แชร์หน้านี้
อ่านแล้ว 68 ครั้ง

ข้อมูลนวัตกรรม
การพัฒนาความสามารถในการใช้เทคโนโลยีโดยการใช้ KRUBA Model สู่ Soft Power รายวิชาการออกแบบและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
SoftPower
มัธยมศึกษา
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ข้อมูลผู้พัฒนา
นางอัมพร วรรณแก้ว
ครูชำนาญการพิเศษ
โรงเรียนแม่ตืนวิทยา
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี / วิทยาการคำนวณ , การออกแบบและเทคโนโลยี
0895573331
amporn@mtw.ac.th
บทคัดย่อ/บทสรุป

 การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาสมรรถนะการใช้เทคโนโลยี ของนักเรียนในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้  Kruba Model สู่ SoftPower  รายวิชาการออกแบบและเทคโนโลยี  ซึ่งให้นักเรียนมีความภาคภูมิใจในท้องถิ่น และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างสร้างสรรค์ กลุ่มที่ศึกษาในการวิจัยเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนแม่ตืนวิทยา อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ภาคเรียนที่ ปีการศึกษา 2568 จำนวน 2 ห้องเรียน จำนวนนักเรียน 25 คน ใช้เวลาในการจัดการเรียนรู้ด้วยการใช้แหล่งเรียนรู้ ครูบาเจ้าศรีวิชัยจำนวน  16 ชั่วโมง เครื่องมือ ที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้ด้วยการใช้แหล่งเรียนรู้ครูบาเจ้าศรีวิชัย โดยใช้  Kruba Model และแบบวัดสมรรถนะผู้เรียน  ซึ่งดำเนินการทดลองกลุ่มเดียวทดสอบก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้ วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าร้อยละ และการทดสอบค่าทีชนิดกลุ่มตัวอย่างไม่เป็นอิสระต่อกัน (t-test dependent group)  ผลการวิจัยพบว่า1.  KRUBA Model ที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพและเหมาะสมในการจัดการเรียนการสอนรายวิชาการออกแบบและเทคโนโลยี 2. นักเรียนมีสมรรถนะทางเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลังการเรียนด้วย KRUBA Model 3.นักเรียนมีระดับ Soft Power ทางเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นในทุกด้าน ได้แก่ ด้านการคิดเชิงวิพากษ์ การทำงานร่วมกัน การสื่อสาร และการใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ 4. นักเรียนสามารถออกแบบและสร้างการ์ตูน 3 มิติเกี่ยวกับครูบาเจ้าศรีวิชัยได้อย่างสร้างสรรค์และสวยงาม 5. นักเรียนมีความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมท้องถิ่นและมีความเข้าใจในประวัติศาสตร์ของครูบาเจ้าศรีวิชัยมากขึ้น  

หลักการและเหตุผล

ในยุคดิจิทัลที่การแข่งขันด้านเทคโนโลยีมีความรุนแรงมากขึ้น Soft Power หรือพลังอ่อนได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่หลายประเทศนำมาใช้เพื่อสร้างอิทธิพลและความเป็นเลิศทางการศึกษา ในยุคโลกาภิวัตน์ที่การแข่งขันทวีความรุนแรง "Soft Power" หรือ "พลังอ่อน" กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่หลายประเทศนำมาใช้เพื่อสร้างภาพลักษณ์ ดึงดูดความสนใจ และส่งเสริมอิทธิพลของตนบนเวทีโลก การศึกษาจึงมีบทบาทสำคัญในฐานะรากฐานการหล่อหลอม Soft Power ของชาติ โดยเฉพาะการนำ Soft Power มาผสานรวมเข้ากับกระบวนการเรียนการสอนเทคโนโลยี

นโยบายสนับสนุนการสร้างพลังสร้างสรรค์ หรือ Soft Power ของประเทศ เพื่อยกระดับและพัฒนาความสามารถ ได้รับการขับเคลื่อนอย่างจริงจังจากภาครัฐ โดยเฉพาะในด้านการศึกษาที่มีการจัดงาน "EDU SOFT POWER FESTIVAL 2024" เพื่อแสดงผลงานตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการพัฒนา Soft Power ในระบบการศึกษาไทย

วิชาการออกแบบและเทคโนโลยีในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายเป็นรายวิชาที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาทักษะเทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียน อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาสภาพปัญหาในโรงเรียนแม่ตืนวิทยา ตำบลแม่ตืน อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน พบว่านักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีสมรรถนะการใช้เทคโนโลยีอยู่ที่ร้อยละ 75 ซึ่งยังต่ำกว่าค่าเป้าหมายที่โรงเรียนกำหนดไว้ที่ร้อยละ 80 สภาพปัญหานี้สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับบริบทท้องถิ่นและสามารถส่งเสริมทักษะเทคโนโลยีของนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การพัฒนา KRUBA Model เป็นแนวทางหนึ่งที่น่าสนใจ เนื่องจากเป็นการบูรณาการระหว่างภูมิปัญญาท้องถิ่นล้านนา โดยเฉพาะการนำเอาแนวคิดและหลักการของครูบาเจ้าศรีวิชัย ซึ่งเป็นพระเกจิอาจารย์ที่เคารพนับถือกันมากในจังหวัดลำพูน มาผสมผสานกับเทคโนโลยี 3 มิติและการผลิตสื่อการ์ตูนดิจิทัล การใช้เทคโนโลยีการ์ตูน 3 มิติในการเล่าเรื่องราวของบุคคลสำคัญท้องถิ่นจะช่วยให้นักเรียนได้พัฒนาทักษะทางเทคโนโลยีไปพร้อมกับการเรียนรู้และสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมของตนเอง

ปรากฏการณ์ Soft Power นับว่าเป็นกระแสมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะกระแสความสำเร็จของวงการดนตรีและภาพยนตร์ในหลายประเทศ ที่หยิบ DNA ของแต่ละชาติมาเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลักดันการสร้างแบรนด์ชาติ ดังจะเห็นได้จากความสำเร็จของเกาหลีใต้และญี่ปุ่น ที่อาศัยต้นทุนทางด้านวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ และเทคโนโลยี ในทำนองเดียวกัน การพัฒนา KRUBA Model จึงมุ่งหวังที่จะใช้ภูมิปัญญาล้านนาเป็นรากฐานในการสร้าง Soft Power ทางเทคโนโลยีสำหรับนักเรียนไทย

การวิจัยและพัฒนา (R&D) ครั้งนี้จึงมีความสำคัญในการสร้างนวัตกรรมการเรียนการสอนที่ไม่เพียงแต่ช่วยยกระดับสมรรถนะทางเทคโนโลยีของนักเรียนให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนด แต่ยังเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกในการอนุรักษ์และสืบทอดวัฒนธรรมท้องถิ่นผ่านสื่อเทคโนโลยีสมัยใหม่ ซึ่งจะส่งผลต่อการพัฒนา Soft Power ทางเทคโนโลยีของนักเรียนในระยะยาว และเป็นแบบอย่างในการประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นกับเทคโนโลยีการเรียนการสอนในบริบทอื่นๆ ต่อไป

วัตถุประสงค์

วัตถุประสงค์การวิจัย

การวิจัยและพัฒนา (R&D) เรื่อง "การพัฒนา KRUBA Model เพื่อส่งเสริม Soft Power ทางเทคโนโลยีของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในรายวิชาการออกแบบและเทคโนโลยี" มีวัตถุประสงค์ตามขั้นตอนการวิจัยแบบ R&D 4 ขั้นตอน ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1: การศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูล (Research and Analysis)

1 เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา และความต้องการในการพัฒนาสมรรถนะการใช้เทคโนโลยีของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในรายวิชาการออกแบบและเทคโนโลยี

ขั้นตอนที่ 2: การออกแบบและพัฒนา (Design and Development)

2. เพื่อออกแบบและพัฒนา KRUBA Model สำหรับการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นการส่งเสริม Soft Power ทางเทคโนโลยี

ขั้นตอนที่ 3: การทดลองใช้และปรับปรุง (Trial and Improvement)

3. เพื่อทดลองใช้ KRUBA Model กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในรายวิชาการออกแบบและเทคโนโลยี

ขั้นตอนที่ 4: การประเมินผลและเผยแพร่ (Evaluation and Dissemination)

4. เพื่อประเมินประสิทธิผลของ KRUBA Model ในการส่งเสริม Soft Power ทางเทคโนโลยีของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง

2.1 แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับ Soft Power

2.1.1 ความหมายและความสำคัญของ Soft Power

1. นิยามและแนวคิดของ Soft Power ตามทัศนะของ Joseph Nye

Soft Power เป็นแนวคิดที่ถูกนำเสนอโดย Joseph S. Nye Jr. นักรัฐศาสตร์ชาวอเมริกันผู้มีชื่อเสียง โดยเขาได้อธิบายว่า Soft Power คือ "ความสามารถในการดึงดูดและชักจูงใจผู้อื่นให้ต้องการผลลัพธ์แบบเดียวกับที่เราต้องการ โดยไม่ต้องใช้การบังคับหรือการจ่ายเงิน" (Nye, 2004, p. x). หรือสรุปง่ายๆ คือ เป็นความสามารถในการโน้มน้าวใจผ่านการดึงดูดใจ (attraction) มากกว่าการบีบบังคับ (coercion) หรือการให้รางวัล (payment)

Nye (2004) ได้เปรียบเทียบ Soft Power กับ Hard Power ซึ่งเป็นอำนาจที่เกี่ยวข้องกับการใช้กำลังทางทหารหรือเศรษฐกิจเพื่อบีบบังคับให้ผู้อื่นทำตามที่ตนต้องการ ในขณะที่ Soft Power อาศัยทรัพยากรที่จับต้องไม่ได้ เช่น วัฒนธรรม ค่านิยมทางการเมือง และนโยบายต่างประเทศที่ชอบธรรม เพื่อสร้างความดึงดูดใจและส่งเสริมให้ผู้อื่นยอมรับและเลียนแบบสิ่งที่ประเทศนั้นนำเสนอ

 

2. วิวัฒนาการของแนวคิด Soft Power ในบริบทโลก

แนวคิด Soft Power ของ Nye เริ่มได้รับความสนใจอย่างแพร่หลายในช่วงทศวรรษ 1990 และ 2000 โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังยุคสงครามเย็น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่โลกเข้าสู่ยุคโลกาภิวัตน์และเทคโนโลยีสารสนเทศพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว

ช่วงแรก (ยุค 1990s): แนวคิด Soft Power ถูกนำมาอธิบายถึงอิทธิพลของสหรัฐอเมริกาที่ไม่ใช่แค่กำลังทางทหารและเศรษฐกิจ แต่รวมถึงอิทธิพลทางวัฒนธรรม เช่น ภาพยนตร์ เพลง และค่านิยมประชาธิปไตย ที่สามารถดึงดูดใจและสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนทั่วโลก (Nye, 1990).

ช่วงหลัง 9/11 (ยุค 2000s): Nye ได้ขยายแนวคิด Soft Power ให้ครอบคลุมมากขึ้น โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและการส่งเสริมค่านิยมที่เป็นสากล เพื่อรับมือกับการก่อการร้ายและสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างประเทศ (Nye, 2004). เขายังชี้ให้เห็นว่า Soft Power มีความสำคัญมากขึ้นในยุคข้อมูลข่าวสาร ที่การสื่อสารระหว่างประเทศมีความรวดเร็วและแพร่หลาย

ปัจจุบัน: แนวคิด Soft Power ยังคงเป็นที่ถกเถียงและนำไปประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยหลายประเทศพยายามลงทุนในการสร้างและส่งเสริม Soft Power ของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นผ่านวัฒนธรรม การศึกษา การท่องเที่ยว หรือแม้กระทั่งเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มอิทธิพลและบทบาทในเวทีโลก (Lee, 2018).

3. องค์ประกอบสำคัญของ Soft Power: วัฒนธรรม นโยบายการเมือง และค่านิยม

Nye (2004) ได้ระบุองค์ประกอบหลักสามประการที่ก่อให้เกิด Soft Power ได้แก่:

วัฒนธรรม (Culture): วัฒนธรรมเป็นแหล่งกำเนิด Soft Power ที่สำคัญที่สุด ไม่ว่าจะเป็นภาษา ศิลปะ ดนตรี ภาพยนตร์ อาหาร หรือแม้แต่ค่านิยมทางสังคม วัฒนธรรมที่น่าดึงดูดสามารถสร้างความชื่นชม ความสนใจ และความอยากที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับประเทศนั้นๆ ได้ ตัวอย่างเช่น การแพร่หลายของวัฒนธรรม K-Pop และซีรีส์เกาหลีที่ส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของเกาหลีใต้ และดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางไปเยี่ยมชม

ค่านิยมทางการเมือง (Political Values): ค่านิยมทางการเมือง เช่น ประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน หลักนิติธรรม และการเปิดกว้าง สามารถสร้างความน่าเชื่อถือและความชอบธรรมให้กับประเทศนั้นๆ หากประเทศใดส่งเสริมค่านิยมเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอ ย่อมได้รับการยอมรับและเคารพจากประชาคมโลก ซึ่งจะช่วยเพิ่มอิทธิพลในการโน้มน้าวใจผู้อื่น

นโยบายต่างประเทศ (Foreign Policies): นโยบายต่างประเทศที่ชอบธรรม มีเหตุผล และมีความสอดคล้องกัน สามารถส่งเสริม Soft Power ได้ การดำเนินนโยบายที่สร้างความร่วมมือ การช่วยเหลือประเทศอื่น หรือการแก้ปัญหาในระดับโลกอย่างมีประสิทธิภาพ จะสร้างความไว้วางใจและทำให้ประเทศนั้นๆ ได้รับการยอมรับในฐานะผู้เล่นที่มีความรับผิดชอบในเวทีโลก

2.2 การบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นกับเทคโนโลยี

2.2.1 ภูมิปัญญาท้องถิ่นล้านนา

• ความหมายและความสำคัญของภูมิปัญญาท้องถิ่น

• เอกลักษณ์และคุณค่าของวัฒนธรรมล้านนา

• การอนุรักษ์และสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นในยุคดิจิทัล

2.2.2 ครูบาเจ้าศรีวิชัย: บุคคลสำคัญของล้านนา

• ประวัติและความสำคัญของครูบาเจ้าศรีวิชัย

• ผลงานและมรดกทางจิตใจที่ทิ้งไว้

• ความเชื่อมโยงกับพื้นที่จังหวัดลำพูนและอำเภอลี้

2.2.3 การนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ในการศึกษา

• แนวทางการบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นกับหลักสตร

• ประโยชน์ของการเรียนรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่น

• ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน

2.3 เทคโนโลยีการศึกษาและการออกแบบการเรียนการสอน

2.3.1 การใช้เทคโนโลยีในการศึกษา

• ทฤษฎีการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล

• ประเภทและรูปแบบของเทคโนโลยีการศึกษา

• ผลกระทบของเทคโนโลยีต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน

2.3.2 เทคโนโลยีการ์ตูน 3 มิติในการศึกษา

• ความหมายและความสำคัญของสื่อการ์ตูน 3 มิติ

• การใช้การ์ตูน 3 มิติเพื่อการเล่าเรื่องและการสื่อสาร

• ประโยชน์ของการ์ตูน 3 มิติในการถ่ายทอดเนื้อหาทางวัฒนธรรม

2.3.3 การออกแบบเชิงวิศวกรรม (Engineering Design Process)

• หลักการและขั้นตอนของการออกแบบเชิงวิศวกรรม

• การประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน

• ประโยชน์ต่อการพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาของนักเรียน

2.4 ทฤษฎีการเรียนรู้และรูปแบบการเรียนการสอน

2.4.1 ทฤษฎีการเรียนรู้แบบสร้างความรู้ (Constructivism)

• หลักการของทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์

• การประยุกต์ใช้ในการออกแบบการเรียนการสอน

• ความเชื่อมโยงกับการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง

2.4.2 การเรียนรู้แบบร่วมมือ (Collaborative Learning)

• ความหมายและความสำคัญของการเรียนรู้แบบร่วมมือ

• ประโยชน์ต่อการพัฒนาทักษะทางสังคมและการทำงานร่วมกัน

• แนวทางการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือที่มีประสิทธิภาพ

2.4.3 การเรียนรู้โดยการปฏิบัติ (Learning by Doing)

• ทฤษฎีและหลักการของการเรียนรู้โดยการปฏิบัติ

• ความสำคัญของประสบการณ์ตรงในการเรียนรู้

• การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นการปฏิบัติ

2.5 การพัฒนาสมรรถนะทางเทคโนโลยี

2.5.1 ความหมายและองค์ประกอบของสมรรถนะทางเทคโนโลยี

• นิยามสมรรถนะทางเทคโนโลยีตามมาตรฐานการศึกษา

• ทักษะและความสามารถที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21

• การวัดและประเมินสมรรถนะทางเทคโนโลยี

2.5.2 การพัฒนาสมรรถนะทางเทคโนโลยีของนักเรียนมัธยมศึกษา

• ลักษณะการเรียนรู้ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย

• ปัจจัยที่ส่งผลต่อการพัฒนาสมรรถนะทางเทคโนโลยี

• แนวทางการส่งเสริมและพัฒนาสมรรถนะทางเทคโนโลยี

2.5.3 รายวิชาการออกแบบและเทคโนโลยี

• วัตถุประสงค์และเป้าหมายของรายวิชาการออกแบบและเทคโนโลยี

• มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด

• การจัดการเรียนรู้ที่เน้นการพัฒนาทักษะเทคโนโลยี

2.6 การวิจัยและพัฒนา (R&D) ในการศึกษา

2.6.1 แนวคิดและความสำคัญของ R&D ทางการศึกษา

• ความหมายและลักษณะของการวิจัยและพัฒนาทางการศึกษา

• ความแตกต่างระหว่างการวิจัยพื้นฐานและการวิจัยประยุกต์

• บทบาทของ R&D ในการพัฒนานวัตกรรมการเรียนการสอน

2.6.2 กระบวนการ R&D แบบ 4 ขั้นตอน

• ขั้นตอนที่ 1: การศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูล

• ขั้นตอนที่ 2: การออกแบบและพัฒนา

• ขั้นตอนที่ 3: การทดลองใช้และปรับปรุง

• ขั้นตอนที่ 4: การประเมินผลและเผยแพร่

2.6.3 การพัฒนาโมเดลการเรียนการสอน

• หลักการในการพัฒนาโมเดลการเรียนการสอน

• องค์ประกอบสำคัญของโมเดลการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ

• การทดสอบและปรับปรุงโมเดลการเรียนการสอน

2.7 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

2.7.1 งานวิจัยเกี่ยวกับ Soft Power ทางการศึกษา

• งานวิจัยในประเทศเกี่ยวกับการพัฒนา Soft Power ผ่านการศึกษา

• งานวิจัยต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับ Soft Power และเทคโนโลยี

• ข้อค้นพบและข้อเสนอแนะจากงานวิจัยที่ผ่านมา

2.7.2 งานวิจัยเกี่ยวกับการบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นกับเทคโนโลยี

• งานวิจัยการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ในการศึกษา

• งานวิจัยการใช้เทคโนโลยีในการอนุรักษ์และสืบทอดวัฒนธรรม

• แนวทางและวิธีการที่ประสบความสำเร็จ

2.7.3 งานวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาสมรรถนะทางเทคโนโลยี

• งานวิจัยการพัฒนาทักษะเทคโนโลยีของนักเรียนมัธยมศึกษา

• งานวิจัยการใช้เทคโนโลยี 3 มิติในการเรียนการสอน

• ปัจจัยสำเร็จในการพัฒนาสมรรถนะทางเทคโนโลยี

คำสำคัญ (Keywords)
KRUBA Model Soft Power ทางเทคโนโลยี สมรรถนะการใช้เทคโนโลยี ภูมิปัญญาท้องถิ่นล้านนา การออกแบบและเทคโนโลยี เทคโนโลยีการ์ตูน 3 มิติ
วิธีการพัฒนา

ขั้นตอนการวิจัยและพัฒนา

การวิจัยนี้ดำเนินการตามกระบวนการ R&D แบบ 4 ขั้นตอน ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1: การศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูล

•ศึกษาเอกสาร แนวคิด ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง

•วิเคราะห์ปัญหาและความต้องการในการเรียนการสอน

•สำรวจสภาพปัจจุบันของการจัดการเรียนรู้

ขั้นตอนที่ 2: การออกแบบและพัฒนา

•ออกแบบ KRUBA Model

•พัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้

•สร้างสื่อและเครื่องมือการเรียนการสอน

ขั้นตอนที่ 3: การทดลองใช้และปรับปรุง

•ทดลองใช้โมเดลกับกลุ่มนักเรียน

•รวบรวมข้อมูลจากการทดลองใช้

•ปรับปรุงและพัฒนาโมเดล

ขั้นตอนที่ 4: การประเมินผลและเผยแพร่

•ประเมินประสิทธิภาพของโมเดล

•วิเคราะห์ผลการใช้โมเดล

•เผยแพร่ผลการวิจัย

การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติ

การวิเคราะห์ข้อมูล

3.7.1 การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ

 

•ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

•ความถี่ และร้อยละ

•กราฟและแผนภูมิแสดงข้อมูล

Paired t-test เปรียบเทียบก่อน-หลังการทดลอง

 

วิธีการใช้งาน

ขั้นตอนการเก็บรวบรวมข้อมูล

ก่อนการทดลอง (Pre-test)

•ทดสอบความรู้พื้นฐานและสมรรถนะทางเทคโนโลยี

•วัด Soft Power ทางเทคโนโลยีเบื้องต้น

•สัมภาษณ์เกี่ยวกับทัศนคติและความคาดหวัง

ระหว่างการทดลอง

•สังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้

•บันทึกการมีส่วนร่วมในกิจกรรม

•รวบรวมผลงานและโครงงาน

หลังการทดลอง (Post-test)

•ทดสอบสมรรถนะทางเทคโนโลยี

•วัด Soft Power ทางเทคโนโลยี

•สัมภาษณ์เกี่ยวกับประสบการณ์การเรียนรู้

3.6.2 ระยะเวลาการเก็บข้อมูล

•การเก็บข้อมูลก่อนการทดลอง: 1 สัปดาห์

•การทดลองใช้โมเดล: 8 สัปดาห์ (16 ชั่วโมง)

•การเก็บข้อมูลหลังการทดลอง: 1 สัปดาห์

•การติดตามผล: 4 สัปดาห์หลังสิ้นสุดการทดลอง

ประชากร(กลุ่มตัวอย่าง/กลุ่มเป้าหมาย)

ประชากร

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6  ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา  2568  โรงเรียนแม่ตืนวิทยา   จำนวน 25 คน

ผลที่เกิดจากผู้เรียน

1.. นักเรียนมีสมรรถนะทางเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลังการเรียนด้วย KRUBA Model

2.นักเรียนมีระดับ Soft Power ทางเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นในทุกด้าน ได้แก่ ด้านการคิดเชิงวิพากษ์ การทำงานร่วมกัน การสื่อสาร และการใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์

3. นักเรียนสามารถออกแบบและสร้างการ์ตูน 3 มิติเกี่ยวกับครูบาเจ้าศรีวิชัยได้อย่างสร้างสรรค์และสวยงาม

4. นักเรียนมีความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมท้องถิ่นและมีความเข้าใจในประวัติศาสตร์ของครูบาเจ้าศรีวิชัยมากขึ้น 

การรับรองและรางวัล

-

การเผยแพร่

-

การอ้างอิง

Nye, J. S., Jr. (2004). Soft Power: The Means to Success in World Politics. PublicAffairs.

Nye, J. S., Jr. (1990). Bound to Lead: The Changing Nature of American Power. Basic Books.

Lee, J. (2018). Soft power and cultural relations: Exploring the role of Korean popular culture. The Journal of International Relations, 58(3), 133-156

ลิขสิทธิ์และการอนุญาตใช้งาน

-

การต่อยอดและพัฒนา

-

การเขียนอ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์
นาง.อัมพร วรรณแก้ว, https://lpeduinno.org. 2568. แหล่งที่มา : https://lpeduinno.org/ShowInno.php?id=K63T500000000113 ค้นเมื่อ 15 เมษายน, 2569.


ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ