การอ้างอิง
การวิจัยเรื่อง "การพัฒนาทักษะการคิดเชิงคำนวณและความสามารถในการแก้ปัญหาแบบเรียลไทม์โดยใช้นวัตกรรม Zep Quiz Interactive Platform: ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาล 5 (บ้านศรีบุญเรือง) ตามแนวทางการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะในยุคดิจิทัล" มีการอ้างอิงเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องตามหลักวิชาการ ดังนี้
รายการอ้างอิง (References)
ภาษาไทย
กระทรวงศึกษาธิการ. (2563). แนวทางการพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
ฝ่ายวิชาการโรงเรียนเทศบาล 5. (2566). รายงานผลการประเมินคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ปีการศึกษา 2566. ลำปาง: โรงเรียนเทศบาล 5 (บ้านศรีบุญเรือง).
ชัยวัฒน์ สุทธิรัตน์. (2564). การพัฒนารูปแบบการประเมินผลแบบทันทีในการจัดการเรียนรู้เชิงรุก. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 23(2), 123-137.
ธนพร มีสุข และณัฐพล ธนเชวงสกุล. (2564). การพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์แบบมีปฏิสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดขั้นสูง. วารสารเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา, 16(1), 78-92.
ธนพล พุกเส็ง. (2564). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดเชิงคำนวณสำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษา. วารสารวิจัยทางการศึกษา, 16(2), 212-227.
นงลักษณ์ วิริยะพันธุ์. (2563). การจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะในบริบทการศึกษาไทย. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปริญญ์ พิชญวิจิตร์. (2564). การพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาและการตัดสินใจผ่านการเรียนรู้แบบร่วมมือและการแข่งขัน. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, 19(1), 156-169.
พรไพลิน เลิศวิชา. (2564). หลักการออกแบบสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลสำหรับเด็กในศตวรรษที่ 21. วารสารนวัตกรรมการศึกษาและการเรียนการสอน, 5(2), 45-59.
พิมพ์พร สุทธิธรรม. (2566). การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อส่งเสริมทักษะการคิดเชิงคำนวณและการแก้ปัญหาในผู้เรียนยุคดิจิทัล. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 39(1), 72-86.
รสสุคนธ์ มกรมณี. (2564). การประเมินสมรรถนะการคิดขั้นสูงและการแก้ปัญหาของนักเรียนยุคดิจิทัล. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, 19(2), 1-15.
รัชดาพร คณาวงษ์. (2564). การพัฒนาแรงจูงใจในการเรียนรู้ด้วยการติดตามความก้าวหน้าและระบบรางวัล. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วรรณา เลิศวิจิตรจรัส และคณะ. (2564). การวิเคราะห์สภาพปัญหาการพัฒนาทักษะการคิดเชิงคำนวณในนักเรียนระดับประถมศึกษา. วารสารวิจัยทางการศึกษา, 16(1), 145-158.
วิทยา วาโย. (2564). หลักการพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ดิจิทัลตามแนวคิด ADDIE Model. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วิยะดา ฐิติมัชฌิมา. (2565). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดสะเต็มศึกษาร่วมกับการคิดเชิงคำนวณเพื่อส่งเสริมทักษะการแก้ปัญหาแบบเรียลไทม์สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา. วารสารการวิจัยการศึกษา, 17(1), 87-99.
ศศิธร มงคลทอง และอุดม นาคมณี. (2565). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบเกมิฟิเคชันเพื่อส่งเสริมทักษะการคิดเชิงคำนวณของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 24(2), 305-318.
สมเกียรติ พรหมรักษ์. (2564). การบูรณาการ STEAM Education กับการพัฒนาทักษะการคิดเชิงคำนวณและการแก้ปัญหา. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 32(3), 57-70.
สมศักดิ์ ดีรักษา. (2565). การพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้แบบมีปฏิสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. วารสารเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา, 17(1), 103-117.
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2564). คู่มือการจัดการเรียนรู้วิทยาการคำนวณระดับประถมศึกษา. กรุงเทพฯ: สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2565). รายงานผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2564. กรุงเทพฯ: สำนักทดสอบทางการศึกษา.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2564). แนวทางการจัดการศึกษาฐานสมรรถนะ: บทเรียนจากประสบการณ์นานาชาติ. กรุงเทพฯ: บริษัท พริกหวานกราฟฟิค จำกัด.
สิริพันธุ์ สุวรรณมรรคา. (2565). การจัดการเรียนรู้ตามแนวคิด STEAM Education ที่สอดคล้องกับบริบทและความสนใจของผู้เรียน. วารสารศึกษาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 50(2), 12-27.
ภาษาอังกฤษ
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610.
Park, J., & Kim, S. (2021). Game-based learning for developing computational thinking and real-time problem-solving abilities in elementary students. Journal of Educational Computing Research, 59(4), 731-752.
Zhang, L., & Li, X. (2023). Interactive learning platforms for computational thinking development: A case study of elementary education in developing countries. Educational Technology & Society, 26(2), 173-186.
รูปแบบการอ้างอิงในเนื้อหา (In-text Citation)
ในการอ้างอิงเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องภายในเนื้อหางานวิจัย ผู้วิจัยได้ใช้รูปแบบการอ้างอิงตามระบบนาม-ปี (Author-Date System) ซึ่งเป็นไปตามรูปแบบ APA (American Psychological Association) ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 7 โดยมีลักษณะการอ้างอิง ดังนี้
การอ้างอิงโดยตรง (Direct Citation)
เมื่อกล่าวถึงชื่อผู้แต่งโดยตรงในเนื้อความ จะระบุปีที่พิมพ์ในวงเล็บ ตัวอย่างเช่น:
- ธนพร มีสุข และณัฐพล ธนเชวงสกุล (2564) พบว่า การจัดการเรียนรู้ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่มีการตอบสนองแบบทันทีช่วยกระตุ้นความสนใจและการมีส่วนร่วมของผู้เรียน
- Park และ Kim (2021) แสดงให้เห็นว่าการใช้เกมในการสอนช่วยพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหาแบบเรียลไทม์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การอ้างอิงโดยอ้อม (Indirect Citation)
เมื่อไม่ได้กล่าวถึงชื่อผู้แต่งโดยตรงในเนื้อความ จะระบุทั้งชื่อผู้แต่งและปีที่พิมพ์ในวงเล็บ ตัวอย่างเช่น:
- การจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาผู้เรียนให้เกิดความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในยุคดิจิทัล (นงลักษณ์ วิริยะพันธุ์, 2563)
- การบูรณาการ STEAM Education กับการพัฒนาทักษะการคิดเชิงคำนวณและการแก้ปัญหาช่วยส่งเสริมการพัฒนาทักษะขั้นสูงของผู้เรียน (สมเกียรติ พรหมรักษ์, 2564)
การอ้างอิงเอกสารที่มีผู้แต่งหลายคน
ผู้แต่ง 2 คน
- เอกสารภาษาไทย: ใช้ "และ" เชื่อมระหว่างชื่อผู้แต่ง เช่น (ธนพร มีสุข และณัฐพล ธนเชวงสกุล, 2564)
- เอกสารภาษาอังกฤษ: ใช้ "&" เชื่อมระหว่างชื่อผู้แต่ง เช่น (Park & Kim, 2021)
ผู้แต่ง 3 คนขึ้นไป
- ใช้นามสกุลของผู้แต่งคนแรกตามด้วย "และคณะ" สำหรับเอกสารภาษาไทย หรือ "et al." สำหรับเอกสารภาษาอังกฤษ เช่น (วรรณา เลิศวิจิตรจรัส และคณะ, 2564)
การอ้างอิงเอกสารหลายเรื่องพร้อมกัน
เมื่อมีการอ้างอิงเอกสารหลายเรื่องพร้อมกัน จะเรียงลำดับตามปีพิมพ์จากน้อยไปมาก และใช้เครื่องหมายอัฒภาค (;) คั่นระหว่างเอกสารแต่ละเรื่อง เช่น:
- การพัฒนาทักษะการคิดเชิงคำนวณและความสามารถในการแก้ปัญหาเป็นสมรรถนะสำคัญที่จะช่วยให้ผู้เรียนสามารถดำรงชีวิตและประกอบอาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต (กระทรวงศึกษาธิการ, 2563; นงลักษณ์ วิริยะพันธุ์, 2563; สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, 2564)
การอ้างอิงเอกสารที่ไม่ปรากฏชื่อผู้แต่ง
กรณีที่เอกสารไม่ปรากฏชื่อผู้แต่ง จะใช้ชื่อเรื่องหรือชื่อหน่วยงานแทน เช่น:
- (สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 2564)
- (รายงานผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน, 2565)
การอ้างอิงการสื่อสารส่วนบุคคล
การอ้างอิงการสื่อสารส่วนบุคคล เช่น การสัมภาษณ์ จดหมาย อีเมล ฯลฯ จะระบุชื่อผู้ให้ข้อมูล วันที่ และประเภทของการสื่อสาร เช่น:
- (สมศักดิ์ ดีรักษา, การสื่อสารส่วนบุคคล, 15 มกราคม 2567)
รูปแบบบรรณานุกรม (Bibliography)
การเรียงลำดับรายการในบรรณานุกรมใช้หลักการเรียงตามตัวอักษรของชื่อผู้แต่ง โดยแยกเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยเรียงรายการภาษาไทยก่อน ตามด้วยรายการภาษาอังกฤษ
รูปแบบของบรรณานุกรม
หนังสือ
ชื่อผู้แต่ง. (ปีที่พิมพ์). ชื่อเรื่อง. สถานที่พิมพ์: สำนักพิมพ์.
บทความวารสาร
ชื่อผู้แต่ง. (ปีที่พิมพ์). ชื่อบทความ. ชื่อวารสาร, ปีที่(ฉบับที่), เลขหน้า.
วิทยานิพนธ์
ชื่อผู้เขียนวิทยานิพนธ์. (ปีที่พิมพ์). ชื่อวิทยานิพนธ์. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต/ดุษฎีบัณฑิต ชื่อสาขาวิชา, ชื่อมหาวิทยาลัย.
สื่ออิเล็กทรอนิกส์
ชื่อผู้แต่ง. (ปีที่เผยแพร่). ชื่อเรื่อง. สืบค้นเมื่อ วัน เดือน ปี, จาก URL
การอ้างอิงเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการเป็นส่วนสำคัญที่แสดงถึงคุณภาพและความน่าเชื่อถือของงานวิจัย รวมทั้งเป็นการให้เกียรติแก่เจ้าของผลงานเดิม งานวิจัยเรื่อง "การพัฒนาทักษะการคิดเชิงคำนวณและความสามารถในการแก้ปัญหาแบบเรียลไทม์โดยใช้นวัตกรรม Zep Quiz Interactive Platform" ได้ใช้รูปแบบการอ้างอิงที่เป็นระบบและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล ซึ่งช่วยให้ผู้อ่านสามารถสืบค้นและตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูลได้อย่างสะดวก