matter? Results from a research synthesis years 1984 to 2002. Journal of Research in Science Teaching, 47(4), 474-496. OECD. (2019). PISA 2018 Results: What Students Know and Can Do. Paris: OECD Publishing. Trilling, B., & Fadel, C. (2012). 21st century skills: Learning for life in our times. San Francisco, CA: Jossey-Bass. Retry Claude can make mistakes.
การเขียนอ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์
นางสาว.จีรวรรณ ปินตาใส, https://lpeduinno.org. 2568. แหล่งที่มา : https://lpeduinno.org/ShowInno.php?id=C9X2F00000000070 ค้นเมื่อ 15 เมษายน, 2569.
ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ
|
||