แชร์หน้านี้
อ่านแล้ว 38 ครั้ง

ข้อมูลนวัตกรรม
LAMPANG Model : รูปแบบการเสริมพลังครูเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางใจในโรงเรียนเอกชน
Routine to Research
ประถมศึกษา
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
ข้อมูลผู้พัฒนา
นางสาวประภาพร ตุ้ยสุวรรณ์
พนักงานจัดการงานทั่วไป
0882322858
prapaporn.tuysuwan@gmail.com
หลักการและเหตุผล

สถานการณ์ปัญหาสุขภาพจิตในกลุ่มเด็กและเยาวชนไทยนับเป็นความท้าทายสำคัญของระบบการศึกษาในปัจจุบัน รายงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้สะท้อนภาพความเปราะบางทางจิตใจที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากความเครียดในการเรียน ปัญหาครอบครัว และแรงกดดันทางสังคม ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อศักยภาพการเรียนรู้และคุณภาพชีวิตของนักเรียน (กรมสุขภาพจิต, 2566) ปัญหาดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เพียงโรงเรียนของรัฐ แต่ยังปรากฏในบริบทของโรงเรียนเอกชน ซึ่งมีโครงสร้างการบริหารและทรัพยากรที่แตกต่างกันออกไป การสร้าง "ภูมิคุ้มกันทางใจ" (Resilience) จึงกลายเป็นวาระเร่งด่วนที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะบุคลากรที่อยู่ใกล้นักเรียนที่สุดอย่างครู ซึ่งเปรียบเสมือนบุคลากรด่านหน้าในการคัดกรอง เฝ้าระวัง และส่งเสริมสุขภาวะทางใจให้แก่นักเรียน

ครูมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการเป็นผู้สร้างเสริมและป้องกันปัญหาสุขภาพจิตในโรงเรียน อย่างไรก็ตาม การจะให้ครูสามารถทำหน้าที่นี้ได้อย่างเต็มศักยภาพนั้นจำเป็นต้องอาศัยกระบวนการ "เสริมพลัง" (Empowerment) ที่เป็นระบบและต่อเนื่อง การเสริมพลังในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเพียงการจัดอบรมให้ความรู้ แต่ครอบคลุมถึงการสร้างความตระหนักรู้ การพัฒนาทักษะที่จำเป็น และการสนับสนุนให้ครูมีความมั่นใจในการนำความรู้ไปปฏิบัติจริงในห้องเรียน (อรพรรณ ลือบุญธวัชชัย, 2564) การเสริมพลังครูจึงเป็นหัวใจหลักในการเปลี่ยนนโยบายด้านสุขภาพจิตให้เกิดผลเป็นรูปธรรมในระดับสถานศึกษา ช่วยให้ครูสามารถบูรณาการการดูแลสุขภาพจิตเข้ากับการจัดการเรียนการสอนและกิจกรรมต่างๆ ในโรงเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แม้จะมีความพยายามในการพัฒนาศักยภาพครูในภาพรวม แต่การดำเนินงานในโรงเรียนเอกชนยังมีช่องว่างและความท้าทายเฉพาะตัว โรงเรียนเอกชนแต่ละแห่งมีความหลากหลายทั้งในด้านขนาด ทรัพยากร และกลุ่มเป้าหมายนักเรียน ทำให้การใช้รูปแบบการพัฒนาที่เป็นมาตรฐานเดียวอาจไม่ตอบสนองต่อความต้องการที่แท้จริง งานวิจัยที่ผ่านมามักมุ่งเน้นศึกษาในบริบทของโรงเรียนรัฐบาลเป็นส่วนใหญ่ จึงยังขาดองค์ความรู้เกี่ยวกับรูปแบบการสนับสนุนและเสริมพลังครูโรงเรียนเอกชนที่ชัดเจนและเหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ (สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, 2565) การพัฒนารูปแบบที่คำนึงถึงความต้องการของครูในโรงเรียนเอกชนโดยตรง จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการยกระดับระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนให้ครอบคลุมและเท่าเทียม

ด้วยเหตุนี้ ผู้วิจัยจึงมีความสนใจในการพัฒนานวัตกรรม "LAMPANG Model" ซึ่งเป็นรูปแบบการเสริมพลังครูเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางใจในโรงเรียนเอกชน จังหวัดลำปาง โดยมีเป้าหมายเพื่อศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการของครู ก่อนจะออกแบบกระบวนการเสริมพลังที่ประกอบด้วยการให้ความรู้ การพัฒนาทักษะ การสร้างเครือข่าย และการติดตามหนุนเสริมอย่างเป็นระบบ ผลลัพธ์จากการวิจัยครั้งนี้คาดว่าจะนำไปสู่รูปแบบการทำงานต้นแบบที่สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสามารถนำไปใช้ในการสนับสนุนครูโรงเรียนเอกชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ช่วยให้นักเรียนในพื้นที่ได้รับการดูแลด้านสุขภาพจิตอย่างทั่วถึงและเป็นรูปธรรมต่อไป

วัตถุประสงค์
  • เพื่อประเมินประสิทธิผลของ LAMPANG Model (เชิงปริมาณ): เพื่อเปรียบเทียบระดับความรู้ (Knowledge), ทักษะ (Skills), และความเชื่อมั่นในความสามารถของตนเอง (Self-efficacy) ของครูในการส่งเสริมสุขภาพจิตและสร้างภูมิคุ้มกันทางใจให้นักเรียน ก่อนและหลัง การเข้าร่วมรูปแบบการเสริมพลัง (LAMPANG Model) ว่ามีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติหรือไม่ ????

  • เพื่อศึกษากระบวนการและปัจจัยที่ส่งผลต่อการนำรูปแบบไปใช้ (เชิงคุณภาพ): เพื่อสำรวจและทำความเข้าใจ ประสบการณ์, ปัญหา, อุปสรรค, และปัจจัยสนับสนุน ที่ครูในโรงเรียนเอกชนเผชิญ ในการนำความรู้และทักษะที่ได้รับจาก LAMPANG Model ไปประยุกต์ใช้จริงในบริบทของโรงเรียนแต่ละแห่ง ????‍????

  • เพื่อพัฒนารูปแบบและสังเคราะห์ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย (ผสมผสาน): เพื่อนำข้อมูลที่ได้จากข้อ 1 และ 2 มาวิเคราะห์และสังเคราะห์เป็น "รูปแบบการเสริมพลังครูฉบับสมบูรณ์" (Finalized LAMPANG Model) พร้อมทั้งจัดทำเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายสำหรับสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดลำปาง ในการวางแผนสนับสนุนและขยายผลการดำเนินงานด้านสุขภาพจิตในโรงเรียนเอกชนต่อไป

แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง

1. สถานการณ์ปัญหาสุขภาพจิตและภูมิคุ้มกันทางใจของนักเรียน

1.1 สุขภาพจิตของเด็กและเยาวชนในประเทศไทย
1.2 แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันทางใจ (Mental Resilience)
1.3 ปัจจัยที่ส่งผลต่อสุขภาพจิตและภูมิคุ้มกันทางใจในวัยเรียน

2. บทบาทของครูและสถานศึกษาในการส่งเสริมสุขภาพจิต

2.1 นโยบายและระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนในสถานศึกษา
2.2 บทบาทของครูในการเฝ้าระวัง คัดกรอง และให้คำปรึกษาเบื้องต้น
2.3 ความสำคัญของการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะทางใจในโรงเรียน

3. แนวคิดและทฤษฎีการเสริมพลัง (Empowerment)

3.1 ความหมายและองค์ประกอบของการเสริมพลัง
3.2 กระบวนการเสริมพลังและการประยุกต์ใช้ในการพัฒนาบุคลากร
3.3 การเสริมพลังครูเพื่อการพัฒนางานในหน้าที่

4. รูปแบบการพัฒนาศักยภาพครูและนวัตกรรมทางการศึกษา
4.1 รูปแบบการพัฒนาครูด้านการดูแลสุขภาพจิตนักเรียน
4.2 แนวคิดการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย (Routine to Research: R2R)
4.3 นวัตกรรมเชิงกระบวนการเพื่อการสนับสนุนการทำงานของครู

การเขียนอ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์
นางสาว.ประภาพร ตุ้ยสุวรรณ์, https://lpeduinno.org. 2568. แหล่งที่มา : https://lpeduinno.org/ShowInno.php?id=NJRQY00000000139 ค้นเมื่อ 15 เมษายน, 2569.
ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ