![]() |
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
ข้อมูลนวัตกรรม
การพัฒนาทักษะการฟังภาษาอังกฤษด้วยการสอนแบบกลุ่มร่วมมือ โดยใช้เทคนิค TGT สำหรับนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 3/1 โรงเรียนบ้านปงสนุก The development of listening English comprehension skill by using Team Games Tournament (TGT) for grade 3/1 students at Banp
กระบวนการจัดการเรียนรู้
ประถมศึกษา
ภาษาต่างประเทศ
บทคัดย่อ/บทสรุป
ชื่อเรื่อง การพัฒนาทักษะการฟังภาษาอังกฤษด้วยการสอนแบบกลุ่มร่วมมือ โดยใช้เทคนิค TGT สำหรับนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 3/1 โรงเรียนบ้านปงสนุก ชื่อผู้วิจัย นางสาวอรวรรณ บุญสมปาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ปีการศึกษา 2567 ภาคเรียนที่ 2 ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
บทคัดย่อ การวิจัยการพัฒนาทักษะการฟังภาษาอังกฤษด้วยการสอนแบบกลุ่มร่วมมือ โดยใช้เทคนิค TGT สำหรับนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 3/1 โรงเรียนบ้านปงสนุก มีวัตถุประสงค์ เพื่อเพื่อการพัฒนาทักษะการฟังภาษาอังกฤษด้วยการสอนแบบกลุ่มร่วมมือ โดยใช้เทคนิค TGT สำหรับนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 3/1 โรงเรียนบ้านปงสนุก อ.เมืองลำปาง จ.ลำปาง ปีการศึกษา 2567 ผลการวิจัย พบว่า คะแนนเฉลี่ยจากการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนเพิ่มขึ้น คือ 4.79 และ 6.93 ตามลำดับ และมีค่าเฉลี่ยร้อยละของคะแนนก่อนและหลังเรียนเพิ่มขึ้น คือ 47.9 และ 69.30 ตามลำดับ โดยภาพรวมพบว่านักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/1 มีผลคะแนนการสอบสูงสุด = 10 คะแนน และคะแนนต่ำสุด = 3 คะแนน มีค่าเฉลี่ยคะแนนรวมทั้งหมด 6.93 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2.17 จึงสรุปได้ว่า นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/1 โรงเรียนบ้านปงสนุก มีผลคะแนนสอบหลังเรียนผ่านเกณฑ์ร้อยละ 90.70 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยร้อยละของผลคะแนนสอบก่อนเรียนที่ผ่านเกณฑ์คือ 30.23 นั่นหมายถึง การจัดกิจกรรมโดยใช้วิธีการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT ทำให้คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนผ่านเกณฑ์ที่กำหนดเพิ่มขึ้น ร้อยละ 60.47 หลักการและเหตุผล
1. ความเป็นมาและสาเหตุของปัญหา ปัจจุบันโลกของเราเปลี่ยนแปลงเร็วมากในหลายๆ ด้าน เช่น ด้านสภาพแวดล้อมที่เจริญขึ้น สังคมเศรษฐกิจที่วุ่นวาย ซึ่งจะส่งผลต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์โดยตรงตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เฉกเช่นกับการสื่อสารเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากในการใช้ชีวิต โดยการใช้ภาษา เป็นสื่อกลางในการติดต่อสื่อสาร ซึ่งภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางที่ทุกประเทศยอมรับให้เป็นภาษาที่ใช้กันทั่วโลก ในการติดต่อสื่อสาร การประกอบอาชีพ หาข้อมูลข่าวสาร และความรู้ใหม่ ฉะนั้นภาษาอังกฤษจึงมีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของเรา ซึ่งสอดคล้องกับ (วรางคณา เค้าอ้น 2560 : 1 อ้างในธีราพร แซ่แห่ว และคณะ 2552 : 1) ได้กล่าวไว้ว่า ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สำคัญอย่างยิ่ง ที่ทุกประเทศยอมรับให้เป็นภาษากลางของโลก เพื่อใช้ประโยชน์ในหลายๆด้าน เช่น ด้านการสื่อสาร การเรียนการสอน การค้นคว้าหาความรู้ ทั้งในตำราหรือในอินเทอร์เน็ตที่พบในส่วนมากจะใช้เป็นภาษาอังกฤษเกือบทั้งหมด อีกทั้งคนไทยยังจะต้องพบเจอกับชาวต่างชาติเพิ่มมากขึ้น จึงทำให้ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางในการสื่อสารเพิ่มมากกว่าเดิม จากการสอบถามครูผู้สอนรายวิชาภาษาอังกฤษ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีปัญหาในการจัดการเรียนการสอนหลายปัญหา คือ คือนักเรียนไม่สามารถฟังแล้วแยกคำได้หรือฟังแล้วได้ยินเป็นคำเดียวกันหมด สับสนและไม่รู้ว่าสิ่งที่ได้ยินนั้นคืออะไร และยังนำเสียงที่ได้ยินไปผูกกับเสียงที่เป็นภาษาไทย เช่นคำว่า “Comfortable” ก็จะได้ยินเป็น “คอม-ฟอท-เท-เบิล” ซึ่งจริงๆแล้ว คำนี้ออกเสียงว่า “คอม-เฟิร์ท-เทอะ-เบิล” นักเรียนส่วนใหญ่ไม่สนปัญหานี้ เพราะว่านักเรียนคิดว่าตนฟังแล้วออกเสียงตามถูกต้องแล้ว ถ้านักเรียนมีทักษะการฟังไม่เพียงพอจะทำให้อาจได้รับสารแบบผิดพลาดหรือไม่เข้าใจในสิ่งที่ได้ยินเลย และอีกสาเหตุหลักที่ทำให้นักเรียนเกิดปัญหาเกี่ยวกับการฟัง นั่นคือ ครูไม่ได้จัดกิจกรรมที่ให้นักเรียนฟังเสียงจากเจ้าของภาษา โดยครูจะเป็นคนพูดและบอกเอง ซึ่งไม่มีสื่อการสอนที่เป็นเสียงจากเจ้าของภาษา ทำให้นักเรียนอาจจะเกิดความเข้าใจผิดพลาดเมื่อครู พูดคำศัพท์คำนั้นไม่ถูกต้อง ทำให้นักเรียนเกิดความจำแบบผิดๆ จากสิ่งที่กล่าวมานั้น นักเรียนมีปัญหาด้านทักษะการฟังภาษาอังกฤษมากที่สุด ซึ่งสาเหตุโดยรวมมาจากนักเรียนที่มีความรู้ด้านคำศัพท์น้อย และครูไม่มีสื่อการสอนจากเจ้าของภาษา ที่น่าสนใจและดึงดูด
2. แนวทางการแก้ไขปัญหา
แนวทางการแก้ไขปัญหานักเรียนเกี่ยวกับทักษะการฟังภาษาอังกฤษ ซึ่งผู้วิจัยได้ศึกษาเทคนิควิธี TGT โดยการเรียนการสอนแบบ TGT นั้นเป็นการสร้างแรงจูงใจให้นักเรียนสนใจในการเรียนมากขึ้น จากการได้แข่งขันกัน ซึ่งจะทำให้นักเรียนเกิดความสนุกสนาน และมีความสนใจในการเรียน เทคนิค TGT มีองค์ประกอบ 3 ประการ นั่นก็คือ 1. ทีม (Teams) แบ่งนักเรียนออกเป็น 4-5 ทีม แต่ละทีมจะมีนักเรียนหลากหลาย คือ จะมีนักเรียนที่มีทั้งผลสัมฤทธิ์สูง ปานกลาง ต่ำ และเพศคละกัน สมาชิกจะอยู่ในทีมอย่างถาวร แต่ละทีมจะได้รับการฝึกฝนเหมือนกัน และในทีมจะช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการทบทวนสิ่งที่ครูสอน โดยสามารถปรึกษาครูได้ ก่อนเล่น 2. เกม (Games) เกมที่ใช้เป็นการฝึกทักษะ ซึ่งเน้นที่เนื้อหา หลักสูตร นักเรียนจะได้ตอบปัญหา เกมบัตรคำ ซึ่งเน้นกฎเกณฑ์พื้นฐานลำดับก่อน – หลัง การแข่งขันที่ยึดเนื้อหาวิชาเป็นหลัก และทำให้เด็กเกิดความสนุกสนาน 3. การแข่งขัน (Tournaments) การฝึกในทีมจะมีการแข่งขัน อาจมีอาทิตย์ละ 1 – 2 ครั้ง โดยดูจากผลงาน นักเรียนจะได้เปรียบเทียบคะแนนของแต่ละทีม ว่าทีมใดคะแนนสูงสุด ปานกลาง ต่ำ คะแนนนี้จะแยกเป็นคะแนนสมาชิกแต่ละคนด้วย ดังที่ วัฒนาพร ระงับทุกข์ (2545 : 177-195 อ้างใน ธนพร ดวงพรกชกร,2559 : 6) กล่าวว่า การเรียนรู้แบบร่วมมือ โดยการแข่งกันเป็นกลุ่ม TGT ( Team – Games Tournament ) เป็นการจัดการเรียนรู้ แบบแข่งขันเป็นกลุ่มมีลักษณะคล้ายวิธีการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้แบบกลุ่มสัมฤทธิ์ เพียงแต่มีการ ใช้เกมเป็นกิจกรรมการเรียนรู้โดยให้สมาชิกทุกคนช่วยกัน ในการเตรียมตัวเพื่อแข่งขันเกมที่ผู้สอน กำหนดตามใบงานและอธิบายวิธีการแก้ปัญหาโจทย์ต่างๆ ให้ทุกคนในกลุ่มมีความเข้าใจเนื้อหา บทเรียนนั้นๆ แต่ในขณะแข่งขันเกมจะไม่อนุญาตให้สมาชิกเข้าไปให้ความช่วยเหลือ เพราะสมาชิก แต่ละคนต้องมีความรับผิดชอบที่จะพยายามทำให้ตนเองชนะการแข่งขันเพื่อความสำเร็จของกลุ่ม คะแนนของกลุ่มจะได้จากการแข่งขันเกมแทนการทดสอบ กลุ่มที่ได้คะแนนเฉลี่ยสูงจะได้รับรางวัล ซึ่งเทคนิค การเรียนการสอนแบบ TGT จะทำให้นักเรียนสนใจกับการเรียนมากกว่าเดิม เพราะนักเรียนแต่ละคนในกลุ่มจะต้องทำคะแนนให้กลุ่มตัวเองชนะ โดยจะต้องตั้งใจทำและช่วยกันทำในสิ่งที่ครูสอน และในการจัดกิจกรรมจะเน้นในเรื่องของการใช้คลิปเสียงจากเจ้าของภาษา ซึ่งจะทำให้นักเรียนได้ฟังคำสั่ง ประโยค หรือคำศัพท์อย่างถูกต้องจากเสียงเจ้าของภาษา ทำให้นักเรียนได้ฝึกการฟังไปพร้อมกับการเล่นเกมแข่งขันกับเพื่อนกลุ่มอื่น ดังนั้น ผู้วิจัยจึงสนใจที่จะศึกษาการพัฒนาทักษะการฟังภาษาอังกฤษโดยใช้การสอนแบบกลุ่มร่วมมือเทคนิค TGT โดยมุ่งหวังว่าการสอนแบบกลุ่มร่วมมือเทคนิค TGT จะช่วยให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านปงสนุก เกิดผลสัมฤทธิ์ในการเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มสูงขึ้นและเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอนในชั้นเรียน และช่วยเพิ่มทักษะการฟังภาษาอังกฤษกับผู้เรียนในการใช้ชีวิตประจำวัน และนำไปพัฒนาต่อยอด วัตถุประสงค์
วัตถุประสงค์ของการวิจัย เพื่อการพัฒนาทักษะการฟังภาษาอังกฤษด้วยการสอนแบบกลุ่มร่วมมือ โดยใช้เทคนิค TGT สำหรับนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 3/1 โรงเรียนบ้านปงสนุก อ.เมืองลำปาง จ.ลำปาง ปีการศึกษา 2567 แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง
งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง กิตติมา จันทร์นิล (2556) สรุปผลวิจัย ได้วิจัยการพัฒนาทักษะการฟังภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนจุฬาภรณ์ราชวิทยาลัยพิษณุโลก ปีการศึกษา 2556 ที่มีผลการเรียนต่ำ โดยใช้เทคนิคการชมภาพยนตร์พร้อมบทภาพยนตร์ เรื่อง Lilo & Stitchได้ผลการพัฒนาดังนี้ (1) ประสิทธิภาพของเทคนิคการชมภาพยนตร์พร้อมบทภาพยนตร์เรื่อง Lilo & Stitch มีประสิทธิภาพเท่ากับ 83.56/82.72 ซึ่งแสดงว่ามีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน (2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนของนักเรียนที่พัฒนาทักษะการฟังภาษาอังกฤษงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการร่วมมือโดยใช้เทคนิค TGT โดยใช้เทคนิคการชมภาพยนตร์พร้อมบทภาพยนตร์ เรื่อง Lilo & Stitch สูงกว่าผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .01 ซึ่งสอดคล้องกับสมมุติฐานที่กำหนดไว้ (3) นักเรียนและผู้ปกครองนักเรียนที่เข้าร่วมการพัฒนาทักษะการฟังภาษาอังกฤษ มีเจตคติเชิงบวก (Positive) ต่อเทคนิคการชมภาพยนตร์พร้อมบทภาพยนตร์ เรื่อง Lilo & Stitch สูงกว่าร้อยละ 90 ทุกหัวข้อการประเมิน สารสิน เล็กเจริญ (2554) ได้ศึกษาเรื่อง การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง การเขียนสะกดคา ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่ได้รับการสอนโดยการเรียนแบบร่วมมือ เทคนิค TGT กับ การสอนแบบปกติ แก่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ที่ 1 โรงเรียนเซนต์คาเบรียล กรุงเทพมหานคร ที่กำลังศึกษาในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2553 มีนักเรียน 120 คน จำนวน 2 ห้องเรียน ห้องเรียนละ 60 คน โดยการสุ่มอย่างง่ายและจับฉลาก ได้ห้องประถมศึกษาปีที่ 1/3 เป็น กลุ่มทดลอง เรียนแบบร่วมมือเทคนิค TGT และได้ห้องประถมศึกษาปีที่ 1/4 เป็นกลุ่มควบคุม เรียน แบบปกติ ใช้เวลาทดลอง 11 ชั่วโมง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้เรื่องการ เขียนสะกดคา แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนเรียนและหลังเรียน และแบบสอบถาม ความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการเรียนแบบร่วมมือเทคนิค TGT การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติ วิเคราะห์ค่าเฉลี่ย (xˉ ) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) การทดสอบค่าทีแบบอิสระ (t-test Independent) การทดสอบค่าทีแบบไม่เป็นอิสระ (t-test Dependent) และการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องการเขียนสะกดคา ของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่ได้รับการสอนโดยการเรียนแบบร่วมมือเทคนิค TGT สูงกว่าที่ได้รับ การสอนแบบปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องการเขียน สะกดคา ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่ได้รับการสอนโดยการเรียนแบบร่วมมือเทคนิค TGT หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 3) ความคิดเห็นของนักเรียนที่มี ต่อการเรียนแบบร่วมมือเทคนิค TGT อยู่ในระดับมาก อุไรวรรณ กองสีหา (2552) ใช้กิจกรรม TGT ในการพัฒนาทักษะการฟัง และการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนอนุบาลอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี โดยมีกลุ่ม
ตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จานวน 50 คน โดยใช้แผนการ สอนแบบ TGT จากหนังสือเรียน say hello 6 ทั้งหมด 12 แผน รวม 24 ชั่วโมง แล้วพบว่า ผลสัมฤทธิ์ ทางทักษะการฟังและการพูดของผู้เรียนในเวลาหลังทดลอง เพิ่มมากขึ้นกว่าก่อนทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.1
จากงานวิจัยที่ผู้วิจัยได้ศึกษาและนำมาทั้งหมดนั้น ทุกงานๆ งานวิจัยได้พัฒนาทักษะการฟังกับนักเรียน โดยใช้ทฤษฎี วิธีการสอน และเทคนิคที่นำมาใช้พัฒนาทักษะการฟังของนักเรียน และเมื่อผู้เรียนได้เรียนรู้ผ่านทฤษฎี วิธีการสอน และเทคนิคแล้ว นักเรียนเกิดการพัฒนาทักษะการฟังมากขึ้น อนึ่ง เกศรา อินทะนนท์และคณะ (2556) สรุปไว้ว่า ได้ทำการศึกษาทักษะการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือแบบTGT พบว่า ภายหลังที่ไดรับการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือแบบ TGT นักเรียนมีทักษะการพูด ภาษาอังกฤษ แตกต่างจากก่อนไดรับการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือแบบ TGT อยู่อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.01 โดยที่คะแนนหลังเรียนสูงกว่าคะแนนก่อนเรียน ขณะเดียวกันนักเรียนยังมีความก้าวหน้าในการพูดภาษาอังกฤษสูงขึ้น ทำนองเดียวกันนั้นความคิดเห็นของผู้เรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรูแบบร่วมมือแบบ TGT โดยรวมอยู่ในระดับดีมาก มัลลิกา มานันที (2558) สรุปไว้ว่า ได้ทำการศึกษาการเปรียบเทียบผลการเรียนรายวิชาภาษาอังกฤษ เรื่องวัฒนธรรมประเทศตะวันตกที่จัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิคการแข่งขัน(TGT)การจัดการเรียนรู้แบบปกติ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ศูนย์อำนวยการเครือข่ายกุสุมาลย์ 2 พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนนาเพียงสว่างวิทยานุกูล 2 กลุ่ม คือ นักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิคกลุ่มแข่งขัน (TGT) กับการจัดเรียนรู้แบบปกติมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.05 นุชิต นิลวรางกูร (2558) สรุปไว้ว่า ได้ทำการศึกษาการฟังและการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้เกมส์การแข่งขัน (TGT) ผลการวิจัย พบว่าหลังการทดลอง ผู้เรียนมีทักษะการฟัง และการพูดดีขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญทางสถิติที่ p = 0.001 และ p = 0.05 ตามลำดับ จากข้อมูลเชิงคุณภาพพบว่า ผู้เรียนสามารถตอบคำถามช่วงแรกของข้อสอบการฟังภาษาอังกฤษ (Wh words) ได้ถูกต้องมากขึ้นสำหรับปัญหาเรื่องเสียงที่คล้ายคลึงกัน (similar sound) ไม่มีผู้เรียนเลือกคำตอบผิดเลย และปัญหาเรื่องคำสำคัญ (Key words) เหลือผู้เรียนส่วนน้อยที่ยังเลือกคำตอบผิด สำหรับการพูดมีการใช้คำศัพท์ถูกต้อง และสับสนในความหมายน้อยลง พร้อมทั้งมีความถูกต้องทางไวยากรณ์มากขึ้น ลดการใช้คำศัพท์ภาษาไทยแทนภาษาอังกฤษ ความสามารถในการสื่อสารโดยรวมดีขึ้น ธนพร ดวงพรกชกร (2559) สรุปไว้ว่า ได้ทำการศึกษาการจัดการเรียนรู้ ด้วยการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT ร่วมกับแบบฝึก ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดดอนยายหอม (หลวงพ่อเงินอุปถัมภ์) สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 1 ที่กาลังศึกษาในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2558 นักเรียน จานวน 30 คนโดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยสุ่ม ซึ่งผลปรากฏว่า ผลสัมฤทธิ์การเขียน
สะกดคำ หลังการจัดการเรียนรู้ด้วยการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT ร่วมกับแบบฝึก สูงกว่าก่อนจัดการเรียนรู้ด้วยการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT ร่วมกับแบบฝึก อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
กิตติมาพร ผ่านสำแดง (2555) สรุปไว้ว่า ผลการศึกษาค้นคว้า แผนการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือเทคนิค TGT เรื่อง My school and food & drink ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีประสิทธิภาพ 77.78/77.18 ค่าดัชนีประสิทธิผลการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือเทคนิค TGT เรื่อง My school and food & drink ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีค่าเท่ากับ 0.6 จากงานวิจัยที่ผู้วิจัยได้ศึกษาและนำมาทั้งหมดนั้น แต่ละงานวิจัยได้ช่วยพัฒนาทักษะด้านต่างๆของผู้เรียนได้เป็นอย่างดี โดยใช้การเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ เทคนิค TGT ( Team – Games Tournament) ดังนั้น ผู้วิจัยจึงเห็นว่าการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือเทคนิคแข่งขัน(TGT) นั้นจะสามารถนำไปใช้กับการเรียนการสอนของนักเรียนในระดับประถมศึกษาปีที่ 3/1 โรงเรียนบ้านปงสนุก ได้ คำสำคัญ (Keywords)
นิยามศัพท์เฉพาะ
.1. การสอนแบบกลุ่มร่วมมือเทคนิค TGT (Team - Games – Tournament) หมายถึง การจัดการสอนแบบหนึ่งในการสอนแบบร่วมมือ โดยให้นักเรียนได้ทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม โดยมีกิจกรรมเกมและการแข่งขันเข้ามาสอดแทรก
- การแบ่งกลุ่ม หมายถึง การแบ่งนักเรียนให้แต่ละกลุ่มมีทั้งเด็กเก่งและอ่อน เพื่อให้แต่ละกลุ่มมีความสามารถเท่าๆกันและให้นักเรียนในกลุ่มช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
- คะแนนในการแข่งขัน หมายถึง คะแนนที่ให้เป็นรายบุคคล หลังจากนั้นคะแนนก็จะนำมารวมกันกับสมาชิกในกลุ่มและใช้เป็นคะแนนในการตัดสินผล กลุ่มใดที่ได้คะแนนมากที่สุด จะได้รับการยอมรับให้เป็นทีมผู้ชนะเลิศและได้รับรางวัลเป็นการเสริมแรง
.2. ทักษะการฟังภาษาอังกฤษ หมายถึง การที่นักเรียนทำตามคำสั่งที่ได้ยินและสามารถบอกความหมายของคำศัพท์ ภาษาอังกฤษในบทเรียนได้อย่างถูกต้อง
7.3. นักเรียน หมายถึง ผู้ที่กำลังศึกษาอยู่หรือเรียนอยู่ ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/1 โรงเรียน
บ้านปงสนุก ปีการศึกษา 2567
วิธีการพัฒนา
วิธีการดำเนินการวิจัย การวิจัยเรื่อง การพัฒนาทักษะพัฒนาการฟังภาษาอังกฤษโดยใช้การเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ เทคนิค TGT ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/1 โรงเรียนบ้านปงสนุก อ.เมืองลำปาง จ.ลำปาง ปีการศึกษา 2567 เป็นวิจัยเชิงทดลอง (Experimental research) โดยใช้ แบบแผน Pretest-Posttest มีวัตถุประสงค์คือ เพื่อพัฒนานักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/1 โรงเรียนบ้านปงสนุก อ.เมืองลำปาง จ.ลำปาง ปีการศึกษา 2567 ให้มีผลสัมฤทธิ์ทักษะการฟังภาษาอังกฤษหลังเรียน มากกว่าก่อนเรียน โดยใช้การเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ เทคนิค TGT ดังรายละเอียดต่อไปนี้ 1 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ประชากรที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/1 จำนวน 43 คน โรงเรียน บ้านปงสนุก อ.เมืองลำปาง จ.ลำปาง ปีการศึกษา 2567
2 การเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยเก็บรวบรวมข้อมูล ตามขั้นตอนดังนี้
1 ผู้วิจัยดำเนินการจัดการเรียนการสอน แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิค TGT เพื่อพัฒนาทักษะการฟังภาษาอังกฤษ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/1 โรงเรียนบ้านปงสนุก ภาคเรียนที่ 2
ปีการศึกษา 2567 2 เมื่อเสร็จสิ้นการจัดการเรียนการสอน โดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิค TGT เพื่อพัฒนาทักษะการฟังภาษาอังกฤษ แล้วทดสอบความรู้หลังเรียน โดยใช้แบบทดสอบการฟังภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นแบบปรนัย 10 ข้อ 3 ผู้วิจัยตรวจให้คะแนนและนำผลคะแนนมาวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีทางสถิติต่อไป
การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติ
การวิเคราะห์ข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูล มีดังนี้ วิเคราะห์ค่าประสิทธิภาพของคะแนนที่ได้จากการทำแบบทดสอบการฟังภาษาอังกฤษ โดยใช้ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติที่ใช้ในการวิจัย สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 1 สถิติพื้นฐาน วิธีการใช้งาน
อภิปรายผล การวิจัยนี้มุ่งศึกษาพัฒนาทักษะการฟังภาษาอังกฤษ ซึ่งจากผลการวิจัย พบว่า คะแนนจากการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน คือ คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนมีค่าเท่ากับ 6.93 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 2.17 คิดเป็นร้อยละ 69.63 ซึ่งสูงคะแนนก่อนเรียน นั่นหมายถึง การจัดกิจกรรมโดยใช้วิธีการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT ทำให้คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนผ่านเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งเป็นไปดังแนวคิดของ เกศรา อินทะนนท์และคณะ (2556) สรุปไว้ว่า ได้ทำการศึกษาทักษะการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือแบบTGT พบว่า ภายหลังที่ไดรับการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือแบบ TGT นักเรียนมีทักษะการพูด ภาษาอังกฤษ แตกต่างจากก่อนไดรับการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือแบบ TGT อยู่อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.01 โดยที่คะแนนหลังเรียนสูงกว่าคะแนนก่อนเรียน ขณะเดียวกันนักเรียนยังมีความก้าวหน้าในการพูดภาษาอังกฤษสูงขึ้น ทำนองเดียวกันนั้นความคิดเห็นของผู้เรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรูแบบร่วมมือแบบ TGT โดยรวมอยู่ในระดับดีมาก นอกจากนั้นยังสอดคล้องกับ มัลลิกา มานันที (2558) สรุปไว้ว่า ได้ทำการศึกษาการเปรียบเทียบผลการเรียนรายวิชาภาษาอังกฤษ เรื่องวัฒนธรรมประเทศตะวันตกที่จัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิคการแข่งขัน(TGT)การจัดการเรียนรู้แบบปกติ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ศูนย์อำนวยการเครือข่ายกุสุมาลย์ 2 พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนนาเพียงสว่างวิทยานุกูล 2 กลุ่ม คือ นักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิคกลุ่มแข่งขัน (TGT) กับการจัดเรียนรู้แบบปกติมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.05 นอกจากนั้นยังสอดคล้องกับ นุชิต นิลวรางกูร (2558) สรุปไว้ว่า ได้ทำการศึกษาการฟังและการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้เกมส์การแข่งขัน (TGT) ผลการวิจัย พบว่าหลังการทดลอง ผู้เรียนมีทักษะการฟัง และการพูดดีขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญทางสถิติที่ p = 0.001 และ p = 0.05 ตามลำดับ จากข้อมูลเชิงคุณภาพพบว่า ผู้เรียนสามารถตอบคำถามช่วงแรกของข้อสอบการฟังภาษาอังกฤษ (Wh-words) ได้ถูกต้องมากขึ้นสำหรับปัญหาเรื่องเสียงที่คล้ายคลึงกัน (similar sound) ไม่มีผู้เรียนเลือกคำตอบผิดเลย และปัญหาเรื่องคำสำคัญ (Key words) เหลือผู้เรียนส่วนน้อยที่ยังเลือกคำตอบผิด สำหรับการพูดมีการใช้คำศัพท์ถูกต้อง และสับสนในความหมายน้อยลง พร้อมทั้งมีความถูกต้องทางไวยากรณ์มากขึ้น ลดการใช้คำศัพท์ภาษาไทยแทนภาษาอังกฤษ ความสามารถในการสื่อสารโดยรวมดีขึ้น นอกจากนั้นยังสอดคล้องกับ ธนพร ดวงพรกชกร (2559) สรุปไว้ว่า ได้ทำการศึกษาการจัดการเรียนรู้ ด้วยการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT ร่วมกับแบบฝึก ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดดอนยายหอม (หลวงพ่อเงินอุปถัมภ์) สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 1 ที่กาลังศึกษาในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2558 นักเรียน จานวน 30 คนโดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยสุ่ม ซึ่งผลปรากฏว่า ผลสัมฤทธิ์การเขียนสะกดคำ หลังการจัดการเรียนรู้ด้วยการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT ร่วมกับแบบฝึก สูงกว่าก่อนจัดการเรียนรู้ด้วยการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT ร่วมกับแบบฝึก อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 นอกจากนั้นยังสอดคล้องกับ กิตติมาพร ผ่านสำแดง (2555) สรุปไว้ว่า ผลการศึกษาค้นคว้า แผนการจัดการ เรียนรู้เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือเทคนิค TGT เรื่อง My school and food & drink ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีประสิทธิภาพ 77.78/77.18 ค่าดัชนีประสิทธิผลการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือเทคนิค TGT เรื่อง My school and food & drink ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีค่าเท่ากับ 0.5 ประชากร(กลุ่มตัวอย่าง/กลุ่มเป้าหมาย)
ด้านประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็น นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/1 โรงเรียนบ้านปงสนุก อ.เมืองลำปาง จ.ลำปาง จำนวน 43 คน ผลที่เกิดจากผู้เรียน
ผลการวิจัย ตารางที่ 1 แสดงผลของคะแนนความสามารถด้านการฟังภาษาอังกฤษของนักเรียนก่อนการเรียน
การอ้างอิง
บรรณานุกรม กิตติมาพร ผ่านสำแดง. (2555). การพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือเทคนิค TGT กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศเรื่อง My school and food and drink ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. เกศรา อินทะนนท์และคณะ. (2556). ทักษะการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือแบบ TGT . มหาวิทยาลัยขอนแก่น. ชายุดา จันทะปิดตา. (2555). การพัฒนาทักษะการฟังภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบังหลวงวิทยาคม จังหวัดบุรีรัมย์. ธนพร ดวงพรกชกร. (2559). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์การเขียนสะกดคำ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ด้วยการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT ร่วมกับแบบฝึกหัด. มหาวิทยาลัยศิลปากร. นุชิต นิลวรางกูร. (2558). การพัฒนาทักษะการฟังและการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้กิจกรรมเกมส์การแข่งขันกลุ่ม (TGT) ผสมกับกิจกรรมการเว้นช่องว่าง (Information Gap). มหาวิทยาลัยสารคาม. ประสิทธิ์ เครือแตง. (2553). ผลการใช้สื่อภาพยนตร์ เพื่อพัฒนาทักษะการฟังภาษาอังกฤษ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. มัลลิกา มานันที. (2558). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้วิชาภาษาอังกฤษ เรื่องวัฒนธรรมประเทศตะวันตกที่จัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT กับการจัดกิจกรรมเรียนรู้ปกติ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ศูนย์อำนวยการเครือข่ายกุสุมาลย์ 2. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี. เรณู สัมมัตตะ. (2553). การพัฒนาทักษะการฟังภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้ภาพยนตร์การ์ตูน. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. วรางคณา เค้าอ้น. (2560). การพัฒนาทักษะการสื่อสารของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้สถานการณ์เป็นฐานการเรียนรู้. วิชาหลักสูตรและการสอน มหาลัยธุรกิจบัณฑิตย์. วารุณี ศิริ. (2554). ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความ ตามทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้แบบร่วมมือที่มี ต่อความสามารถทางการคิดวิเคราะห์ เจตคติต่อวิชาภาษาไทยและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเทศบาล 4. มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร. ศศิกานต์ ปักสังคะเนย์. (2553). การพัฒนาทักษะการฟังภาษาอังกฤษโดยใช้กลวิธี Top-down ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. ศศิรดา พันชัยภู. (2556). การพัฒนาความสามารถทางการฟังและพูดภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ด้วยวิธีสอนโดยการเล่าเรื่องแบบตอบสนองด้วยท่าทาง. มหาวิทยาลัยขอนแก่น. Greed is good (2561). วิธีหาค่าเฉลี่ย Average. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จากhttps://greedisgoods.com/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%89%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2-average/. การต่อยอดและพัฒนา
จากผลการพัฒนาทักษะการฟังภาษาอังกฤษ ด้วยการสอนแบบกลุ่มร่วมมือ โดยใช้เทคนิค TGT สำหรับนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 3/1 โรงเรียนบ้านปงสนุก ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะต่อการจัดการเรียนการสอนและการศึกษาครั้งต่อไปนี้ 12.1 ข้อเสนอแนะสำหรับการนำผลการวิจัยไปใช้ 1. ครูควรอธิบายขั้นตอนการทำกิจกรรมเกมส์ ให้นักเรียนก่อนดำเนินกิจกรรมการเรียนสอน เพื่อนักเรียนจะเห็นภาพรวมทั้งหมดของกิจกรรม 2. ครูควรบริหารจัดการเวลาในการทำกิจกรรมแต่ละกิจกรรมให้เหมาะสม เพื่อนักเรียนจะได้ทำครบทุกกิจกรรม 3. ครูควรเสริมแรงให้กับนักเรียน ในกรณีที่นักเรียนไม่เข้าร่วมกิจกรรม เช่น แจกของรางวัล ให้คะแนนพิเศษ เป็นต้น 12.2 ข้อเสนอแนะสำหรับทำวิจัยในครั้งต่อไป 1. ครูควรศึกษาขั้นตอนการทำกิจกรรมเกมส์เพื่อนำไปใช้ในการทำกิจกรรม TGT อย่างละเอียด เพื่อวางแผนกิจกรรมการสอนให้ถูกต้อง 2. ครูควรปรับเนื้อเรื่องแต่ละเรื่องที่ใช้ในการสอนให้มีความยาวที่พอดี ไม่มากจนเกินไป เพราะอาจทำให้นักเรียนสับสนและจำเนื้อเรื่องไม่ได้ 3. ครูควรปรับกิจกรรมในแผนให้เหมาะสมกับนักเรียน และปรับให้เหมาะสมกับเวลาที่จะใช้ในการสอน การเขียนอ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์
นางสาว.อรวรรณ บุญสมปาน, https://lpeduinno.org. 2568. แหล่งที่มา : https://lpeduinno.org/ShowInno.php?id=M736Y00000000078 ค้นเมื่อ 15 เมษายน, 2569.
ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||