![]() |
||
ข้อมูลนวัตกรรม
การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี IoT เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนผ่านการจัดการเรียนรู้แบบ STEM Education: กรณีศึกษาการยกระดับผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ของชุมชนอำเภองาว จังหวัดลำปาง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนประชารัฐธรรมคุณ
STEM Education
มัธยมศึกษา
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
บทคัดย่อ/บทสรุป
บทคัดย่อบทความนี้นำเสนอผลจากการศึกษาในโรงเรียนประชารัฐธรรมคุณ อำเภองาว จังหวัดลำปาง ภายใต้การดูแลของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาลำปางและลำพูน โดยมุ่งเน้นศักยภาพของการจัดการเรียนรู้แบบ STEM Education ที่บูรณาการเทคโนโลยี Internet of Things เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน (การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี IoT เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนผ่านการจัดการเรียนรู้แบบ STEM Education: กรณีศึกษาการยกระดับผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ของชุมชนอําเภองาว จังหวัดลําปาง สําหรับนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนประชารัฐธรรมคุณ, 2024) การศึกษาในครั้งนี้เป็นการสังเกตการณ์โดยตรงของนักการศึกษา ซึ่งพบว่าการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี IoT ในการจัดการเรียนรู้แบบ STEM มีส่วนช่วยส่งเสริมทักษะที่สำคัญในศตวรรษที่ 21 ได้แก่ ทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และความเข้าใจเชิงลึกในหลักการทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ ของผู้เรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของการยกระดับผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ของชุมชน ซึ่งเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ (การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี IoT เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนผ่านการจัดการเรียนรู้แบบ STEM Education: กรณีศึกษาการยกระดับผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ของชุมชนอําเภองาว จังหวัดลําปาง สําหรับนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนประชารัฐธรรมคุณ, 2024) นอกจากนี้ โรงเรียนประชารัฐธรรมคุณยังเป็นกรณีศึกษาที่แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่มีศักยภาพของการศึกษา STEM ภายในระบบการศึกษาไทย โดยเน้นการพัฒนาผู้เรียนให้มีความสามารถในการประยุกต์ใช้ความรู้และทักษะ STEM เพื่อแก้ไขปัญหาและสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของชุมชน หลักการและเหตุผล
ปัจจุบันเทคโนโลยี Internet of Things (IoT) มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะในภาคเกษตรกรรม (วิมลมาศ และคณะ, 2023) การบูรณาการเทคโนโลยีดังกล่าวเข้ากับการศึกษาแบบ STEM จึงเป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพในการพัฒนาทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 สอดคล้องกับนโยบายการศึกษาของประเทศไทย (กระทรวงศึกษาธิการ, 2564) อย่างไรก็ตาม พบว่าการประยุกต์เทคโนโลยี IoT ในพื้นที่ชนบทยังมีข้อจำกัดหลายประการ (สุธี สังข์หิรัญ, 2022) โดยเฉพาะในจังหวัดลำปางที่มีผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์เป็นสินค้าสำคัญของชุมชน งานวิจัยนี้จึงมุ่งศึกษาการประยุกต์ใช้ IoT ผ่านการจัดการเรียนรู้แบบ STEM เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ในอำเภองาว โดยมีนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เป็นผู้วิจัยและพัฒนา ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดการเรียนรู้เชิงรุกและการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน (Community-Based Learning) ที่ธนพร นำรุ่งรัศมี (2021) และพงศธร มหาวิจิตร (2024) พบว่าช่วยเสริมสร้างทั้งผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ทั้งยังเป็นการเชื่อมโยงความรู้ในห้องเรียนกับบริบทจริงในชุมชน วัตถุประสงค์
เพื่อศึกษาผลของการจัดการเรียนรู้แบบ STEM Education ที่มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี IoT ในการพัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ของชุมชนอำเภองาว จังหวัดลำปาง ที่มีต่อความสามารถในการคิดเชิงนวัตกรรม สมรรถนะด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และจิตสำนึกรับผิดชอบต่อชุมชนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนประชารัฐธรรมคุณ แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง
แนวคิดพื้นฐาน STEM Education เป็นแนวทางการจัดการศึกษาที่บูรณาการความรู้ในสาขาวิทยาศาสตร์ (Science) เทคโนโลยี (Technology) วิศวกรรมศาสตร์ (Engineering) และคณิตศาสตร์ (Mathematics) เข้าด้วยกัน โดยมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะกระบวนการคิด การแก้ปัญหาและการสร้างสรรค์นวัตกรรม จุดมุ่งหมายหลักของ STEM Education คือการเตรียมผู้เรียนให้พร้อมรับมือกับความท้าทายในศตวรรษที่ 21 และตลาดแรงงานที่ต้องการทักษะด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมมากขึ้น (สุพรรณี ชาญประเสริฐ, 2020) การจัดการเรียนรู้แบบ STEM Education จึงไม่ใช่เพียงการเรียนรู้เนื้อหาสาระในแต่ละวิชาแยกจากกัน แต่เป็นการเชื่อมโยงความรู้และทักษะจากหลากหลายศาสตร์เพื่อแก้ปัญหาในชีวิตจริง ตามแนวคิดของพรทิพย์ ศิริภัทราชัย (2022) STEM Education มีรากฐานจากทฤษฎีการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์นิยม (Constructivism) ที่เชื่อว่าผู้เรียนสร้างความรู้ด้วยตนเองผ่านประสบการณ์ตรงและการลงมือปฏิบัติ การประยุกต์ใช้ การประยุกต์ใช้การจัดการเรียนรู้แบบ STEM Education ในบริบทการศึกษาไทยมีความหลากหลายและปรับเปลี่ยนตามบริบทของสถานศึกษา วิชาเวช และคณะ (2023) พบว่า การนำ STEM Education มาใช้ในโรงเรียนส่งผลให้ผู้เรียนมีทักษะการคิดวิเคราะห์และการแก้ปัญหาสูงขึ้น โดยเฉพาะเมื่อจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับชุมชนและท้องถิ่น การออกแบบการเรียนรู้แบบ STEM จำเป็นต้องมีโจทย์หรือปัญหาที่ท้าทาย น่าสนใจ และเกี่ยวข้องกับชีวิตจริงของผู้เรียน กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม (Engineering Design Process) เป็นแกนหลักสำคัญที่ช่วยให้ผู้เรียนพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ สอดคล้องกับงานวิจัยของนิธินาถ แซ่ตั้ง (2021) ที่ชี้ให้เห็นว่า การจัดการเรียนรู้แบบ STEM ที่ใช้ปัญหาในชุมชนเป็นฐาน (Community-based STEM) ช่วยเสริมสร้างทั้งผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม ทำให้ผู้เรียนเห็นคุณค่าของการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้เพื่อแก้ปัญหาในชีวิตจริง วิธีการพัฒนา
การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี IoT เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนผ่านการจัดการเรียนรู้แบบ STEM Education: กรณีศึกษาการยกระดับผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ของชุมชนอำเภองาว จังหวัดลำปาง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนประชารัฐธรรมคุณ การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติ
3.5 การวิเคราะห์ข้อมูลการวิเคราะห์ข้อมูลในการวิจัยครั้งนี้ แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณและการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ 3.5.1 การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ
3.5.2 การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ
3.6 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล3.6.1 สถิติพื้นฐาน
3.6.2 สถิติที่ใช้ในการหาคุณภาพเครื่องมือ
ประชากร(กลุ่มตัวอย่าง/กลุ่มเป้าหมาย)
3.1.1 ประชากรประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนประชารัฐธรรมคุณ อำเภองาว จังหวัดลำปาง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาลำปาง ลำพูน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 3 ห้องเรียน รวมทั้งสิ้น 85 คน 3.1.2 กลุ่มตัวอย่างกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/2 โรงเรียนประชารัฐธรรมคุณ อำเภองาว จังหวัดลำปาง ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 20 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เนื่องจากเป็นห้องเรียนที่มีการจัดการเรียนการสอนในรายวิชาเพิ่มเติมวิทยาการคำนวณ ซึ่งมีความเหมาะสมในการพัฒนาโครงงานที่ใช้เทคโนโลยี IoT การเผยแพร่
สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดลำปางการต่อยอดและพัฒนา
3.2 ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไปจากผลการวิจัยและการอภิปรายผล ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะสำหรับการวิจัยครั้งต่อไปดังนี้ 3.2.1 การขยายกลุ่มตัวอย่างและระยะเวลาในการศึกษาควรมีการขยายกลุ่มตัวอย่างให้มีขนาดใหญ่ขึ้นและครอบคลุมนักเรียนในระดับชั้นอื่นๆ เพื่อเปรียบเทียบผลการพัฒนาความสามารถในการคิดเชิงนวัตกรรม สมรรถนะด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และจิตสำนึกรับผิดชอบต่อชุมชนในแต่ละระดับชั้น รวมทั้งควรเพิ่มระยะเวลาในการศึกษาให้มากขึ้น เพื่อให้นักเรียนได้พัฒนาทักษะการคิดละเอียดลออและทักษะในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี IoT เพื่อแก้ปัญหาได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น 3.2.2 การศึกษาตัวแปรอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องควรศึกษาตัวแปรอื่นๆ ที่อาจส่งผลต่อการพัฒนาความสามารถในการคิดเชิงนวัตกรรมและสมรรถนะด้านเทคโนโลยีดิจิทัลของนักเรียน เช่น ทักษะการทำงานเป็นทีม ทักษะการสื่อสารและนำเสนอ แรงจูงใจในการเรียนรู้ ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นต้น เพื่อให้เข้าใจปัจจัยที่ส่งผลต่อการพัฒนาทักษะดังกล่าวได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
3.2.3 การศึกษาผลกระทบระยะยาวต่อชุมชนควรมีการศึกษาผลกระทบระยะยาวของการนำเทคโนโลยี IoT ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ของชุมชน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการติดตามความยั่งยืนของการใช้นวัตกรรมในชุมชน เพื่อประเมินผลลัพธ์ของโครงการในระยะยาวและนำข้อมูลมาปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ STEM Education ร่วมกับเทคโนโลยีอื่นๆควรมีการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ STEM Education ที่มีการบูรณาการเทคโนโลยีอื่นๆ นอกเหนือจาก IoT เช่น เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีความเป็นจริงเสมือน (VR/AR) หรือเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) เพื่อขยายขอบเขตการเรียนรู้และสร้างโอกาสในการพัฒนานวัตกรรมที่หลากหลายมากขึ้น 3.2.4 การศึกษาเปรียบเทียบกับวิธีการจัดการเรียนรู้รูปแบบอื่นควรมีการศึกษาเปรียบเทียบผลของการจัดการเรียนรู้แบบ STEM Education ที่มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี IoT กับวิธีการจัดการเรียนรู้รูปแบบอื่นๆ เช่น การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานฐานวิจัย (Research-Based Learning) การจัดการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-Based Learning) หรือการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning) เพื่อศึกษาข้อดีและข้อจำกัดของแต่ละวิธี และนำมาพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับบริบทของผู้เรียนและชุมชน 3.2.5 การพัฒนาเครื่องมือวัดและประเมินผลที่มีความเฉพาะเจาะจงควรมีการพัฒนาเครื่องมือวัดและประเมินผลที่มีความเฉพาะเจาะจงสำหรับการประเมินความสามารถในการคิดเชิงนวัตกรรม สมรรถนะด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และจิตสำนึกรับผิดชอบต่อชุมชนในบริบทของการจัดการเรียนรู้แบบ STEM Education ที่มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี IoT โดยเฉพาะ เพื่อให้สามารถวัดและประเมินผลได้อย่างแม่นยำและเชื่อถือได้มากยิ่งขึ้น 3.2.6 การถอดบทเรียนและพัฒนาเป็นคู่มือหรือหลักสูตรต้นแบบควรมีการถอดบทเรียนจากการวิจัยครั้งนี้และพัฒนาเป็นคู่มือหรือหลักสูตรต้นแบบสำหรับการจัดการเรียนรู้แบบ STEM Education ที่มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี IoT ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในบริบทที่แตกต่างกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3.2.7 การขยายผลไปสู่ชุมชนอื่นและผลิตภัณฑ์ประเภทอื่นควรมีการศึกษาการนำรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ STEM Education ที่มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี IoT ไปขยายผลในชุมชนอื่นๆ และกับผลิตภัณฑ์ประเภทอื่นๆ นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ เช่น ผลิตภัณฑ์หัตถกรรม ผลิตภัณฑ์แปรรูปอาหาร หรือผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม เพื่อศึกษาความเป็นไปได้และข้อจำกัดในการประยุกต์ใช้กับบริบทที่แตกต่างกัน 3.2.8 การศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความยั่งยืนของการใช้นวัตกรรม IoT ในชุมชนควรมีการศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความยั่งยืนของการใช้นวัตกรรม IoT ในชุมชน เช่น ความรู้และทักษะของคนในชุมชน ทัศนคติต่อเทคโนโลยี การสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ เป็นต้น เพื่อนำข้อมูลมาใช้ในการวางแผนและพัฒนานวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ได้อย่างยั่งยืนในอนาคต 3.2.9 การศึกษาแนวทางการบูรณาการการจัดการเรียนรู้กับการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนควรมีการศึกษาแนวทางการบูรณาการการจัดการเรียนรู้กับการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน โดยเชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ เพื่อให้การจัดการเรียนรู้ไม่เพียงแต่พัฒนาทักษะของผู้เรียน แต่ยังสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมในระยะยาวอีกด้วย การเขียนอ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์
นาย.มนตรี รุ่งฉัตร, https://lpeduinno.org. 2568. แหล่งที่มา : https://lpeduinno.org/ShowInno.php?id=Q96A200000000069 ค้นเมื่อ 15 เมษายน, 2569.
ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ
|
||