แชร์หน้านี้
อ่านแล้ว 93 ครั้ง

ข้อมูลนวัตกรรม
การวิจัยและพัฒนาชุดกิจกรรม
SoftPower
ประถมศึกษา
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ข้อมูลผู้พัฒนา
นางสาวปาณิสรา ญาณโชติชนาภัทร
ครูชำนาญการพิเศษ
บ้านจำปุย
วิทยาศาสตร์
0955764587
panisara21phung@gmail.com
บทคัดย่อ/บทสรุป

บทคัดย่อ (ภาษาไทย)

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาและหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรม "วิทยาศาสตร์รอบตัวเรา: แม่เมาะบ้านฉัน" สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 2) เปรียบเทียบทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนก่อนและหลังการใช้ชุดกิจกรรม และ 3) ศึกษาการเปลี่ยนแปลง Soft Power ของครูผู้สอน การวิจัยนี้เป็นวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียน (Classroom Action Research) กลุ่มตัวอย่างคือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านจำปุย อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 14 คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) ชุดกิจกรรม "วิทยาศาสตร์รอบตัวเรา: แม่เมาะบ้านฉัน" จำนวน 8 แผน 2) แบบวัดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 3) แบบสังเกตพฤติกรรมการใช้ Soft Power ของครู และ 4) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณใช้สถิติร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การหาค่าประสิทธิภาพ E1/E2 และการทดสอบค่าที (Dependent Samples t-test) ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพใช้วิธีการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)

ผลการวิจัยพบว่า:

  1. ชุดกิจกรรม "วิทยาศาสตร์รอบตัวเรา: แม่เมาะบ้านฉัน" มีประสิทธิภาพเท่ากับ 85.54/79.46 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้
  2. ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนหลังเรียนด้วยชุดกิจกรรมสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
  3. ครูผู้สอนมีการเปลี่ยนแปลงการใช้ Soft Power ในการจัดการเรียนรู้ในทิศทางที่ดีขึ้นทั้ง 4 องค์ประกอบ และนักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด

คำสำคัญ: ชุดกิจกรรม, Soft Power, ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์, การวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียน, การเรียนรู้โดยใช้บริบทเป็นฐาน

หลักการและเหตุผล

การศึกษาในศตวรรษที่ 21 เผชิญกับความท้าทายในการเตรียมผู้เรียนให้มีทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตและประกอบอาชีพในยุคที่เทคโนโลยีและข้อมูลข่าวสารเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ (กระทรวงศึกษาธิการ, 2560) อย่างไรก็ตาม ปัญหาหนึ่งที่มักพบในการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ในระดับประถมศึกษาคือ การที่นักเรียนขาดความสนใจ ขาดเจตคติที่ดีต่อวิชาวิทยาศาสตร์ และยังไม่สามารถพัฒนา ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ได้อย่างเต็มศักยภาพ จากข้อมูลเบื้องต้นของโรงเรียนบ้านจำปุย พบว่า นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีร้อยละ 30 ที่มีปัญหาเรื่องทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งอาจส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, 2563) ปัญหาเหล่านี้มักมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย ทั้งจากวิธีการสอนของครูผู้สอนที่อาจเน้นการบรรยาย ขาดกิจกรรมที่กระตุ้นความสนใจ หรือเนื้อหาที่ยังไม่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของผู้เรียนอย่างเป็นรูปธรรม

ในปัจจุบัน แนวคิดเรื่อง Soft Power ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในหลากหลายบริบท รวมถึงในภาคการศึกษา Soft Power ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงอำนาจทางการเมืองหรือเศรษฐกิจ แต่เป็นการสะท้อนถึง "ความสามารถในการดึงดูด โน้มน้าว และสร้างแรงบันดาลใจ" ให้ผู้เรียนเกิดความสนใจใฝ่รู้และมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ (สนั่น บุญปัญญา และคณะ, 2566) สำหรับครูผู้สอนวิทยาศาสตร์ Soft Power จึงหมายถึงบุคลิกภาพ วิธีการถ่ายทอดความรู้ การสร้างบรรยากาศในชั้นเรียน และการเชื่อมโยงวิทยาศาสตร์เข้ากับโลกของผู้เรียนได้อย่างน่าสนใจ ซึ่งจะช่วยให้วิชาวิทยาศาสตร์ไม่ใช่เรื่องยากหรือไกลตัวอีกต่อไป (รุ่งฟ้า ธรรมสุนทร, 2565) เมื่อครูผู้สอนสามารถใช้ Soft Power ในการสร้างแรงบันดาลใจ นักเรียนจะเกิดความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ มีเจตคติเชิงบวก และพร้อมที่จะพัฒนาทักษะต่างๆ ที่จำเป็นหนึ่งในวิธีการสำคัญที่จะช่วยเสริมสร้าง Soft Power ของครูผู้สอนและแก้ไขปัญหาการขาดความสนใจในวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียน รวมถึงปัญหาด้านทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ คือการพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่เน้นการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมและเชื่อมโยงกับบริบทจริง การจัดกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติ ทดลอง และค้นพบความรู้ด้วยตนเอง จะช่วยให้การเรียนรู้มีความหมายและน่าจดจำมากยิ่งขึ้น (นพพร วังบุญ และคณะ, 2567) นอกจากนี้ การบูรณาการเนื้อหาวิทยาศาสตร์เข้ากับสิ่งรอบตัวและภูมิปัญญาท้องถิ่น จะช่วยให้นักเรียนเห็นคุณค่าและความสำคัญของวิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวันของตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่มีความโดดเด่นทางธรรมชาติหรืออุตสาหกรรม เช่น อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงไฟฟ้าและเหมืองถ่านหินลิกไนต์ขนาดใหญ่ (การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, 2567) การนำเอาปรากฏการณ์หรือเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับพลังงานและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่มาเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ จะช่วยให้นักเรียนเกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของและเห็นถึงประโยชน์ของการเรียนรู้วิทยาศาสตร์อย่างแท้จริง

จากสภาพปัญหาดังกล่าวข้างต้น และเพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ในระดับประถมศึกษา โรงเรียนบ้านจำปุย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำปางเขต 1 ซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 14 คน เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญและสอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น ดังนั้น การวิจัยและพัฒนาชุดกิจกรรม "วิทยาศาสตร์รอบตัวเรา: แม่เมาะบ้านฉัน" จึงเป็นนวัตกรรมที่ถูกออกแบบมาเพื่อเสริมสร้าง Soft Power ของครูผู้สอนวิทยาศาสตร์ โดยมุ่งเน้นให้ครูสามารถสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่สนุกสนาน กระตุ้นความอยากรู้อยากเห็น และเชื่อมโยงเนื้อหาวิทยาศาสตร์เข้ากับชีวิตประจำวันและสิ่งแวดล้อมรอบตัวนักเรียนในอำเภอแม่เมาะ ซึ่งจะช่วยให้นักเรียนเกิดความตระหนักรู้ เห็นคุณค่า และมีเจตคติที่ดีต่อวิชาวิทยาศาสตร์มากยิ่งขึ้น

นอกจากการเสริมสร้าง Soft Power ของครูผู้สอนแล้ว ชุดกิจกรรมนี้ยังมุ่งเน้นการยกระดับ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ของนักเรียน ซึ่งเป็นทักษะพื้นฐานที่สำคัญในการคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา และสร้างองค์ความรู้ (จุฑามาศ สัมมานันท์ และคณะ, 2564) โดยกิจกรรมจะเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ฝึกฝนทักษะต่างๆ เช่น การสังเกต การจำแนกประเภท การวัด การสื่อสาร การทดลอง และการตีความข้อมูล จากการลงมือปฏิบัติจริงกับปรากฏการณ์หรือสิ่งของใกล้ตัวในชุมชน ด้วยการบูรณาการองค์ความรู้จากท้องถิ่น "แม่เมาะบ้านฉัน" เข้ากับการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ คาดหวังว่านักเรียนจะสามารถนำความรู้และทักษะที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน และเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการเรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้นต่อไปในอนาคต

 

วัตถุประสงค์

การวิจัยและพัฒนาชุดกิจกรรม "วิทยาศาสตร์รอบตัวเรา: แม่เมาะบ้านฉัน" เพื่อเสริมสร้าง Soft Power ของครูผู้สอน และยกระดับทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านจำปุย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำปางเขต 1

  1. เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรม "วิทยาศาสตร์รอบตัวเรา: แม่เมาะบ้านฉัน" สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านจำปุย (เน้น ผลผลิต: การสร้างและพัฒนาชุดกิจกรรมที่เป็นรูปธรรมและสามารถนำไปใช้ได้จริง)
  2. เพื่อเปรียบเทียบทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และศึกษาการเปลี่ยนแปลงของ Soft Power ของครูผู้สอน ก่อนและหลังการใช้ชุดกิจกรรม "วิทยาศาสตร์รอบตัวเรา: แม่เมาะบ้านฉัน" ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านจำปุย (เน้น ผลลัพธ์: การวัดผลการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับนักเรียนในด้านทักษะ และการศึกษาการเปลี่ยนแปลงของ Soft Power ในตัวครูผู้สอน)
แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง

2.1 แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

2.1.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

2.1.2 ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์ (Nature of Science)

2.1.3 แนวคิดการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ (Student-Centered Learning)

2.1.4 แนวคิดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-Based Learning: PBL)

2.1.5 แนวคิดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry-Based Learning)

2.2 แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับ Soft Power ของครูผู้สอน

2.2.1 ความหมายและองค์ประกอบของ Soft Power

2.2.2 Soft Power ในบริบทการศึกษา

2.2.3 บทบาทของครูผู้สอนในการสร้าง Soft Power

2.2.4 คุณลักษณะของครูผู้สอนที่มี Soft Power ในการสร้างแรงบันดาลใจ

2.3 แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

2.3.1 ความหมายและความสำคัญของทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

2.3.2 ประเภทและองค์ประกอบของทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

2.3.3 แนวทางการส่งเสริมและพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในระดับประถมศึกษา

2.4 แนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้

2.4.1 ความหมายและความสำคัญของชุดกิจกรรมการเรียนรู้

2.4.2 หลักการและขั้นตอนการออกแบบและพัฒนาชุดกิจกรรม

2.4.3 องค์ประกอบของชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

2.5 บริบทของชุมชนแม่เมาะและโรงเรียนบ้านจำปุย

2.5.1 ข้อมูลทั่วไปของอำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง (ด้านภูมิศาสตร์ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม)

2.5.2 ศักยภาพและแหล่งเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ในท้องถิ่นแม่เมาะ

2.5.3 ข้อมูลทั่วไปของโรงเรียนบ้านจำปุย (ประวัติ นักเรียน ครู สภาพการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์)

2.6 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

2.6.1 งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

2.6.2 งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

2.6.3 งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการประยุกต์ใช้ Soft Power ในการจัดการเรียนรู้

2.6.4 งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โดยใช้บริบทท้องถิ่นเป็นฐาน

 

 

 

คำสำคัญ (Keywords)
เพื่อให้การวิจัยนี้มีความชัดเจนและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน จึงกำหนดนิยามศัพท์เฉพาะที่ใช้ในการวิจัยดังนี้: • ชุดกิจกรรม "วิทยาศาสตร์รอบตัวเรา: แม่เมาะบ้านฉัน" หมายถึง นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น โดยบูรณาการเนื้อหาวิทยาศาสตร์เข้ากับบริบทและแหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่นอำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ประกอบด้วยแผนการจัดการเรียนรู้ 8 แผน ใบกิจกรรม ใบงาน สื่อการเรียนรู้ และแนวทางการวัดประเมินผล เพื่อเสริมสร้าง Soft Power ของครูผู้สอนและยกระดับทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียน • Soft Power ของครูผู้สอน หมายถึง ความสามารถของครูผู้สอนวิชาวิทยาศาสตร์ในการดึงดูด สร้างแรงบันดาลใจ และโน้มน้าวให้นักเรียนเกิดความสนใจใฝ่รู้ในวิชาวิทยาศาสตร์ มีเจตคติที่ดีต่อวิทยาศาสตร์ และมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ โดยไม่ได้ใช้การบังคับ ซึ่งประเมินได้จาก 4 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ บุคลิกภาพและความเป็นกันเอง (การสร้างบรรยากาศที่เป็นมิตร, ความเข้าถึงง่าย), ความกระตือรือร้นและความหลงใหลในวิทยาศาสตร์ (การแสดงออกถึงความรักในวิชาวิทยาศาสตร์), การเล่าเรื่องและการเชื่อมโยง (การนำเรื่องราวและบริบทท้องถิ่นมาประกอบการสอน), และ การสร้างประสบการณ์การเรียนรู้เชิงรุก (การออกแบบกิจกรรมที่เน้นการลงมือปฏิบัติและค้นพบด้วยตนเอง) • ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ หมายถึง ความสามารถของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ในการคิดและปฏิบัติอย่างนักวิทยาศาสตร์ เพื่อนำไปสู่การแสวงหาความรู้และแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ โดยครอบคลุมทั้งทักษะขั้นพื้นฐาน (เช่น การสังเกต การจำแนกประเภท การวัด การสื่อสาร การลงความเห็นจากข้อมูล) และทักษะขั้นบูรณาการ (เช่น การตั้งสมมติฐาน การกำหนดและควบคุมตัวแปร การทดลอง) ซึ่งประเมินจากแบบวัดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ • นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านจำปุย หมายถึง นักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 โรงเรียนบ้านจำปุย อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำปางเขต 1 ซึ่งเป็นกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยนี้
วิธีการพัฒนา

รูปแบบการวิจัย

การวิจัยนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณผสมผสานกัน (Mixed Methods Research) โดยมีขั้นตอนหลักตามแนวคิดของการวิจัยเชิงปฏิบัติการของ Kemmis & McTaggart (1988) ซึ่งประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ได้แก่

1. การวางแผน (Planning): วิเคราะห์สภาพปัญหา กำหนดวัตถุประสงค์ และออกแบบชุดกิจกรรม

2. การปฏิบัติ (Acting): นำชุดกิจกรรมไปใช้ในการจัดการเรียนรู้

  1. การสังเกต (Observing): เก็บรวบรวมข้อมูลระหว่างการปฏิบัติ

4. การสะท้อนผล (Reflecting): วิเคราะห์ข้อมูล สรุปผล และวางแผนการปรับปรุง

การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติ
    1. สถิติที่ใช้ในการวิจัย

1. สถิติพื้นฐาน:

ร้อยละ (Percentage)

ค่าเฉลี่ย (Mean)

ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)

  1. สถิติอนุมาน:

การทดสอบค่าทีสำหรับกลุ่มตัวอย่างสองกลุ่มที่ไม่เป็นอิสระต่อกัน (Dependent Samples t-test) สำหรับการเปรียบเทียบทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ก่อนและหลังการใช้ชุดกิจกรรม

ประชากร(กลุ่มตัวอย่าง/กลุ่มเป้าหมาย)
  • ประชากร: นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่กำลังศึกษาอยู่ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 โรงเรียนบ้านจำปุย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำปางเขต 1
ผลที่เกิดจากผู้เรียน
  1. ด้านผลลัพธ์ที่เกิดกับนักเรียน:
    • นักเรียนที่เรียนด้วยชุดกิจกรรมฯ มีคะแนนทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
    • นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ด้วยชุดกิจกรรมฯ โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (xˉ = 4.70)
การรับรองและรางวัล

-

การเผยแพร่

-

การเขียนอ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์
นางสาว.ปาณิสรา ญาณโชติชนาภัทร, https://lpeduinno.org. 2568. แหล่งที่มา : https://lpeduinno.org/ShowInno.php?id=DGHOA00000000117 ค้นเมื่อ 15 เมษายน, 2569.


ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ