งานวิจัยเรื่อง "การพัฒนากิจกรรมโครงงานภาษาจีนแบบบูรณาการเพื่อเสริมสร้าง Soft Power ของครูผู้สอนในการสร้างแรงบันดาลใจและพัฒนาทักษะการสื่อสารของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนมัธยมวิทยา จังหวัดลำปาง" เป็นการวิจัยในชั้นเรียน (Classroom Action Research) ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนากิจกรรมโครงงานภาษาจีนแบบบูรณาการ และศึกษาผลการใช้กิจกรรมดังกล่าวต่อการพัฒนาทักษะการสื่อสารภาษาจีนและแรงจูงใจในการเรียนรู้ของนักเรียน การดำเนินการวิจัยแบ่งออกเป็นขั้นตอนหลัก ๆ ดังนี้
1. รูปแบบการวิจัย
การวิจัยนี้ใช้รูปแบบการวิจัยในชั้นเรียน (Classroom Action Research) ซึ่งเป็นกระบวนการวิจัยที่เน้นการปฏิบัติและการแก้ปัญหาในสภาพจริง มีลักษณะเป็นวงจรต่อเนื่อง (Cyclical Process) ประกอบด้วย 4 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ การวางแผน (Plan) การปฏิบัติ (Act) การสังเกต (Observe) และการสะท้อนผล (Reflect) โดยจะมีการดำเนินงานเป็นวงจรซ้ำ ๆ เพื่อพัฒนาและปรับปรุงนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องให้เหมาะสมกับบริบทของชั้นเรียนมากที่สุด
2. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
ประชากร: นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนมัธยมวิทยา จังหวัดลำปาง สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง ในปีการศึกษา 2568
กลุ่มตัวอย่าง: นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนมัธยมวิทยา จังหวัดลำปาง จำนวน 38 คน ที่กำลังศึกษาในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 โดยเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling)
3. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
3.1 เครื่องมือที่ใช้ในการทดลองและพัฒนานวัตกรรม (กิจกรรมโครงงานภาษาจีนแบบบูรณาการ)
1. แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาจีนโดยใช้กิจกรรมโครงงานแบบบูรณาการ: ผู้วิจัยจะพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นการให้นักเรียนทำกิจกรรมโครงงานภาษาจีน ซึ่งจะบูรณาการทักษะการสื่อสารและเนื้อหาทางวัฒนธรรม โดยจะออกแบบให้ส่งเสริมการใช้ Soft Power ของครูในการสร้างแรงบันดาลใจ
2. ชุดกิจกรรมโครงงานภาษาจีนสำหรับนักเรียน: ประกอบด้วยเอกสารและวัสดุที่ใช้ในการทำโครงงาน เช่น ใบงาน คู่มือการทำโครงงาน ตัวอย่างการนำเสนอ และแหล่งเรียนรู้ที่เกี่ยวข้อง
3.2 เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล
1. แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมของนักเรียน : ใช้สำหรับสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม การสื่อสารภาษาจีน และความกระตือรือร้นของนักเรียนในระหว่างการดำเนินกิจกรรมโครงงาน
2. แบบประเมินทักษะการสื่อสารภาษาจีน: ใช้สำหรับประเมินความสามารถในการฟัง พูด อ่าน เขียน ของนักเรียนจากผลงานโครงงานและการนำเสนอ
3. แบบสอบถามแรงจูงใจในการเรียนรู้ภาษาจีน: ใช้สำหรับสำรวจระดับแรงจูงใจ ความสนใจ และทัศนคติเชิงบวกของนักเรียนต่อการเรียนภาษาจีน
4. แบบสอบถามความพึงพอใจต่อ Soft Power ของครูผู้สอน: ใช้สำหรับประเมินการรับรู้ของนักเรียนเกี่ยวกับบุคลิกภาพ วิธีการสอน และความสามารถในการสร้างแรงบันดาลใจของครู
4. การสร้างและพัฒนาเครื่องมือ
1. การศึกษาเอกสารและแนวคิด: ผู้วิจัยศึกษาแนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนรู้ภาษาจีน ทฤษฎี Soft Power กิจกรรมโครงงาน การสร้างแรงบันดาลใจ และการพัฒนาทักษะการสื่อสาร เพื่อเป็นพื้นฐานในการสร้างและพัฒนาเครื่องมือ
2. การออกแบบเครื่องมือ: ผู้วิจัยดำเนินการออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้ ชุดกิจกรรมโครงงาน และเครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูลตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย
3. การตรวจสอบความเที่ยงตรง (Validity): นำเครื่องมือที่สร้างขึ้นไปให้ผู้เชี่ยวชาญ อย่างน้อย 3 ท่าน ตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) และความเหมาะสมทางภาษาและความเข้าใจ เพื่อปรับปรุงแก้ไขให้มีความสมบูรณ์
4. การทดลองใช้ (Try-out): นำแผนการจัดการเรียนรู้และเครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูลบางส่วนไปทดลองใช้กับกลุ่มนักเรียนที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง เพื่อตรวจสอบความเหมาะสมและความชัดเจนของเครื่องมือ ก่อนนำไปใช้จริง
5. การเก็บรวบรวมข้อมูล
1. ขั้นวางแผน (Plan): ผู้วิจัยร่วมกับครูผู้สอนวางแผนการจัดการเรียนรู้ด้วยกิจกรรมโครงงานภาษาจีนแบบบูรณาการ รวมถึงออกแบบและเตรียมเครื่องมือที่ใช้ในการสังเกตและประเมินผล
2. ขั้นปฏิบัติ (Act): ครูผู้สอนดำเนินการจัดการเรียนรู้ตามแผนที่วางไว้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
3. ขั้นสังเกตและเก็บข้อมูล (Observe): ผู้วิจัยและครูผู้สอนร่วมกันสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ การมีส่วนร่วม และการใช้ภาษาของนักเรียน พร้อมทั้งเก็บรวบรวมข้อมูลจากเครื่องมือต่างๆ ได้แก่ แบบสังเกต แบบประเมิน แบบสอบถาม และแบบบันทึกการสะท้อนผล
4. ขั้นสะท้อนผล (Reflect): ผู้วิจัยและครูผู้สอนร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการสังเกตและประเมินผล เพื่อสะท้อนปัญหา อุปสรรค และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น จากนั้นนำผลที่ได้มาปรับปรุงและวางแผนการจัดการเรียนรู้สำหรับวงจรต่อไป
การดำเนินงานจะเป็นไปในลักษณะวงจรต่อเนื่อง จนกระทั่งได้กิจกรรมโครงงานภาษาจีนแบบบูรณาการที่มีประสิทธิภาพและเห็นผลการพัฒนาที่ชัดเจน