แชร์หน้านี้
อ่านแล้ว 110 ครั้ง

ข้อมูลนวัตกรรม
ผลของ Soft Power ครูผู้สอนที่มีต่อการพัฒนาทักษะการอ่าน การเขียน ของนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 1
SoftPower
ประถมศึกษา
ภาษาไทย
ข้อมูลผู้พัฒนา
นางสาวกานต์สินี ปรีดาศิริจันทร์
ครู วิทยฐานะชำนาญการ
บ้านจำปุย
ภาษาไทย
0932407428
Kimhuncomcom@gmail.com
บทคัดย่อ/บทสรุป

การศึกษาในศตวรรษที่ 21 ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนาทักษะพื้นฐานของผู้เรียน โดยเฉพาะทักษะการอ่านและการเขียน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการเรียนรู้ตลอดชีวิต สำหรับนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 1 การพัฒนาทักษะเหล่านี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญยิ่งในการปูพื้นฐานการเรียนรู้

โรงเรียนบ้านจำปุย ตั้งอยู่ในพื้นที่ชนบท ตำบลบ้านดง อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง มีนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 10 คน ซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดเล็กที่มีลักษณะเฉพาะของชุมชนเกษตรกรรม นักเรียนส่วนใหญ่มาจากครอบครัวเกษตรกรที่มีรายได้น้อยและมีพื้นฐานการศึกษาที่จำกัด ส่งผลให้นักเรียนมีความแตกต่างด้านความพร้อมในการเรียนรู้

จากการสังเกตเบื้องต้นพบว่า นักเรียนมีความแตกต่างกันในด้านทักษะการอ่านและการเขียน บางคนสามารถอ่านได้คล่อง แต่บางคนยังไม่สามารถจดจำตัวอักษรได้อย่างสมบูรณ์ ในขณะที่ทักษะการเขียนยังมีปัญหาในเรื่องการจับดินสอ การเขียนตัวอักษรให้ถูกต้อง และการเรียงลำดับคำให้เป็นประโยค

Soft Power ของครูผู้สอน หมายถึง อิทธิพลที่ไม่ใช่อำนาจบังคับ แต่เป็นความสามารถในการสร้างแรงจูงใจ สร้างแรงบันดาลใจ และสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับนักเรียน ผ่านบุคลิกภาพ ความเชื่อมั่น การสื่อสาร และการใช้กลยุทธ์การสอนที่หลากหลาย ซึ่งคาดว่าจะส่งผลต่อการพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนของนักเรียน

การวิจัยครั้งนี้มุ่งศึกษาผลของ Soft Power ครูผู้สอนที่มีต่อการพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านจำปุย เพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนและยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนให้สูงขึ้น

หลักการและเหตุผล

การพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนของนักเรียนในระดับประถมศึกษาปีที่ 1 เป็นภารกิจสำคัญที่ต้องการความใส่ใจเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นช่วงวัยที่เด็กเริ่มเรียนรู้ระบบการเรียนการสอนอย่างเป็นทางการ และเป็นพื้นฐานสำคัญในการเรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้น

จากการศึกษาบริบทของโรงเรียนบ้านจำปุย พบว่านักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 10 คน มีความแตกต่างกันในด้านพื้นฐานการเรียนรู้ ทั้งในด้านสภาพแวดล้อมครอบครัว ระดับการศึกษาของผู้ปกครอง และประสบการณ์ก่อนเข้าเรียน ส่งผลให้มีความท้าทายในการจัดการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับนักเรียนแต่ละคน

ครูผู้สอนในฐานะผู้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาผู้เรียน การใช้ Soft Power หรืออิทธิพลทางบวกในการสร้างแรงจูงใจ สร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการพัฒนา และการสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับนักเรียน จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลต่อการพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนของนักเรียน

วัตถุประสงค์
  1. เพื่อศึกษาระดับ Soft Power ของครูผู้สอนในการจัดการเรียนการสอนภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
  2. เพื่อศึกษาระดับทักษะการอ่านและการเขียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ก่อนและหลังการใช้ Soft Power ของครูผู้สอน
  3. เพื่อศึกษาผลของ Soft Power ครูผู้สอนที่มีต่อการพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
  4. เพื่อหาแนวทางในการพัฒนา Soft Power ของครูผู้สอนเพื่อยกระดับทักษะการอ่านและการเขียนของนักเรียน
แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง

2.1 แนวคิดทฤษฎีเกี่ยวกับ Soft Power

2.1.1 ความหมายของ Soft Power

Soft Power เป็นแนวคิดที่พัฒนาขึ้นโดย Joseph S. Nye Jr. ในปี 1990 หมายถึงความสามารถในการชักจูงและสร้างอิทธิพลโดยไม่ใช้อำนาจบังคับ แต่ใช้การสร้างแรงจูงใจ การสร้างความน่าเชื่อถือ และการสร้างแรงบันดาลใจ

ในบริบทการศึกษา Soft Power ของครูผู้สอน หมายถึง ความสามารถของครูในการสร้างอิทธิพลเชิงบวกต่อนักเรียนผ่านบุคลิกภาพ ความเชื่อมั่นในตนเอง การสื่อสาร การสร้างแรงจูงใจ และการใช้กลยุทธ์การสอนที่หลากหลายเพื่อให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ

2.1.2 องค์ประกอบของ Soft Power ครูผู้สอน

  1. บุคลิกภาพและเสน่ห์ส่วนตัว (Personal Charisma): ความสามารถในการสร้างความประทับใจและดึงดูดนักเรียน
  2. ความเชื่อมั่นในตนเอง (Self-Confidence): ความมั่นใจในความสามารถของตนเองในการสอน
  3. การสื่อสาร (Communication Skills): ทักษะในการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ
  4. การสร้างแรงจูงใจ (Motivation): ความสามารถในการสร้างแรงจูงใจให้นักเรียนเกิดความกระตือรือร้นในการเรียน
  5. ความเป็นผู้นำ (Leadership): ความสามารถในการนำนักเรียนสู่เป้าหมายการเรียนรู้

2.2 ทฤษฎีการพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียน

2.2.1 ทฤษฎีการพัฒนาทักษะการอ่าน

การอ่านเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนที่ต้องใช้ทักษะหลายด้านร่วมกัน ได้แก่:

  1. การจดจำตัวอักษร (Letter Recognition): ความสามารถในการจดจำและแยกแยะตัวอักษรต่างๆ
  2. การผสมเสียง (Phonetic Blending): ความสามารถในการผสมเสียงพยัญชนะและสระให้เป็นคำ
  3. การเข้าใจความหมายของคำ (Vocabulary): ความรู้เรื่องความหมายของคำต่างๆ
  4. การเข้าใจบริบท (Contextual Understanding): ความสามารถในการเข้าใจความหมายโดยรวมของข้อความ

2.2.2 ทฤษฎีการพัฒนาทักษะการเขียน

การเขียนเป็นทักษะที่ต้องการการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วย:

  1. ทักษะการเขียนตัวอักษร (Letter Formation): ความสามารถในการเขียนตัวอักษรให้ถูกต้อง
  2. การสะกดคำ (Spelling): ความสามารถในการสะกดคำให้ถูกต้อง
  3. การเรียงคำเป็นประโยค (Sentence Construction): ความสามารถในการเรียงคำให้เป็นประโยคที่มีความหมาย
  4. การแสดงความคิดเห็น (Expression of Ideas): ความสามารถในการแสดงความคิดผ่านการเขียน
คำสำคัญ (Keywords)
Soft Power
วิธีการพัฒนา

กิจกรรมการใช้ Soft Power ในการสอน

  1. การสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่อบอุ่น
    • ต้อนรับนักเรียนด้วยความเป็นกันเอง
    • ใช้นิพจน์ที่แสดงความเอาใจใส่
    • สร้างสภาพแวดล้อมที่น่าเรียนรู้
  2. การสร้างแรงจูงใจในการเรียน
    • ใช้คำพูดให้กำลังใจ
    • ยกย่องความพยายามของนักเรียน
    • สร้างเป้าหมายที่เหมาะสม
  3. การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ
    • ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย
    • ใช้ท่าทาง นิพจน์ที่เหมาะสม
    • ฟังความคิดเห็นของนักเรียน
  4. การสร้างความมั่นใจ
    • ให้โอกาสนักเรียนแสดงออก
    • ไม่ตำหนิเมื่อทำผิด
    • ช่วยเหลือเมื่อนักเรียนต้องการ
  5. การแสดงความเป็นผู้นำ
    • เป็นแบบอย่างที่ดี
    • ชี้แนะทิศทางการเรียนรู้
    • สร้างวินัยเชิงบวก
การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติ

3.6 การวิเคราะห์ข้อมูล

3.6.1 การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ

  • สถิติพรรณนา: ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าร้อยละ
  • สถิติอนุมาน: t-test สำหรับเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยก่อนและหลังการทดลอง
  • สถิติสหสัมพันธ์: Pearson Correlation เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร
  • การวิเคราะห์ถดถอย: เพื่อหาอิทธิพลของ Soft Power ต่อทักษะการอ่านและการเขียน

3.6.2 การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ

  • การวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis): จำแนกและจัดหมวดหมู่ข้อมูล
  • การวิเคราะห์พฤติกรรม: อธิบายพฤติกรรมที่เกิดขึ้น
  • การสร้างข้อสรุปเชิงอุปนัย: นำข้อมูลมาสร้างข้อสรุปและข้อเสนอแนะ
วิธีการใช้งาน

-

ประชากร(กลุ่มตัวอย่าง/กลุ่มเป้าหมาย)

 นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านจำปุย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำปางเขต 1 ปีการศึกษา 2568

ผลที่เกิดจากผู้เรียน

-

การรับรองและรางวัล

-

การเผยแพร่

-

การอ้างอิง

เอกสารอ้างอิง

  1. กรมวิชาการ. (2560). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
  2. จึงเจริญสุขยิ่ง, สมชาย. (2563). อิทธิพลของครูต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนประถมศึกษา. วารสารการศึกษาประถมศึกษา, 45(2), 23-35.
  3. สุขเกษม, วันทนา. (2564). การพัฒนาทักษะการอ่านของนักเรียนประถมศึกษาด้วยกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย. วารสารวิจัยทางการศึกษา, 16(1), 78-89.
  4. Hattie, J. (2009). Visible Learning: A Synthesis of Over 800 Meta-Analyses Relating to Achievement. London: Routledge.
  5. Nye, J. S. (1990). Bound to Lead: The Changing Nature of American Power. New York: Basic Books.
  6. Robles, M. M. (2012). Executive Perceptions of the Top 10 Soft Skills Needed in Today's Workplace. Business Communication Quarterly, 75(4), 453-465.
  7. ฐณยศ โล่ห์พัฒนานนท์. (2567). 4A 2R กับการอธิบาย soft power ในฐานะกระบวนการทางอำนาจ. สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. http://www.ias.chula.ac.th/article/4a-2r-กับการอธิบาย-soft-power-ในฐานะกร/
  8. วิชญา พรหมศิลป์ และคณะ. (2565). การพัฒนาการอ่านและการเขียนภาษาไทย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ด้วยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือร่วมกับแบบฝึกทักษะ. วารสารวิชาการหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร. https://jci.snru.ac.th/ArticleView?ArticleID=1017
  9. สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา. (2566, 8 มีนาคม). รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ การศึกษาแนวทางการประยุกต์ปัญญาประดิษฐ์เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านของผู้เรียนระดับประถมศึกษา. https://fliphtml5.com/asdiq/lktx/basic
  10. สุชาติ โชติกเสถียร. (2567, 10 พฤษภาคม). การนำ Soft Power มาใช้ในการเรียนการสอน: ยุทธศาสตร์แห่งเสน่ห์และอิทธิพล. EduInThai. https://eduinthai.com/webapp/2024/05/10/การนำ-soft-power-มาใช้ในการเรียน/

 

ลิขสิทธิ์และการอนุญาตใช้งาน

-

การต่อยอดและพัฒนา

-

การเขียนอ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์
นางสาว.กานต์สินี ปรีดาศิริจันทร์, https://lpeduinno.org. 2568. แหล่งที่มา : https://lpeduinno.org/ShowInno.php?id=R9QFA00000000120 ค้นเมื่อ 15 เมษายน, 2569.


ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ