การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาและศึกษาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวทาง STEM Education ที่ส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาและความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 2) เปรียบเทียบความสามารถในการแก้ปัญหาและความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนก่อนและหลังการใช้ชุดกิจกรรม และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรู้ด้วยชุดกิจกรรมดังกล่าว กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/8 โรงเรียนเวียงเจดีย์วิทยา จำนวน 33 คน ที่ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวทาง STEM Education จำนวน 5 ชุด แบบทดสอบวัดความสามารถในการแก้ปัญหาและความคิดสร้างสรรค์ และแบบสอบถามความพึงพอใจ
ผลการวิจัยพบว่า ชุดกิจกรรมการเรียนรู้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด นักเรียนมีคะแนนความสามารถในการแก้ปัญหาและความคิดสร้างสรรค์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และนักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนรู้ด้วยชุดกิจกรรมในระดับมาก แสดงให้เห็นว่าการจัดการเรียนรู้ตามแนวทาง STEM Education สามารถส่งเสริมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ พัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การจัดการศึกษาในศตวรรษที่ 21 มุ่งเน้นการพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตและการทำงานในอนาคต โดยเฉพาะทักษะการแก้ปัญหาและความคิดสร้างสรรค์ซึ่งเป็นสมรรถนะสำคัญ (กระทรวงศึกษาธิการ, 2563) การจัดการเรียนรู้ตามแนวทาง STEM Education จึงเป็นแนวทางสำคัญในการบูรณาการศาสตร์ความรู้ทั้งด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมีความหมาย ดังที่ จำรัส อินทลาภาพร และคณะ (2558) ได้กล่าวว่า การจัดการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษาช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูง สอดคล้องกับงานวิจัยของ พลศักดิ์ แสงพรมศรี และคณะ (2562) ที่พบว่า การจัดการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษาสามารถส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ชลาธิป สมาหิโต (2564) ยังพบว่า การใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวทาง STEM Education เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ครูสามารถจัดการเรียนรู้ได้อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ด้วยเหตุนี้ ผู้วิจัยจึงสนใจที่จะพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวทาง STEM Education เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาและความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/8 โรงเรียนเวียงเจดีย์วิทยา
1. เพื่อพัฒนาและศึกษาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวทาง STEM Education ที่ส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาและความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/8 โรงเรียนเวียงเจดีย์วิทยา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาลำปาง ลำพูน
2.เปรียบเทียบความสามารถในการแก้ปัญหาและความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนก่อนและหลังการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้
3.ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรู้ด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวทาง STEM Education
4.สร้างเครื่องมือประเมินคุณภาพชุดกิจกรรมการเรียนรู้
5.ตรวจสอบคุณภาพชุดกิจกรรมการเรียนรู้โดยผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 ท่าน
6.ปรับปรุงแก้ไขชุดกิจกรรมการเรียนรู้ตามข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญ
ทดสอบก่อนเรียน
ทดลอง
ทดสอบหลังเรียน
O₁
X
O₂
โดยที่
ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเวียงเจดีย์วิทยา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาลำปาง ลำพูน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 8 ห้องเรียน รวมทั้งสิ้น 320 คน
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/8 โรงเรียนเวียงเจดีย์วิทยา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาลำปาง ลำพูน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 33 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยในการสุ่ม