แชร์หน้านี้
อ่านแล้ว 133 ครั้ง

ข้อมูลนวัตกรรม
การพัฒนาทักษะคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ผ่านการเล่นอย่างสร้างสรรค์ตามแนวทาง STEM Education สำหรับนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2
STEM Education
ปฐมวัย
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ข้อมูลผู้พัฒนา
นางสิริลาวัลย์ พรมมินทร์
ครูชำนาญการ
โรงเรียนเทศบาล ๑ บ้านหล่าย
การศึกษาปฐมวัย
0988282815
sirilawan3126@gmail.com
บทคัดย่อ/บทสรุป

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและศึกษาผลของนวัตกรรมการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ผ่านการเล่นอย่างสร้างสรรค์ตามแนวทาง STEM Education ที่ส่งเสริมทักษะคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์สำหรับนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 โรงเรียนเทศบาล 1 บ้านหล่าย สังกัดเทศบาลตำบลสบปราบ จังหวัดลำปาง กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้คือ นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 จำนวน 15 คน ซึ่งได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling)

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย (1) แบบประเมินทักษะคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย จำนวน 20 ข้อ (2) แบบประเมินทักษะวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย จำนวน 20 ข้อ (3) แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยระหว่างการจัดกิจกรรม และ (4) แบบประเมินความพึงพอใจของผู้ปกครองที่มีต่อนวัตกรรม ซึ่งผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ และมีค่าความเชื่อมั่นในระดับเหมาะสม

ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนมีคะแนนทักษะคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์หลังได้รับการจัดกิจกรรมสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ สะท้อนให้เห็นว่านวัตกรรมการเรียนรู้ที่เน้นการเล่นอย่างสร้างสรรค์ตามแนวทาง STEM Education สามารถส่งเสริมทักษะพื้นฐานด้านการคิดคำนวณ การสังเกต การทดลอง และการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสมกับพัฒนาการของเด็กปฐมวัย นอกจากนี้ พฤติกรรมการเรียนรู้ของเด็กในระหว่างการจัดกิจกรรมมีแนวโน้มดีขึ้นในด้านความสนใจ มีส่วนร่วม และความคิดสร้างสรรค์ และผลการประเมินความพึงพอใจของผู้ปกครองต่อการใช้นวัตกรรมอยู่ในระดับมาก สะท้อนถึงการยอมรับและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้แนวใหม่ที่เน้นความคิดสร้างสรรค์และการบูรณาการระหว่างวิชาการในบริบทของโรงเรียนเทศบาล 1 บ้านหล่าย

หลักการและเหตุผล

การจัดการศึกษาระดับปฐมวัยในปัจจุบันมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 โดยเฉพาะอย่างยิ่งทักษะด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการเรียนรู้ (สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, 2563) แนวทาง STEM Education ได้รับการยอมรับว่าเป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพในการพัฒนาทักษะเหล่านี้ผ่านการบูรณาการศาสตร์หลายแขนง (สุทธิดา จำรัส และคณะ, 2564) โดยเฉพาะเมื่อผสมผสานกับการเล่นอย่างสร้างสรรค์ซึ่งเป็นวิธีการเรียนรู้ตามธรรมชาติของเด็กปฐมวัย (พัชรา พุ่มพชาติ, 2561) การวิจัยของนภเนตร ธรรมบวร (2562) พบว่าเด็กที่ได้รับการจัดประสบการณ์ผ่านการเล่นที่มีการวางแผนอย่างเป็นระบบจะมีพัฒนาการด้านการคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหาที่ดีกว่า นอกจากนี้ ปิยะธิดา ปัญญา (2565) ยังพบว่าการจัดกิจกรรมตามแนวทาง STEM Education สามารถพัฒนาทักษะทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ในเด็กอายุ 4-5 ปี อย่างไรก็ตาม การนำแนวคิดดังกล่าวมาประยุกต์ใช้ในบริบทของโรงเรียนท้องถิ่นยังมีข้อจำกัด (วรนาถ รักสกุลไทย และคณะ, 2564) การวิจัยนี้จึงมุ่งพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมทักษะคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ผ่านการเล่นอย่างสร้างสรรค์ตามแนวทาง STEM Education ที่เหมาะสมกับบริบทและทรัพยากรของโรงเรียนในท้องถิ่น

วัตถุประสงค์

เพื่อพัฒนาและศึกษาผลของนวัตกรรมการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ผ่านการเล่นอย่างสร้างสรรค์ตามแนวทาง STEM Education ที่ส่งเสริมทักษะคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์สำหรับนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 โรงเรียนเทศบาล 1 บ้านหล่าย สังกัดเทศบาลตำบลสบปราบ

แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง

แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับพัฒนาการเด็กปฐมวัย

1.1 ความหมายและความสำคัญของเด็กปฐมวัย

1.2 พัฒนาการของเด็กปฐมวัย

1.3 ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของเพียเจต์

1.4 ทฤษฎีวัฒนธรรมเชิงสังคมของไวก็อตสกี้

1.5 ทฤษฎีพหุปัญญาของการ์ดเนอร์

การจัดประสบการณ์การเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย

2.1 หลักการจัดประสบการณ์การเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย

2.2 รูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย

2.3 การประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย

การเล่นอย่างสร้างสรรค์สำหรับเด็กปฐมวัย

3.1 ความหมายและความสำคัญของการเล่นสำหรับเด็กปฐมวัย

3.2 ประเภทและรูปแบบของการเล่นอย่างสร้างสรรค์

3.3 บทบาทของครูในการส่งเสริมการเล่นอย่างสร้างสรรค์

3.4 การเล่นกับการพัฒนาทักษะคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์

แนวคิดเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้แบบ STEM Education

4.1 ความหมายและองค์ประกอบของ STEM Education

4.2 หลักการและแนวทางการจัดการเรียนรู้แบบ STEM Education

4.3 STEM Education สำหรับเด็กปฐมวัย

4.4 การประเมินผลการเรียนรู้แบบ STEM Education

ทักษะคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

5.1 ความหมายและความสำคัญของทักษะคณิตศาสตร์ระดับปฐมวัย

5.2 พัฒนาการทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย

5.3 การพัฒนาทักษะคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

5.4 การประเมินทักษะคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย

ทักษะวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

6.1 ความหมายและความสำคัญของทักษะวิทยาศาสตร์ระดับปฐมวัย

6.2 พัฒนาการทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย

6.3 การพัฒนาทักษะวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

6.4 การประเมินทักษะวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย

งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

7.1 งานวิจัยในประเทศ

7.2 งานวิจัยต่างประเทศ

คำสำคัญ (Keywords)
ทักษะคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ , STEM Education
วิธีการพัฒนา

**ประชากร**

ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 ในโรงเรียนสังกัดเทศบาลตำบลสบปราบ อำเภอสบปราบ จังหวัดลำปาง

 

**กลุ่มตัวอย่าง**

กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 โรงเรียนเทศบาล 1 บ้านหล่าย สังกัดเทศบาลตำบลสบปราบ อำเภอสบปราบ จังหวัดลำปาง ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 จำนวน 15 คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling)

 

## 3.2 แบบแผนการวิจัย

 

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) โดยใช้แบบแผนการวิจัยแบบกลุ่มเดียวทดสอบก่อนและหลังการทดลอง (One Group Pretest-Posttest Design) ซึ่งมีรูปแบบดังนี้

 

| ทดสอบก่อนการทดลอง | ทดลอง | ทดสอบหลังการทดลอง |

การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติ

วิเคราะห์ค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) โดยกำหนดเกณฑ์การพิจารณาค่า IOC ที่มีค่าตั้งแต่ 0.50 ขึ้นไป , ค่าเฉลี่ย

วิธีการใช้งาน

นำนวัตกรรมการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ไปทดลองใช้ (Try out) กับนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 15 คน เพื่อตรวจสอบความเหมาะสมของเนื้อหา กิจกรรม เวลา และสื่อการเรียนรู้

ประชากร(กลุ่มตัวอย่าง/กลุ่มเป้าหมาย)

**ประชากร**

ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 ในโรงเรียนสังกัดเทศบาลตำบลสบปราบ อำเภอสบปราบ จังหวัดลำปาง

 

**กลุ่มตัวอย่าง**

กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 โรงเรียนเทศบาล 1 บ้านหล่าย สังกัดเทศบาลตำบลสบปราบ อำเภอสบปราบ จังหวัดลำปาง ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 จำนวน 15 คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling)

ผลที่เกิดจากผู้เรียน

1. อภิปรายผลการศึกษา

จากผลการศึกษาพบว่า นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 โรงเรียนเทศบาล 1 บ้านหล่าย จำนวน 15 คน มีคะแนนเฉลี่ยทั้งในด้าน ทักษะคณิตศาสตร์ และ ทักษะวิทยาศาสตร์ หลังได้รับการจัดกิจกรรมที่เน้นการเล่นอย่างสร้างสรรค์ตามแนวทาง STEM Education สูงกว่าคะแนนก่อนการจัดกิจกรรมอย่างมีนัยสำคัญทางการศึกษา โดยเฉพาะในด้านต่อไปนี้:

1.1 การพัฒนาทักษะคณิตศาสตร์

ผลคะแนนเฉลี่ยจากแบบประเมิน 20 ข้อ พบว่า คะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนทุกคน สะท้อนให้เห็นว่า เด็กสามารถเข้าใจแนวคิดพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ เช่น การนับจำนวน การเปรียบเทียบ การจัดกลุ่ม และการหาลำดับ ได้ดียิ่งขึ้นเมื่อได้เรียนรู้ผ่านการเล่น เช่น เกมจับคู่ บล็อกตัวเลข หรือการสำรวจวัตถุรอบตัว

1.2 การพัฒนาทักษะวิทยาศาสตร์

เด็กมีพัฒนาการด้านการสังเกต ทดลอง และตั้งคำถามมากขึ้น ซึ่งเห็นได้จากคะแนนที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เด็กสามารถเรียนรู้ผ่านการทดลองง่าย ๆ เช่น การเปรียบเทียบวัตถุ การสังเกตธรรมชาติ และการตั้งข้อสังเกตด้วยภาษาของตนเองอย่างน่าสนใจ แสดงถึงการเริ่มต้นพัฒนาทักษะทางวิทยาศาสตร์อย่างเป็นระบบตามวัย

1.3 พฤติกรรมการเรียนรู้

จากแบบสังเกตพฤติกรรม พบว่า เด็กแสดงออกถึงความกระตือรือร้น มีสมาธิ มีส่วนร่วม และมีความคิดสร้างสรรค์เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในด้านการทำงานร่วมกับเพื่อน ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของการเรียนรู้แบบร่วมมือ (collaborative learning)

1.4 ความพึงพอใจของผู้ปกครอง

ผู้ปกครองแสดงความพึงพอใจในระดับสูงต่อการจัดกิจกรรม โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 3.82 คะแนน จาก 4 คะแนนเต็ม แสดงถึงการยอมรับว่ากิจกรรมดังกล่าวช่วยส่งเสริมพัฒนาการลูกอย่างเหมาะสม และทำให้เด็กมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นทั้งในโรงเรียนและที่บ้าน

 

วิเคราะห์เพิ่มเติม

ผลลัพธ์ทั้งหมดนี้สอดคล้องกับแนวคิดของ Piaget และ Vygotsky ที่เชื่อว่าเด็กเรียนรู้ได้ดีเมื่ออยู่ในบริบทของการเล่น และมีการใช้เครื่องมือ/สิ่งแวดล้อมที่ช่วยสร้างพัฒนาการ โดยเฉพาะการเรียนรู้แบบ Active Learning และ Project-Based Learning ซึ่งเป็นหัวใจของ STEM Education นั้นเหมาะสมกับเด็กปฐมวัยในชนบทที่มีข้อจำกัดด้านทรัพยากร แต่ยังสามารถส่งเสริมศักยภาพได้หากจัดกิจกรรมอย่างมีเป้าหมายและความคิดสร้างสรรค์

 

2. สรุปผลการศึกษา

การวิจัยเรื่อง "การพัฒนาทักษะคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ผ่านการเล่นอย่างสร้างสรรค์ตามแนวทาง STEM Education สำหรับนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2" มีข้อสรุปที่สำคัญดังนี้:

  1. นักเรียนมีพัฒนาการทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เมื่อได้รับการจัดกิจกรรมที่เน้นการเล่นอย่างสร้างสรรค์ตามแนวทาง STEM Education โดยคะแนนหลังการเรียนสูงขึ้นทุกคนจากคะแนนก่อนเรียน
  2. พฤติกรรมการเรียนรู้ของเด็กดีขึ้นในหลายด้าน ได้แก่ ความสนใจ ความร่วมมือ ความคิดสร้างสรรค์ และการมีส่วนร่วมในกิจกรรม ซึ่งสะท้อนถึงความเหมาะสมของวิธีการจัดการเรียนรู้ที่เน้นเด็กเป็นศูนย์กลาง
  3. ผู้ปกครองมีความพึงพอใจในระดับสูง ต่อการใช้นวัตกรรมการเรียนรู้ที่นำมาใช้ สะท้อนถึงการยอมรับและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้แนวใหม่ในบริบทของชุมชนชนบท
  4. แนวทาง STEM Education ผ่านการเล่นสามารถ นำมาประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้ในโรงเรียนชนบทที่มีทรัพยากรจำกัด หากมีการวางแผนกิจกรรมที่เน้นความสร้างสรรค์ และใช้วัสดุจากธรรมชาติหรือของใช้ในท้องถิ่น
การรับรองและรางวัล

-

การเผยแพร่

-

การอ้างอิง

-

การต่อยอดและพัฒนา

นำไปพัฒนานักเรียนในปีต่อไป

การเขียนอ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์
นาง.สิริลาวัลย์ พรมมินทร์, https://lpeduinno.org. 2568. แหล่งที่มา : https://lpeduinno.org/ShowInno.php?id=EJDS700000000059 ค้นเมื่อ 15 เมษายน, 2569.


ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ