![]() |
||
ข้อมูลนวัตกรรม
การพัฒนาทักษะเทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนอนุบาล 3 ด้วย Soft Power ของครูผู้สอนกรณีศึกษา โรงเรียนอัสสัมชัญลำปาง
SoftPower
ปฐมวัย
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
บทคัดย่อ/บทสรุป
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษากระบวนการใช้ Soft Power ของครูผู้สอนในการพัฒนาทักษะเทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 2) พัฒนาและส่งเสริมความสามารถด้านเทคโนโลยีเบื้องต้น และความคิดสร้างสรรค์ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ที่ออกแบบโดยใช้ Soft Power และ 3) ประเมินผลการเปลี่ยนแปลงของนักเรียนหลังจากเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ที่ออกแบบภายใต้กรณีศึกษา โรงเรียนอัสสัมชัญลำปาง กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยคือ นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 จำนวน 34 คน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 โดยใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพควบคู่กับเชิงปฏิบัติการ (Action Research) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบใช้ Soft Power บันทึกการสังเกตพฤติกรรม แบบประเมินทักษะเทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์ และการสัมภาษณ์เชิงลึกครูและผู้ปกครอง ผลการวิจัยพบว่า การใช้ Soft Power ของครูผ่านการออกแบบกิจกรรมที่เน้นการเล่าเรื่อง (Storytelling) ดนตรีและศิลปะ การเสริมแรงทางบวก และการเป็นแบบอย่าง (Role Model) ช่วยส่งเสริมให้นักเรียนมีความสนใจ กล้าแสดงออก และสามารถใช้เครื่องมือเทคโนโลยีพื้นฐาน เช่น แท็บเล็ต กล้องถ่ายรูป และแอปวาดภาพได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ นักเรียนแสดงพฤติกรรมคิดสร้างสรรค์เพิ่มขึ้น เช่น การสร้างผลงานศิลปะด้วยสื่อดิจิทัล การเล่าเรื่องประกอบภาพ และการทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนได้อย่างมีจินตนาการ ผลการประเมินพบว่า นักเรียนร้อยละ 91.18 มีพัฒนาการด้านทักษะเทคโนโลยีอยู่ในระดับดีถึงดีมาก และร้อยละ 88.24 มีความคิดสร้างสรรค์อยู่ในระดับดีขึ้นหลังจากจบกิจกรรม แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของการนำ Soft Power มาใช้ในการเรียนรู้ในระดับปฐมวัยได้อย่างเหมาะสม คำสำคัญ: ทักษะเทคโนโลยี, ความคิดสร้างสรรค์, Soft Power, อนุบาล 3, โรงเรียนอัสสัมชัญลำปาง หลักการและเหตุผล
นศตวรรษที่ 21 การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีส่งผลกระทบต่อทุกมิติของการดำเนินชีวิต รวมถึงรูปแบบการจัดการเรียนรู้ในระดับปฐมวัย เด็กปฐมวัยในปัจจุบันเติบโตมากับสื่อดิจิทัล มีความคุ้นเคยกับอุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆ เช่น แท็บเล็ต สมาร์ตโฟน และแอปพลิเคชัน ส่งผลให้การพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์ตั้งแต่ช่วงต้นวัย มีความสำคัญอย่างยิ่งในการวางรากฐานทักษะที่จำเป็นต่ออนาคต องค์การยูเนสโก (UNESCO) และสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ในลักษณะที่ส่งเสริมทักษะดิจิทัล ทักษะชีวิต และความคิดสร้างสรรค์ควบคู่กัน โดยเฉพาะในระดับปฐมวัยที่เป็นช่วงวัยแห่งการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรงและการเล่นอย่างมีจุดมุ่งหมาย การพัฒนาเด็กให้สามารถใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม ควบคู่ไปกับการส่งเสริมจินตนาการ ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และการแสดงออกเชิงบวก จะช่วยปูพื้นฐานสู่การเป็นพลเมืองดิจิทัลในอนาคต “Soft Power” หรือพลังละมุนของครูผู้สอน หมายถึง ความสามารถในการโน้มน้าวและส่งผลต่อพฤติกรรมของนักเรียนอย่างอ่อนโยนผ่านบทบาทผู้นำทางอารมณ์ วัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ และการเป็นแบบอย่างที่ดี การใช้ Soft Power อย่างมีจิตวิทยาในชั้นเรียนอนุบาลสามารถกระตุ้นแรงจูงใจภายในของนักเรียน เพิ่มความเชื่อมั่น กล้าลองผิดลองถูก และสร้างความสัมพันธ์เชิงบวกระหว่างครูกับนักเรียน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเรียนรู้ในระยะยาว โรงเรียนอัสสัมชัญลำปาง ในฐานะสถานศึกษาที่มุ่งพัฒนาเด็กปฐมวัยตามมาตรฐานคุณภาพ มีแนวทางสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ในห้องเรียน โดยเน้นบทบาทของครูในการออกแบบกิจกรรมที่ใช้ Soft Power เพื่อจุดประกายความคิดและการเรียนรู้ของนักเรียน การวิจัยครั้งนี้จึงมุ่งเน้นการศึกษากระบวนการพัฒนาทักษะเทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 ผ่านการใช้ Soft Power ของครู เพื่อให้เกิดรูปแบบแนวทางการจัดกิจกรรมที่มีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียน และสามารถต่อยอดสู่การพัฒนาการเรียนการสอนในระดับปฐมวัยอย่างยั่งยืน วัตถุประสงค์
แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง
ความหมายและองค์ประกอบของ Soft Power Soft Power (อำนาจอ่อน) เป็นแนวคิดที่เสนอโดย Joseph Nye Jr. (1990, 2004) ในบริบทของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หมายถึง ความสามารถในการดึงดูดและโน้มน้าวใจผู้อื่นให้ต้องการในสิ่งที่เราต้องการ โดยไม่ต้องใช้การบังคับหรือการจ่ายเงิน ซึ่งแตกต่างจาก Hard Power (อำนาจแข็ง) ที่ใช้กำลังทางทหารหรือเศรษฐกิจ Soft Power เกิดจากแรงดึงดูดทางวัฒนธรรม ค่านิยมทางการเมือง และนโยบายต่างประเทศที่น่าชื่นชม เมื่อนำมาปรับใช้กับบริบททางการศึกษา Soft Power ของครูผู้สอน คือ อิทธิพลที่ครูมีต่อผู้เรียนผ่านคุณลักษณะส่วนบุคคล ท่าที วิธีการสอน และบุคลิกภาพที่น่าดึงดูดใจ ทำให้ผู้เรียนเกิดความรู้สึกอยากเรียนรู้ เกิดความผูกพัน ความเชื่อมั่น และมีทัศนคติเชิงบวกต่อการเรียนรู้ โดยไม่ได้เกิดจากการบังคับหรือการใช้อำนาจตามตำแหน่ง องค์ประกอบของ Soft Power ของครูผู้สอนอาจประกอบด้วย:
2.1.2 บทบาทของ Soft Power ครูผู้สอนต่อการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย สำหรับเด็กปฐมวัย ครูผู้สอนเป็นบุคคลสำคัญที่มีอิทธิพลอย่างมากต่อพัฒนาการและทัศนคติในการเรียนรู้ Soft Power ของครูสามารถส่งผลต่อเด็กได้หลายด้าน:
2.2 แนวคิดเกี่ยวกับทักษะเทคโนโลยี 2.2.1 ความหมายของทักษะเทคโนโลยีสำหรับเด็กปฐมวัย ทักษะเทคโนโลยีสำหรับเด็กปฐมวัยไม่ได้หมายถึงการเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิค แต่หมายถึงความสามารถในการทำความเข้าใจและใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์เทคโนโลยีพื้นฐานอย่างเหมาะสมกับพัฒนาการและวัตถุประสงค์ในการเรียนรู้ รวมถึงการพัฒนาทัศนคติที่ดีต่อการใช้เทคโนโลยีอย่างมีวิจารณญาณ (NAEYC, 2012) สำหรับเด็กอนุบาล 3 ทักษะเทคโนโลยีอาจครอบคลุมถึง:
2.2.2 ความสำคัญของทักษะเทคโนโลยีในเด็กปฐมวัย การพัฒนาทักษะเทคโนโลยีในเด็กปฐมวัยมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจาก:
2.3 แนวคิดเกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์ 2.3.1 ความหมายของความคิดสร้างสรรค์สำหรับเด็กปฐมวัย ความคิดสร้างสรรค์คือความสามารถในการคิดนอกกรอบ การสร้างสรรค์แนวคิดใหม่ ๆ หรือวิธีการแก้ปัญหาที่แปลกใหม่และมีคุณค่า (Torrance, 1966) สำหรับเด็กปฐมวัย ความคิดสร้างสรรค์ไม่ได้หมายถึงการสร้างผลงานชิ้นเอก แต่เน้นที่กระบวนการคิดและแสดงออกอย่างอิสระ ซึ่งรวมถึง:
2.3.2 ความสำคัญของความคิดสร้างสรรค์ในเด็กปฐมวัย การส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ในเด็กปฐมวัยมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อพัฒนาการในภาพรวม:
2.4 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง งานวิจัยทั้งในและต่างประเทศได้ศึกษาเกี่ยวกับปัจจัยที่ส่งผลต่อการพัฒนาทักษะเทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์ในเด็กปฐมวัย รวมถึงบทบาทของครูผู้สอน ดังนี้
โดยสรุปจากวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง ผู้วิจัยพบว่าทั้งทักษะเทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเด็กในยุคปัจจุบัน และครูผู้สอนมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการส่งเสริมทักษะเหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ Soft Power ที่จะช่วยสร้างแรงจูงใจและบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการแสดงออกของเด็กอย่างเป็นธรรมชาติ งานวิจัยนี้จึงมุ่งที่จะศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง Soft Power ของครูผู้สอนกับทักษะทั้งสองด้านในบริบทของนักเรียนอนุบาล 3 โรงเรียนอัสสัมชัญลำปาง เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงประจักษ์ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาแนวปฏิบัติที่ดีในการจัดการศึกษาปฐมวัยต่อไป
2.5 กรอบแนวคิดในการวิจัย จากแนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องข้างต้น ผู้วิจัยได้กำหนดกรอบแนวคิดในการวิจัย ดังภาพที่ 2.1 ข้อมูลโค้ด graph LR A[Soft Power ของครูผู้สอน] --> B[การพัฒนาทักษะเทคโนโลยีของนักเรียนอนุบาล 3] A --> C[การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนอนุบาล 3] คำสำคัญ (Keywords)
คำสำคัญ:
ทักษะเทคโนโลยี
ความคิดสร้างสรรค์
Soft Power
ครูผู้สอน
อนุบาล 3
การศึกษาปฐมวัย
โรงเรียนอัสสัมชัญลำปาง
วิธีการพัฒนา
1. ศึกษาทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
2. วิเคราะห์บริบทโรงเรียน
3. ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้
4. ดำเนินการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research)
5. ประเมินผลและสะท้อนผล
6. ข้อเสนอเชิงนวัตกรรม
การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติ
1. การวิเคราะห์เชิงปริมาณใช้กับข้อมูลจากแบบประเมินทักษะเทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียน เช่น checklists หรือแบบประเมินระดับพัฒนา (Rubric 4 ระดับ) ???? การวิเคราะห์ก่อน-หลัง (Pre-test / Post-test)
ตัวอย่างการนำเสนอผล:
2. การวิเคราะห์เชิงคุณภาพใช้กับข้อมูลที่ได้จาก
???? วิธีวิเคราะห์:
ตัวอย่างการรายงาน:
3. การสังเคราะห์ผลโดยรวม
วิธีการใช้งาน
ประชากร(กลุ่มตัวอย่าง/กลุ่มเป้าหมาย)
ของนักเรียนอนุบาล 3 จำนวน 32 คน โรงเรียนอัสสัมชัญลำปาง ผลที่เกิดจากผู้เรียน
การอ้างอิง
ธนิษฐา แจ่มอุทัย, สุพจน์ เกิดสุวรรณ์ & ทองปาน บุญกุศล. (2564). ทักษะทางสังคมและความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนระดับชั้นปฐมวัยโดยการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ด้วยการเล่านิทาน. วารสารการวัดผลการศึกษา สำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา. so06.tci-thaijo.org+4so06.tci-thaijo.org+4ojs.lib.buu.ac.th+4 Natthiyaporn. (2563). การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 3 ด้วยการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์. วารสารลวะศรี. so01.tci-thaijo.org+5so04.tci-thaijo.org+5so04.tci-thaijo.org+5 ทิพย์อักษร พุทธสริน. (2567). การจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์เรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัยในศตวรรษที่ 21. วารสารวิจัยราชภัฏกรุงเก่า สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์. so01.tci-thaijo.org กมลวรรณ อังศรีสุรพร. (2567). การพัฒนารูปแบบกระบวนการจัดประสบการณ์เรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการคิดเชิงวิทยาการคำนวณสำหรับเด็กปฐมวัยสู่ชิ้นงานนวัตกรรมสร้างสรรค์. วารสารสันติศึกษาปริทรรศน์ มจร. so04.tci-thaijo.org+11so03.tci-thaijo.org+11so06.tci-thaijo.org+11 ศิรประภา สุวรรณรัตน์ & ประภาศ ปานเจี้ยง. (2566). การพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์ด้านคิดริเริ่มสำหรับเด็กปฐมวัย โดยการจัดกิจกรรมศิลปะการต่อเติม. วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์. so06.tci-thaijo.org
การเขียนอ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์
นาง.กัญญา อุ่นผูก, https://lpeduinno.org. 2568. แหล่งที่มา : https://lpeduinno.org/ShowInno.php?id=KQ6ZJ00000000107 ค้นเมื่อ 15 เมษายน, 2569.
ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ
|
||