แชร์หน้านี้
อ่านแล้ว 181 ครั้ง

ข้อมูลนวัตกรรม
การพัฒนา Soft Power ของครูในการสร้างแรงจูงใจการเรียนรู้การอ่านเขียนภาษาไทยสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านห้วยก้อด
SoftPower
ประถมศึกษา
ภาษาไทย
ข้อมูลผู้พัฒนา
นายศักดิ์กรินทร์ จันทร์บูรณ์
บ้านห้วยก้อด
ภาษาไทย สังคม ประวัติศาสตร์
0971459919
sa.karinjanboon99@gmail.com
บทคัดย่อ/บทสรุป

การวิจัยปฏิบัติการครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนา Soft Power ของครูในการสร้างแรงจูงใจการเรียนรู้การอ่านเขียนภาษาไทยสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านห้วยก้อด กลุ่มเป้าหมายเป็นนักเรียนชั้น ป.1 จำนวน 26 คน ดำเนินการวิจัยเป็นระยะเวลา 12 สัปดาห์ ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 โดยใช้แนวทางการวิจัยปฏิบัติการ 4 วงจร เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วย แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านการอ่านออกเขียนได้ และแบบสอบถามวัดแรงจูงใจในการเรียนภาษาไทย

ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าการใช้ Soft Power ของครูที่ประกอบด้วย การใช้บุคลิกภาพที่อบอุ่น การสื่อสารด้วยความเข้าใจ การสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่ปลอดภัยทางจิตใจ การใช้นิทานพื้นบ้านล้านนา และการให้การเสริมแรงเชิงบวก สามารถพัฒนาทักษะการอ่านเขียนและเพิ่มแรงจูงใจในการเรียนของนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ การวิจัยนี้นำเสนอแนวทางการใช้ Soft Power ที่เหมาะสมกับโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ชนบท และสนับสนุนนโยบาย Soft Power ของประเทศไทยในมิติการศึกษา

 

คำสำคัญ: Soft Power, การอ่านออกเขียนได้, แรงจูงใจในการเรียน, นักเรียนประถมศึกษา, โรงเรียนชนบท

หลักการและเหตุผล

การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ในระดับประถมศึกษาปีที่ 1 ถือเป็นรากฐานสำคัญที่สุดของการศึกษาไทย เนื่องจากเป็นพื้นฐานที่จะนำไปสู่การเรียนรู้ในวิชาอื่นๆ และการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ในอนาคต การอ่านออกเขียนได้ไม่เพียงแต่เป็นการถอดรหัสตัวอักษรเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเข้าใจความหมาย การประมวลผลข้อมูล และการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน โดยความฉลาดรู้ด้านการอ่านหมายถึงความสามารถที่จะทำความเข้าใจกับสิ่งที่ได้อ่าน สามารถนำไปใช้ ประเมิน สะท้อนออกมาเป็นความคิดเห็นของตนเอง และมีความรักและผูกพันกับการอ่าน (PISA Thailand, 2566)

การศึกษาล่าสุดของ Nandee (2024) แสดงให้เห็นว่าการใช้กิจกรรมการเรียนรู้เชิงกิจกรรมสามารถเสริมสร้างความฉลาดรู้ด้านการอ่านของนักเรียนไทยระดับประถมศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม การศึกษาของ World Bank (2018) พบว่านักเรียนไทยหนึ่งในสามของเด็กอายุ 15 ปี ไม่สามารถอ่านออกเขียนได้ในระดับพื้นฐาน โดยเฉพาะนักเรียนในโรงเรียนชนบทมีปัญหามากกว่าเกือบครึ่งหนึ่ง

ในบริบทของระบบการศึกษาไทย โรงเรียนขนาดเล็กต้องเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนครู วัสดุการสอน และโครงสร้างพื้นฐาน (World Bank, 2018) โรงเรียนบ้านห้วยก้อด สังกัดองค์การบริหารส่วนตำบลร่องเคาะ อำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง ถือเป็นตัวอย่างของโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ชนบท ซึ่งต้องพึ่งพาความสามารถและทักษะของครูผู้สอนเป็นหลักในการพัฒนาทักษะการอ่านเขียนของนักเรียน

แนวคิด Soft Power ในการศึกษาได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงปี 2022-2025 โดยเฉพาะในบริบทการศึกษาไทย รัฐบาลไทยได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนา Soft Power เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคม (เวลาแห่งประเทศไทย, 2024) ในบริบทการศึกษา Soft Power ของครูหมายถึงความสามารถในการใช้บุคลิกภาพ การสื่อสาร ความเข้าใจในจิตใจเด็ก และการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการพัฒนาผู้เรียน แทนการใช้อำนาจบังคับหรือการลงโทษ (Tiwari, 2023)

จากการสังเกตและศึกษาบริบทของโรงเรียนบ้านห้วยก้อด พบว่านักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีปัญหาในด้านต่างๆ ดังนี้

ปัญหาด้านทักษะการอ่าน

  • นักเรียนร้อยละ 40 ยังไม่สามารถอ่านคำศัพท์พื้นฐานได้คล่อง
  • ขาดความเชื่อมั่นในการอ่านออกเสียงต่อหน้าเพื่อน
  • ไม่เข้าใจความหมายของคำและประโยคที่อ่าน

ปัญหาด้านทักษะการเขียน

  • เขียนตัวอักษรไม่ถูกต้องตามมาตรฐาน
  • สะกดคำผิดบ่อยครั้ง
  • ไม่สามารถเขียนเล่าเรื่องได้อย่างต่อเนื่อง

ปัญหาด้านแรงจูงใจ

  • ขาดความสนใจในการเรียนภาษาไทย
  • ไม่กระตือรือร้นในการทำกิจกรรมการเรียนรู้
  • หลีกเลี่ยงการมีส่วนร่วมในชั้นเรียน

การศึกษาของ Vibulphol et al. (2015) พบว่าแรงจูงใจของนักเรียนไทยจะสูงขึ้นเมื่อพวกเขาชอบครูผู้สอน และในชั้นเรียนที่ครูมีการวิเคราะห์แรงจูงใจของนักเรียนแล้วปรับการสอนให้เหมาะสม ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด Soft Power ที่เน้นการใช้เสน่ห์และความเข้าใจแทนการบังคับ

ดังนั้น การพัฒนา Soft Power ของครูในการสร้างแรงจูงใจการเรียนรู้การอ่านเขียนภาษาไทยสำหรับนักเรียน ป.1 จึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นและพัฒนาคุณภาพการศึกษาในพื้นที่ชนบทให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

วัตถุประสงค์

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ดังนี้

  1. เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันของทักษะการอ่านออกเขียนได้และแรงจูงใจในการเรียนภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านห้วยก้อด
  2. เพื่อพัฒนากิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้ Soft Power ของครูในการสร้างแรงจูงใจการเรียนรู้การอ่านเขียนภาษาไทยสำหรับนักเรียน ป.1
  3. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียน ป.1 ก่อนและหลังการใช้กิจกรรมที่พัฒนาขึ้น
  4. เพื่อศึกษาแรงจูงใจในการเรียนภาษาไทยของนักเรียน ป.1 หลังการใช้ Soft Power ของครูในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
  5. เพื่อนำเสนอแนวทางการใช้ Soft Power ของครูในการพัฒนาทักษะการอ่านเขียนสำหรับโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ชนบท
แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง

Soft Power ของครู หมายถึง ความสามารถของครูในการใช้อิทธิพลเชิงบวกผ่านบุคลิกภาพ การสื่อสาร ความเข้าใจในจิตใจเด็ก และการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการพัฒนาผู้เรียน เพื่อกระตุ้นและสร้างแรงจูงใจให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้อย่างเต็มศักยภาพ โดยไม่ใช้การบังคับหรือการลงโทษ

การอ่านออกเขียนได้ หมายถึง ความสามารถของนักเรียนในการอ่านออกเสียงตัวอักษร คำ วลี และประโยคภาษาไทยได้ถูกต้องชัดเจน สามารถเข้าใจความหมายของสิ่งที่อ่าน และสามารถเขียนตัวอักษร คำ และประโยคง่ายๆ ได้ถูกต้องตามมาตรฐานการเขียน

แรงจูงใจในการเรียนภาษาไทย หมายถึง ความสนใจ ความกระตือรือร้น และความต้องการที่จะเรียนรู้วิชาภาษาไทยของนักเรียน ซึ่งแสดงออกในรูปของการมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้ การตั้งใจฟัง การตอบคำถาม และความพยายามในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย

การวิจัยปฏิบัติการ หมายถึง กระบวนการวิจัยที่ครูดำเนินการในห้องเรียนของตนเอง เพื่อศึกษาและแก้ไขปัญหาการเรียนการสอน โดยการพัฒนาและปรับปรุงวิธีการสอนอย่างต่อเนื่อง มีการสะท้อนผลการปฏิบัติ และนำผลที่ได้ไปพัฒนาการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 หมายถึง นักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านห้วยก้อด ปีการศึกษา 2568 มีอายุระหว่าง 6-7 ปี

คำสำคัญ (Keywords)
1. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ Soft Power ของครู มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านการอ่านออกเขียนได้หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ Soft Power ของครู มีแรงจูงใจในการเรียนภาษาไทยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
วิธีการพัฒนา

ตัวแปรต้น: การใช้ Soft Power ของครูในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ประกอบด้วย

  • การใช้บุคลิกภาพที่อบอุ่นและเป็นมิตร
  • การสื่อสารด้วยน้ำเสียงและกิริยาท่าทางที่เข้าใจ
  • การสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่ปลอดภัยทางจิตใจ
  • การใช้เรื่องเล่าและนิทานพื้นบ้านล้านนา
  • การให้การเสริมแรงเชิงบวกและการยกย่องชมเชย

ตัวแปรตาม:

  • ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านการอ่านออกเขียนได้
  • แรงจูงใจในการเรียนภาษาไทย
การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติ

เนื้อหาที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ การอ่านออกเสียงและการเขียนตัวอักษรไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2

วิธีการใช้งาน

ตัวแปรต้น: การใช้ Soft Power ของครูในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ประกอบด้วย

  • การใช้บุคลิกภาพที่อบอุ่นและเป็นมิตร
  • การสื่อสารด้วยน้ำเสียงและกิริยาท่าทางที่เข้าใจ
  • การสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่ปลอดภัยทางจิตใจ
  • การใช้เรื่องเล่าและนิทานพื้นบ้านล้านนา
  • การให้การเสริมแรงเชิงบวกและการยกย่องชมเชย

ตัวแปรตาม:

  • ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านการอ่านออกเขียนได้
  • แรงจูงใจในการเรียนภาษาไทย

1.5 นิยามศัพท์เฉพาะ

Soft Power ของครู หมายถึง ความสามารถของครูในการใช้อิทธิพลเชิงบวกผ่านบุคลิกภาพ การสื่อสาร ความเข้าใจในจิตใจเด็ก และการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการพัฒนาผู้เรียน เพื่อกระตุ้นและสร้างแรงจูงใจให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้อย่างเต็มศักยภาพ โดยไม่ใช้การบังคับหรือการลงโทษ

การอ่านออกเขียนได้ หมายถึง ความสามารถของนักเรียนในการอ่านออกเสียงตัวอักษร คำ วลี และประโยคภาษาไทยได้ถูกต้องชัดเจน สามารถเข้าใจความหมายของสิ่งที่อ่าน และสามารถเขียนตัวอักษร คำ และประโยคง่ายๆ ได้ถูกต้องตามมาตรฐานการเขียน

แรงจูงใจในการเรียนภาษาไทย หมายถึง ความสนใจ ความกระตือรือร้น และความต้องการที่จะเรียนรู้วิชาภาษาไทยของนักเรียน ซึ่งแสดงออกในรูปของการมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้ การตั้งใจฟัง การตอบคำถาม และความพยายามในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย

การวิจัยปฏิบัติการ หมายถึง กระบวนการวิจัยที่ครูดำเนินการในห้องเรียนของตนเอง เพื่อศึกษาและแก้ไขปัญหาการเรียนการสอน โดยการพัฒนาและปรับปรุงวิธีการสอนอย่างต่อเนื่อง มีการสะท้อนผลการปฏิบัติ และนำผลที่ได้ไปพัฒนาการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 หมายถึง นักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านห้วยก้อด ปีการศึกษา 2568 มีอายุระหว่าง 6-7 ปี

ประชากร(กลุ่มตัวอย่าง/กลุ่มเป้าหมาย)

ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านห้วยก้อด สังกัดองค์การบริหารส่วนตำบลร่องเคาะ อำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง ปีการศึกษา 2568 จำนวน 26 คน

การเขียนอ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์
นาย.ศักดิ์กรินทร์ จันทร์บูรณ์, https://lpeduinno.org. 2568. แหล่งที่มา : https://lpeduinno.org/ShowInno.php?id=OJLPM00000000112 ค้นเมื่อ 15 เมษายน, 2569.


ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ