2.1 แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับชุมชนแห่งการเรียนรู้ (PLC)
2.1.1 ความหมายและแนวคิดของชุมชนแห่งการเรียนรู้แบบดั้งเดิม
Hord และ Sommers (2008) อธิบายว่าชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community: PLC) เป็นกลุ่มบุคลากรที่ทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียนอย่างต่อเนื่อง (อ้างถึงใน สุริยา อรุณวิภาสพัฒน์, 2562) DuFour และคณะ (2010) ระบุว่า PLC มีลักษณะสำคัญ 3 ประการคือ มุ่งเน้นการเรียนรู้ร่วมกัน, สร้างวัฒนธรรมการทำงานร่วมกัน และเน้นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม
จีระวัฒน์ บุญพงศธร (2563) อธิบายว่าชุมชนแห่งการเรียนรู้เป็นกลยุทธ์การพัฒนาวิชาชีพครูที่เน้นการเรียนรู้จากกันและกันในลักษณะทีมเวิร์ก โดยมีการวางแผน ดำเนินการ สะท้อนกลับ และปรับปรุงร่วมกันอย่างต่อเนื่อง การวิจัยของ พงศ์ศักดิ์ ไวยกรณ์ (2564) พบว่า PLC ช่วยพัฒนาการสอนของครูและยกระดับผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนอย่างมีนัยสำคัญ
2.1.2 การพัฒนาสู่ชุมชนแห่งการเรียนรู้ออนไลน์ (Online PLC)
การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการสร้าง PLC เป็นแนวโน้มที่กำลังได้รับความนิยม ภควดี วงษ์จาปี (2564) ระบุว่า Online PLC ช่วยแก้ปัญหาข้อจำกัดด้านเวลาและสถานที่ ทำให้ครูสามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา Garrison และคณะ (2000) นำเสนอกรอบแนวคิด Community of Inquiry ที่สามารถนำมาใช้ในการออกแบบ Online PLC ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Carpenter และ Justice (2019) ศึกษาพบว่า Online PLC ที่ออกแบบดีช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมของครูและการแลกเปลี่ยนการเรียนรู้มากกว่า PLC แบบดั้งเดิม โดยเฉพาะในการใช้มัลติมีเดียและการสื่อสารแบบไม่ซิงโครนัส
2.1.3 องค์ประกอบหลักของ PLC ออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพ
Barth-Cohen และคณะ (2021) ระบุองค์ประกอบของ Online PLC ที่ประสบความสำเร็จ ประกอบด้วย:
- ระบบการสื่อสารแบบสองทาง (Two-way Communication)
- การจัดการเนื้อหาที่มีโครงสร้าง (Structured Content Management)
- ระบบติดตามความก้าวหน้า (Progress Tracking)
- ช่องทางปฏิสัมพันธ์หลายรูปแบบ (Multi-modal Interaction)
สุภาพร สลีย์รัม (2564) เสนอว่าแพลตฟอร์ม Online PLC สำหรับครูไทยควรรวมฟีเจอร์: การแบ่งปันสื่อการสอน, การพูดคุยแบบเรียลไทม์, ระบบประเมินผล และการสร้างเครือข่ายการเรียนรู้
2.2 การศึกษา STEM และการพัฒนาครู
2.2.1 ความหมายและความสำคัญของการศึกษา STEM
National Science Foundation (2018) นิยาม STEM education ว่าเป็นการบูรณาการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์เพื่อพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาในเชิงบูรณาการ
กิตติภาสสุธีนันท์ และโชติกา ชูถนอม (2565) ระบุว่าการศึกษา STEM มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศไทยในระยะยาว โดยช่วยสร้างนวัตกรและบุคลากรที่มีทักษะในศตวรรษที่ 21
2.2.2 สมรรถนะที่จำเป็นสำหรับครู STEM
ตามกรอบสมรรถนะครู STEM ของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (2563) ครู STEM ควรมีสมรรถนะดังนี้:
- ความรู้เชิงลึกในสาขาวิชา
- ทักษะการบูรณาการข้ามศาสตร์
- การใช้เทคโนโลยีการศึกษา
- การออกแบบการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้
- การประเมินผลเชิงสมรรถนะ
2.2.3 ความท้าทายในการพัฒนาครู STEM ในบริบทไทย
พัทยา จันทร์แก้ว (2563) ระบุความท้าทายในการพัฒนาครู STEM ได้แก่:
- ขาดความต่อเนื่องในการพัฒนาวิชาชีพ
- ทรัพยากรและงบประมาณที่จำกัด
- การขาดเครือข่ายการเรียนรู้ที่เข้มแข็ง
- ภาระงานที่มากเกินไป
2.3 แพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับการเรียนรู้ของครู
2.3.1 ประเภทและลักษณะของแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์
Hatziapostolou และ Paraskakis (2022) จำแนกแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ออกเป็น:
- Learning Management System (LMS)
- Social Learning Platforms
- Collaborative Learning Spaces
- Professional Development Networks
2.3.2 มาตรฐานและหลักการออกแบบแพลตฟอร์มการพัฒนาวิชาชีพครู
หลักการออกแบบแพลตฟอร์มการพัฒนาครู (Merrill, 2020) ประกอบด้วย:
- การเน้นปัญหาจริง (Problem-centered)
- การเปิดใช้งานความรู้เดิม (Activation)
- การสาธิต (Demonstration)
- การประยุกต์ใช้ (Application)
- การรวมเข้าด้วยกัน (Integration)
2.3.3 การประเมินประสิทธิภาพแพลตฟอร์มการเรียนรู้
แบบจำลองการประเมินประสิทธิภาพของ Kirkpatrick (2016) ประกอบด้วย 4 ระดับ:
- Reaction - ความพึงพอใจของผู้ใช้
- Learning - ความรู้และทักษะที่ได้รับ
- Behavior - การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการทำงาน
- Results - ผลลัพธ์ขององค์กร
2.4 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
2.4.1 การศึกษาเกี่ยวกับ PLC ออนไลน์ในต่างประเทศ
Barrett (2021) ศึกษา PLC ออนไลน์ของครูวิทยาศาสตร์ในสหรัฐอเมริกา พบว่าการใช้แพลตฟอร์มออนไลน์เพิ่มความมีส่วนร่วมจาก 45% เป็น 78% และเพิ่มการใช้กิจกรรม STEM ในชั้นเรียนถึง 60%
Lee และ Ward (2021) ศึกษา PLC ออนไลน์ในสิงคโปร์ พบว่าครูสามารถพัฒนาทักษะการใช้เทคโนโลยี STEM ได้ดีกว่า PLC แบบดั้งเดิม และมีความพึงพอใจสูงถึง 85%
2.4.2 งานวิจัยการพัฒนาครู STEM ในประเทศไทย
จิรายุส ศรีติวัฒน์ (2564) ศึกษาการพัฒนาครู STEM ในสังกัด สพฐ. พบว่าการใช้ Online PLC ช่วยลดต้นทุนการพัฒนา 40% และเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ 35%
ประสงค์ รัตนปัท (2565) วิจัยการพัฒนาครู STEM ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบว่าแพลตฟอร์มออนไลน์ช่วยขยายการเข้าถึงการพัฒนาวิชาชีพในพื้นที่ห่างไกล
2.4.3 การใช้เทคโนโลยีในการพัฒนาครูของ สพม. ต่างๆ
ศักดิ์ชัย มุ่งวัฒนา (2565) ศึกษาการใช้เทคโนโลยีของ สพม. เชียงใหม่ พบว่า:
- 65% ของครูใช้แพลตฟอร์มออนไลน์สม่ำเสมอ
- 78% รู้สึกว่าเรียนรู้ได้มากกว่า PLC แบบดั้งเดิม
- 85% ต้องการให้ขยายระบบต่อไป
2.5 กรอบแนวคิดการวิจัย
2.5.1 การสังเคราะห์แนวคิดทฤษฎีสู่การพัฒนาแพลตฟอร์ม
จากการทบทวนวรรณกรรม ผู้วิจัยนำแนวคิดต่อไปนี้มาสังเคราะห์:
- ทฤษฎี Community of Inquiry (Garrison et al., 2000)
- หลักการ Instructional Design (Merrill, 2020)
- แบบจำลองการประเมิน Kirkpatrick (2016)
- Framework ของ PLC (DuFour et al., 2010)
2.5.2 กรอบแนวคิดการวิจัย
กรอบแนวคิดประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก:
- Input: ความต้องการของครู, ทรัพยากรเทคโนโลยี, สมรรถนะครูเริ่มต้น
- Process: การออกแบบแพลตฟอร์ม, การพัฒนา Online PLC, การประเมินผล
- Output: สมรรถนะครู STEM, คุณภาพการสอน, เครือข่ายครูที่เข้มแข็ง
2.5.3 แบบจำลองการพัฒนาแพลตฟอร์ม Online PLC
แบบจำลองการพัฒนาแพลตฟอร์มประกอบด้วย 6 ขั้นตอน:
- การวิเคราะห์ความต้องการ (Needs Analysis)
- การออกแบบโครงสร้าง (System Design)
- การพัฒนาฟังก์ชัน (Feature Development)
- การทดสอบระบบ (System Testing)
- การปรับปรุงระบบ (System Improvement)
- การประเมินผล (Evaluation)