แชร์หน้านี้
อ่านแล้ว 76 ครั้ง

ข้อมูลนวัตกรรม
การพัฒนา Soft Power นักเรียนผ่านกิจกรรมการออกแบบนวัตกรรมท้องถิ่น อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง : กรณีศึกษานักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนอนุบาลแม่เมาะ(ชุมชน1)
สื่อการสอน
ประถมศึกษา
ภาษาไทย
ข้อมูลผู้พัฒนา
นางสาวสุพรรณิกา มณีเลิศ
ครู
โรงเรียนบ้านจำปุย
ภาษาไทย
0810247187
manchester448@gmail.com
บทคัดย่อ/บทสรุป

การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) พัฒนานวัตกรรมการเล่านิทานพื้นบ้านลำปางที่ส่งเสริม Soft Power ของครูผู้สอน (2) ศึกษาผลของการใช้กิจกรรมดังกล่าวที่มีต่อการพัฒนาทักษะภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 และ (3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้นิทานพื้นบ้านลำปางเป็นสื่อ

กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านจำปุย อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง จำนวน 4 คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ใช้รูปแบบการวิจัยในชั้นเรียน (Classroom Action Research: CAR) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้แบบเล่านิทานพื้นบ้าน แบบประเมิน Soft Power ของครู แบบวัดทักษะภาษาไทย แบบสังเกตพฤติกรรม และแบบสอบถามความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ร้อยละ การเปรียบเทียบคะแนนก่อนและหลังเรียน และการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงคุณภาพ

ผลการวิจัยพบว่า
(1) ครูผู้สอนสามารถพัฒนา Soft Power ของตนเองได้อย่างเด่นชัด โดยเฉพาะด้านการสื่อสารสร้างแรงบันดาลใจ ความสามารถในการถ่ายทอดคุณธรรมและวัฒนธรรมผ่านการเล่านิทาน
(2) นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาไทยหลังเข้าร่วมกิจกรรมสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะทักษะการฟัง การพูด และการเขียนเรียงความอย่างง่าย
(3) นักเรียนมีความพึงพอใจในกิจกรรมการเรียนรู้ในระดับมากถึงมากที่สุด โดยชื่นชอบเนื้อหานิทานและบรรยากาศการเรียนรู้ที่สนุกสนาน

ผลการวิจัยสะท้อนให้เห็นว่า การใช้นวัตกรรมเล่านิทานพื้นบ้านลำปาง ไม่เพียงส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนา Soft Power ของครู ซึ่งเหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ชนบท และสามารถนำไปขยายผลหรือปรับใช้กับชั้นเรียนอื่น ๆ ได้อย่างเหมาะสม

หลักการและเหตุผล

หลักการและเหตุผล

ภาษาไทยเป็นเครื่องมือสำคัญในการสื่อสาร ถ่ายทอดความคิด และสร้างความเข้าใจในวิชาต่าง ๆ ซึ่งจำเป็นต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยเฉพาะในระดับประถมศึกษา การวางรากฐานที่มั่นคงด้านการฟัง พูด อ่าน และเขียน จะช่วยให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม จากการจัดการเรียนรู้ในชั้นเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านจำปุย ซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ชนบท อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง พบว่า นักเรียนส่วนใหญ่ยังขาดความมั่นใจในการใช้ภาษาไทย ขาดแรงจูงใจในการเรียน และมีทักษะภาษาโดยรวมอยู่ในระดับที่ต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ในขณะเดียวกัน ครูผู้สอนในโรงเรียนขนาดเล็กนอกจากจะทำหน้าที่สอนแล้ว ยังเป็นบุคคลต้นแบบและผู้นำทางจิตวิญญาณการเรียนรู้ของผู้เรียน ด้วยเหตุนี้ “Soft Power ของครู” จึงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนการเรียนรู้ในห้องเรียน Soft Power หมายถึง พลังอำนาจที่ไม่ใช่การบังคับ แต่เกิดจากบุคลิกภาพ การสื่อสาร วัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ และความสัมพันธ์อันดีที่ครูมีต่อนักเรียน องค์ประกอบเหล่านี้หากได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จะทำให้ครูสามารถสร้างแรงบันดาลใจและโน้มน้าวให้นักเรียนเกิดความตั้งใจและใฝ่รู้ได้

นิทานพื้นบ้านเป็นเครื่องมือทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่ามากในการจัดการเรียนรู้ โดยเฉพาะนิทานพื้นบ้านลำปางซึ่งสะท้อนภูมิปัญญาท้องถิ่น ภาษา คำสอน และค่านิยมของชุมชน การนำนิทานเหล่านี้มาใช้ในการเรียนการสอนวิชาภาษาไทยผ่าน “การเล่าเรื่อง” (Storytelling) ที่มีลูกเล่นและวิธีการถ่ายทอดที่ดึงดูดใจผู้เรียน จึงเป็นนวัตกรรมที่สามารถเชื่อมโยงวัฒนธรรมกับการพัฒนาทักษะทางภาษา และเป็นพื้นที่ให้ครูได้ใช้ Soft Power ของตนเองอย่างมีคุณค่า

ด้วยเหตุนี้ ผู้วิจัยซึ่งเป็นครูผู้สอนภาษาไทยระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จึงมีแนวคิดในการพัฒนา Soft Power ของตนเองผ่านนวัตกรรมการเล่านิทานพื้นบ้านลำปาง เพื่อส่งเสริมทักษะภาษาไทยของนักเรียน และเสริมสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่อบอุ่น มีความสุข และสอดคล้องกับบริบทของโรงเรียนขนาดเล็กในท้องถิ่น โดยคาดหวังว่างานวิจัยนี้จะเป็นต้นแบบในการพัฒนานวัตกรรมที่ส่งเสริมทั้งครูและนักเรียนได้อย่างยั่งยืน

วัตถุประสงค์

วัตถุประสงค์ของการวิจัย

  1. เพื่อพัฒนานวัตกรรมการเล่านิทานพื้นบ้านลำปาง ที่ส่งเสริม Soft Power ของครูผู้สอนวิชาภาษาไทยในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
  2. เพื่อศึกษาผลของการใช้การเล่านิทานพื้นบ้านลำปางที่ครูถ่ายทอดด้วย Soft Power ที่มีต่อการพัฒนาทักษะภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
  3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนการสอนภาษาไทยผ่านนวัตกรรมการเล่านิทานพื้นบ้านลำปาง
แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง

เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

2.1 แนวคิด Soft Power และการประยุกต์ในบริบทการศึกษา

          นิยาม Soft Power (Nye, 1990) คือ “อำนาจอ่อน” ที่ทำให้เกิดแรงจูงใจหรือแรงดึงโดยไม่ใช้แรงกดหรือบังคับ ผ่านค่านิยม วัฒนธรรม บุคลิกภาพ และความสัมพันธ์

          งานวิจัยระดับมหาวิทยาลัยชี้ว่า การศึกษาเป็นทรัพยากรของ Soft Power ที่ช่วยสร้างภาพลักษณ์และแรงดึงดูดในเวทีนานาชาติ

          ในบริบทโรงเรียน Soft Power แปลว่า “อิทธิพลเชิงบวกของครู” ผ่านวาทศิลป์ การเป็นแบบอย่าง และความสัมพันธ์ที่ปลอดภัย ซึ่งส่งผลต่อแรงจูงใจและการมีส่วนร่วมของนักเรียน

2.2 การเล่านิทาน–Storytelling ในการเรียนการสอนภาษา

          หลักฐานวิจัยสากลแสดงว่า Storytelling ช่วยเพิ่มความจำ ความสนใจ และอารมณ์บวกในการเรียนรู้ การใช้ “digital storytelling” ยังพบว่าส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ การเล่าเรื่อง และความสำเร็จทางการศึกษาของนักเรียนระดับมัธยมในไทย มีงานวิจัยที่สนับสนุนการใช้ นิทานพื้นบ้านไทย เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาในนักเรียนและผู้เรียนภาษาอังกฤษพื้นฐาน

2.3 นิทานพื้นบ้านลำปาง–วัฒนธรรมท้องถิ่นกับการศึกษา

          นิทานลำปาง เช่น สังข์ทอง และ ศรีธนญชัย เป็นต้น ได้รับการศึกษาในทางวรรณคดีและวัฒนธรรมภูมิภาค การนำนิทานพื้นบ้าน มาใช้ในชั้นเรียนไม่เพียงแค่พัฒนาทักษะภาษา แต่ยังเป็นกลไกในการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น ในชั้นเรียนระดับต้น ในระดับก่อนประถมถึงประถมต้น การเล่านิทานผ่านเทคนิค Storytelling ทำให้นักเรียนมีส่วนร่วมลึกซึ้งขึ้น เพิ่มพูนจินตนาการ และพัฒนาทักษะด้านสุขุมวิทยา เช่น การคิดเชิงวิเคราะห์และความคิดสร้างสรรค์

          งานวิจัยในประเทศไทยที่ใช้ โครงสร้างคล้าย CAR (Classroom Action Research) พบว่านักเรียนมีพัฒนาการด้านคำศัพท์และทักษะภาษาอย่างชัดเจนจากการเล่านิทานพื้นบ้านไทย

 

 

 

2.5 ข้อสรุปของเอกสารที่เกี่ยวข้อง

ด้าน

สาระสำคัญ

Soft Power

 

เป็นแนวคิดที่เชื่อมโยงกับบทบาทครูที่สร้างแรงบันดาลใจ

โดยไม่ใช้ความรุนแรง

Storytelling

ช่วยเพิ่มคุณภาพการเรียนรู้ ความจำ และอารมณ์เชิงบวก

นิทานพื้นบ้าน

ถ่ายโอนวัฒนธรรมและคุณธรรมท้องถิ่น พร้อมพัฒนาทักษะภาษา

การประยุกต์วิจัย

ในชั้นเรียน

งานวิจัยในไทยยืนยันผลเชิงบวกต่อทักษะภาษาและแรงจูงใจ

 

2.6 หลักการประยุกต์ใช้ในงานวิจัย

งานวิจัยนี้มี จุดแข็งด้านความสัมพันธ์ หลัก 3 ด้านต่อทฤษฎีและงานวิจัยที่มีอยู่

2.6.1. สร้าง Soft Power ของครู ผ่านการเล่าเรื่องแบบมีเสน่ห์ ถ่ายทอดวัฒนธรรมภูมิภาค

2.6.2. ใช้ CAR เป็นกรอบทำงานในห้องเรียนจริง เพื่อเก็บข้อมูลเชิงปริมาณ–คุณภาพ

2.6.3. สะท้อนคุณค่าท้องถิ่น ด้วยการใช้นิทานพื้นบ้านลำปางที่เชื่อมโยงกับชีวิตและวัฒนธรรมของนักเรียน

 

คำสำคัญ (Keywords)
นิยามศัพท์เฉพาะ 1. Soft Power ของครู หมายถึง พลังอิทธิพลทางบวกที่ครูใช้ในการสร้างแรงจูงใจ แรงบันดาลใจ และโน้มน้าวใจผู้เรียนผ่านบุคลิกภาพ น้ำเสียง ท่าทาง ค่านิยม วัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ และความสัมพันธ์ที่ดี โดยไม่ใช้การบังคับ เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ภาษาไทย 2. นวัตกรรมการเล่านิทานพื้นบ้านลำปาง หมายถึง แผนการจัดการเรียนรู้และกิจกรรมการสอนที่ครูออกแบบขึ้น โดยใช้ “นิทานพื้นบ้านจากจังหวัดลำปาง” เป็นสื่อหลักในการถ่ายทอดสาระการเรียนรู้วิชาภาษาไทย โดยครูนำเสนอด้วยเทคนิคการเล่าเรื่อง (storytelling) ที่มีลูกเล่นสร้างสรรค์ สอดแทรกคำสอน และเสริมพลัง Soft Power ของตนเอง 3. ทักษะภาษาไทยของนักเรียน หมายถึง ความสามารถของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านจำปุย ในการใช้ภาษาไทยด้านการฟัง พูด อ่าน และเขียน โดยเฉพาะความสามารถในการจับใจความ การสื่อสาร การใช้คำศัพท์ และการเขียนสื่อความอย่างเข้าใจ ซึ่งวัดผลผ่านแบบทดสอบและการสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ก่อนและหลังใช้กิจกรรมการเล่านิทาน
วิธีการพัฒนา

วิธีการพัฒนา

1. ศึกษาและวิเคราะห์ความต้องการ (Needs Analysis)

  • ศึกษาข้อมูลพื้นฐานของนักเรียนในชั้น ป.3 เช่น พื้นฐานทักษะภาษาไทย ความสนใจ และบริบทท้องถิ่น

  • วิเคราะห์จุดแข็งและจุดที่ต้องพัฒนาใน Soft Power ของครูผู้สอน เช่น การสื่อสาร การสร้างแรงจูงใจ บุคลิกภาพ

2. รวบรวมและคัดเลือกนิทานพื้นบ้านลำปาง

  • รวบรวมนิทานพื้นบ้านที่เป็นที่รู้จักและเหมาะสมกับวัยของนักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 3

  • คัดเลือกนิทานที่มีเนื้อหาสอดคล้องกับการส่งเสริมคุณธรรม คำศัพท์ภาษาไทย และมีโครงสร้างเรื่องที่เข้าใจง่าย

3. ออกแบบนวัตกรรมการเล่านิทาน

  • สร้างแผนการจัดกิจกรรมเล่านิทาน โดยเน้นการใช้เทคนิค Storytelling เช่น การใช้เสียง น้ำเสียง ท่าทาง อุปกรณ์ประกอบ หรือการแสดงบทบาท

  • ผสมผสานการถ่ายทอด Soft Power เช่น การแสดงออกด้วยอารมณ์ น้ำเสียง และท่าทางเพื่อสร้างแรงดึงดูดใจและความสัมพันธ์กับนักเรียน

4. ทดลองใช้และปรับปรุง

  • ทดลองใช้แผนการจัดกิจกรรมในห้องเรียนกับนักเรียนจริง

  • สังเกตพฤติกรรมและเก็บข้อมูล Feedback จากนักเรียนและตนเอง

  • ปรับปรุงเนื้อหาและวิธีการตามผลสะท้อน (Reflective Practice) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ

5. ประเมินผลและพัฒนาต่อเนื่อง

  • ประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและ Soft Power ของครูหลังการใช้กิจกรรม

  • รวบรวมความคิดเห็นและความพึงพอใจของนักเรียน

  • สรุปบทเรียนและพัฒนาเป็นนวัตกรรมที่มีความยั่งยืน สามารถนำไปใช้ขยายผลในชั้นเรียนอื่น ๆ

การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติ

การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติ

1. ประเภทของข้อมูลที่เก็บรวบรวม

  • ข้อมูลเชิงปริมาณ ได้แก่

    • คะแนนทดสอบทักษะภาษาไทยก่อนและหลังการจัดกิจกรรม

    • คะแนนการประเมิน Soft Power ของครูจากแบบสังเกตและแบบประเมิน

    • คะแนนแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน

  • ข้อมูลเชิงคุณภาพ ได้แก่

    • บันทึกการสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียนระหว่างกิจกรรม

    • สมุดบันทึกสะท้อนคิดของครู (Reflective Journal)

    • ข้อคิดเห็นจากนักเรียนในแบบสอบถามเปิด


2. วิธีการวิเคราะห์ข้อมูล

2.1 การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ

  • ใช้สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) เช่น

    • คำนวณค่าเฉลี่ย (Mean)

    • ค่าร้อยละ (Percentage)

    • ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)

  • การทดสอบสมมติฐานเพื่อเปรียบเทียบคะแนนก่อนและหลังการทดลอง

    • ใช้ การทดสอบ t-test แบบจับคู่ (Paired Sample t-test) เพื่อวิเคราะห์ความแตกต่างของคะแนนทักษะภาษาไทยก่อนและหลังเรียน

    • ระดับนัยสำคัญทางสถิติ (Significance level) กำหนดที่ 0.05 (p < 0.05)

2.2 การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ

  • วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ การวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)

    • การอ่านและทำความเข้าใจข้อมูลจากบันทึกการสังเกตและสมุดสะท้อนคิด

    • การจัดหมวดหมู่และตีความหมายตามประเด็นสำคัญที่สอดคล้องกับ Soft Power ของครูและพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียน

    • สรุปสาระสำคัญและนำเสนอในรูปแบบข้อความและตัวอย่างคำพูด


3. การนำเสนอผล

  • นำเสนอผลการวิเคราะห์เชิงปริมาณด้วยตาราง กราฟ หรือแผนภูมิ เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน

  • นำเสนอผลเชิงคุณภาพโดยการยกตัวอย่างข้อมูลและสรุปความเห็นจากการวิเคราะห์เนื้อหา

  • สรุปความสัมพันธ์ระหว่างการพัฒนา Soft Power ของครู กับผลสัมฤทธิ์และพฤติกรรมของนักเรียน

วิธีการใช้งาน

-

ประชากร(กลุ่มตัวอย่าง/กลุ่มเป้าหมาย)

นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านจำปุย ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 4 คน

ผลที่เกิดจากผู้เรียน

ผลที่เกิดจากผู้เรียน

  1. ทักษะภาษาไทยพัฒนาขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

    • นักเรียนมีความสามารถในการฟังและจับใจความจากนิทานที่เล่าได้ดีขึ้น

    • สามารถพูดเล่าเรื่องซ้ำและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับนิทานได้ชัดเจน

    • มีทักษะการอ่านและเขียนที่พัฒนาขึ้น เช่น การเขียนเรียงความสั้น ๆ เกี่ยวกับเนื้อเรื่องนิทาน

  2. เกิดความสนใจและมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนภาษาไทย

    • นักเรียนแสดงความสนุกสนานและตื่นตัวในการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมเล่านิทาน

    • มีแรงจูงใจและความมั่นใจในการใช้ภาษาไทยในชั้นเรียนและชีวิตประจำวันเพิ่มขึ้น

  3. พัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์และจินตนาการ

    • นักเรียนสามารถตั้งคำถามและแสดงความคิดเห็นเชิงสร้างสรรค์เกี่ยวกับเนื้อหานิทาน

    • มีการเชื่อมโยงเนื้อเรื่องนิทานกับชีวิตจริง และแสดงออกทางความคิดอย่างมีเหตุผล

  4. เสริมสร้างคุณธรรมและค่านิยมที่ดี

    • นักเรียนได้รับการส่งเสริมคุณธรรม เช่น ความซื่อสัตย์ ความมีน้ำใจ และความรับผิดชอบ ผ่านเนื้อหานิทานพื้นบ้าน

    • พัฒนาทัศนคติเชิงบวกต่อวัฒนธรรมท้องถิ่นและการอยู่ร่วมกันในสังคม

  5. พัฒนาทักษะทางสังคมและความสัมพันธ์ในกลุ่มผู้เรียน

    • นักเรียนมีความร่วมมือในการทำกิจกรรมกลุ่ม เช่น การแสดงบทบาทสมมติ และการเล่านิทานร่วมกัน

    • สร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเพื่อนและครู ส่งเสริมบรรยากาศการเรียนรู้ที่เอื้ออาทร

การรับรองและรางวัล

-

การเผยแพร่

-

การอ้างอิง

-

ลิขสิทธิ์และการอนุญาตใช้งาน

-

การต่อยอดและพัฒนา

การต่อยอดและพัฒนา

  1. ขยายผลการใช้ นวัตกรรมการเล่านิทานพื้นบ้านลำปางในชั้นเรียนอื่น ๆ

    • นำแผนการจัดการเรียนรู้และเทคนิคการเล่านิทานที่พัฒนาแล้วไปประยุกต์ใช้กับระดับชั้นอื่น เช่น ป.1–ป.6 เพื่อส่งเสริมทักษะภาษาไทยและ Soft Power ของครูในวงกว้าง

    • สนับสนุนให้ครูในโรงเรียนอื่น ๆ ในเครือข่ายนำไปใช้และปรับปรุงให้เหมาะสมกับบริบทของตน

  2. พัฒนาเครื่องมือประเมิน Soft Power ของครูอย่างเป็นระบบ

    • สร้างแบบประเมิน Soft Power ที่ชัดเจนและใช้ได้จริง ทั้งแบบประเมินตนเอง แบบประเมินจากนักเรียน และแบบประเมินจากเพื่อนร่วมงาน

    • พัฒนาคู่มือหรือแนวทางในการฝึกอบรม Soft Power สำหรับครูผู้สอนภาษาไทย

  3. เชื่อมโยงกับการใช้เทคโนโลยีในการเล่านิทาน

    • พัฒนาแอปพลิเคชัน หรือสื่อมัลติมีเดียเพื่อช่วยครูในการเล่านิทานพื้นบ้าน เช่น วิดีโอ นิทานเสียง หรือเกมการศึกษา

    • ใช้สื่อดิจิทัลเพื่อเพิ่มความน่าสนใจและเสริม Soft Power ของครูให้เข้ากับยุคดิจิทัล

  4. ส่งเสริมการวิจัยร่วมกับชุมชนและผู้ปกครอง

    • สร้างกิจกรรมที่เชื่อมโยงนักเรียน ครู ผู้ปกครอง และชุมชน ผ่านการเล่านิทานพื้นบ้าน เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น

    • เปิดเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์และเรียนรู้ร่วมกันระหว่างโรงเรียนในชุมชน

  5. พัฒนาทักษะ Soft Power ในครูสาขาวิชาอื่น ๆ

    • ขยายแนวคิด Soft Power ไปสู่ครูผู้สอนวิชาอื่น เช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้ที่สร้างแรงบันดาลใจและเพิ่มประสิทธิภาพการสอนในทุกวิชา

การเขียนอ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์
นางสาว.สุพรรณิกา มณีเลิศ, https://lpeduinno.org. 2568. แหล่งที่มา : https://lpeduinno.org/ShowInno.php?id=KTHZ700000000121 ค้นเมื่อ 15 เมษายน, 2569.


ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ