การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ Project-Based Learning ร่วมกับเทคนิค Pair Programming เพื่อเสริมสร้างทักษะการจัดการฐานข้อมูล (2) เปรียบเทียบทักษะการจัดการฐานข้อมูลของนักเรียนก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบที่พัฒนาขึ้น (3) ศึกษาพฤติกรรมการทำงานร่วมกันของนักเรียนที่เรียนรู้ตามรูปแบบที่พัฒนาขึ้น และ (4) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้น
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนแจ้ห่มวิทยา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาลำปาง ลำพูน ที่กำลังศึกษาในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 35 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย (1) รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ Project-Based Learning ร่วมกับเทคนิค Pair Programming (2) แผนการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบที่พัฒนาขึ้น จำนวน 12 แผน (3) แบบประเมินทักษะการจัดการฐานข้อมูล (4) แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานร่วมกัน และ (5) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที (t-test for Dependent Samples) และการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า (1) รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตั้งคำถามนำ ขั้นวางแผนโครงงานแบบจับคู่ ขั้นปฏิบัติการเขียนโปรแกรมแบบจับคู่ ขั้นนำเสนอและปรับปรุงผลงาน และขั้นประเมินกระบวนการและผลลัพธ์ รูปแบบการจัดการเรียนรู้มีความเหมาะสมในระดับมากที่สุด (x̄ = 4.68, S.D. = 0.44) (2) นักเรียนมีทักษะการจัดการฐานข้อมูลหลังเรียนตามรูปแบบที่พัฒนาขึ้นสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยมีคะแนนเฉลี่ยรวมก่อนเรียนเท่ากับ 11.35 (S.D. = 2.81) และหลังเรียนเท่ากับ 23.68 (S.D. = 3.15) (3) พฤติกรรมการทำงานร่วมกันของนักเรียนแสดงให้เห็นถึงการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การแบ่งบทบาทหน้าที่ระหว่างผู้เขียนโค้ด (Driver) และผู้สังเกตการณ์ (Navigator) และการให้คำแนะนำซึ่งกันและกัน โดยมีแนวโน้มพัฒนาขึ้นตามลำดับ และ (4) นักเรียนมีความพึงพอใจต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นในระดับมากที่สุด (x̄ = 4.58, S.D. = 0.45) โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านการส่งเสริมการทำงานเป็นคู่ รองลงมา คือ ด้านบรรยากาศการเรียนรู้ และด้านการพัฒนาทักษะการเขียนโปรแกรมจัดการฐานข้อมูล ตามลำดับ
ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่ารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ Project-Based Learning ร่วมกับเทคนิค Pair Programming สามารถพัฒนาทักษะการจัดการฐานข้อมูลและทักษะการทำงานร่วมกันของนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนวิชาที่เกี่ยวข้องกับการเขียนโปรแกรมและการจัดการฐานข้อมูลได้ต่อไป
การจัดการศึกษาในศตวรรษที่ 21 มุ่งเน้นการพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ซึ่งเป็นทักษะสำคัญสำหรับการพัฒนาประเทศตามนโยบาย Thailand 4.0 และแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579 ที่มุ่งพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ได้กำหนดให้มีรายวิชาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการฐานข้อมูลในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาสภาพปัญหาการจัดการเรียนการสอนวิชาการจัดการฐานข้อมูลในโรงเรียนแจ้ห่มวิทยา พบว่า นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 มีคะแนนเฉลี่ยเพียงร้อยละ 65.34 ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนด โดยสาเหตุสำคัญเกิดจากการจัดการเรียนการสอนที่เน้นการบรรยายและการสาธิต ทำให้นักเรียนขาดทักษะในการปฏิบัติจริงและมีปัญหาในการเรียนรู้เนื้อหาที่มีความซับซ้อน
การจัดการเรียนรู้แบบ Project-Based Learning (PBL) เป็นรูปแบบที่เน้นให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติจริงผ่านการพัฒนาโครงงาน ซึ่งช่วยพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูงและการแก้ปัญหา ในขณะที่เทคนิค Pair Programming เป็นวิธีการที่ให้นักเรียนทำงานเป็นคู่ โดยแบ่งเป็นผู้เขียนโค้ด (Driver) และผู้สังเกตการณ์ (Navigator) ช่วยให้นักเรียนได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและตรวจสอบข้อผิดพลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ งานวิจัยของ จารุวรรณ นาตัน (2562) และ ณัฐวุฒิ สำราญใจ (2564) สนับสนุนว่าทั้งสองรูปแบบสามารถพัฒนาทักษะการเขียนโปรแกรมและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ด้วยเหตุนี้ ผู้วิจัยจึงเห็นว่าการบูรณาการรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ Project-Based Learning ร่วมกับเทคนิค Pair Programming จะช่วยเสริมสร้างทักษะการจัดการฐานข้อมูลของนักเรียนได้ เนื่องจากเป็นการผสมผสานจุดเด่นของทั้งสองวิธี โดยการเรียนรู้แบบ Project-Based Learning ช่วยพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาผ่านการทำโครงงาน ขณะที่เทคนิค Pair Programming ช่วยส่งเสริมการทำงานร่วมกันและการตรวจสอบข้อผิดพลาดในการเขียนโปรแกรม ซึ่งผลการวิจัยนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการเรียนการสอนวิชาการจัดการฐานข้อมูลและวิชาที่เกี่ยวข้องกับการเขียนโปรแกรมต่อไป
เพื่อพัฒนาและศึกษาประสิทธิผลของรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ Project-Based Learning ร่วมกับเทคนิค Pair Programming ที่มีต่อการเสริมสร้างทักษะการจัดการฐานข้อมูลและความสามารถในการแก้ปัญหาเชิงคอมพิวเตอร์ รวมถึงความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนแจ้ห่มวิทยา จังหวัดลำปาง
ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
3.1.1 ประชากร
ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนแจ้ห่มวิทยา จังหวัดลำปาง ที่เรียนวิชาการจัดการฐานข้อมูล ปีการศึกษา 2567 จำนวน 176 คน จาก 5 ห้องเรียน
3.1.2 กลุ่มตัวอย่าง
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/2 โรงเรียนแจ้ห่มวิทยา จังหวัดลำปาง ที่เรียนวิชาการจัดการฐานข้อมูล ปีการศึกษา 2567 จำนวน 35 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยในการสุ่ม