แชร์หน้านี้
อ่านแล้ว 137 ครั้ง

ข้อมูลนวัตกรรม
การใช้แหล่งเรียนรู้ต๋นบุญล้านนา สักการะบูชา ครูบาเจ้าศรีวิชัย บูรณาการการจัดการเรียนรู้วิชาชีววิทยา เพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
SoftPower
มัธยมศึกษา
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ข้อมูลผู้พัฒนา
นางสาวชนกขวัญ ศรีคำ
ครู
แม่ตืนวิทยา
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี/ชีววิทยา
0895615772
chanokkwan@mtw.ac.th
บทคัดย่อ/บทสรุป

     การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ ครูบาเจ้าศรีวิชัย บูรณาการการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ วิชา ชีววิทยา เพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ให้นักเรียนมีความภาคภูมิใจในท้องถิ่น และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างสร้างสรรค์ กลุ่มที่ศึกษาในการวิจัยเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/1 โรงเรียนแม่ตืนวิทยา อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 1 ห้องเรียน จำนวนนักเรียน 9 คน ใช้เวลาในการจัดการเรียนรู้ด้วยการใช้แหล่งเรียนรู้ ครูบาเจ้าศรีวิชัย บูรณาการการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 12 ชั่วโมง เครื่องมือ ที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้ด้วยการใช้แหล่งเรียนรู้ ครูบาเจ้าศรีวิชัย บูรณาการการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ และแบบวัดความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งดำเนินการทดลองกลุ่มเดียวทดสอบก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้ วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าร้อยละ และการทดสอบค่าทีชนิดกลุ่มตัวอย่างไม่เป็นอิสระต่อกัน (t-test dependent group)  ผลการวิจัยพบว่า 1. สามารถพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ด้วยการใช้แหล่งเรียนรู้ ครูบาเจ้าศรีวิชัย บูรณาการการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ วิชาชีววิทยาได้ 2. นักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ด้วยการใช้แหล่งเรียนรู้ ครูบาเจ้าศรีวิชัย บูรณาการการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ วิชาชีววิทยา ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 มีความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่งผลให้นักเรียน มีความภาคภูมิใจในท้องถิ่น และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างสร้างสรรค์

หลักการและเหตุผล

     การศึกษาในศตวรรษที่ 21 ต้องการการปรับเปลี่ยนกระบวนการเรียนการสอนให้สอดคล้อง  กับบริบทของโลกสมัยใหม่ที่เน้นการพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์และการสร้างสรรค์นวัตกรรมการใช้ Soft Power ในการจัดการเรียนรู้ได้กลายเป็นกลยุทธ์สำคัญที่หลายประเทศนำมาใช้เพื่อส่งเสริมคุณภาพการศึกษา โดยเฉพาะการใช้เอกลักษณ์ทางศิลปะวัฒนธรรมท้องถิ่นเป็นฐานในการสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่มีความหมาย (รัฐประสิทธิชัย, 2567)

     การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น (5E: Engage, Explore, Explain, Elaborate, Evaluate) เป็นแนวทางการจัดการเรียนรู้ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในการสอนวิทยาศาสตร์ เนื่องจากสามารถส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมีความหมายและพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูงการประยุกต์ใช้รูปแบบการเรียนรู้นี้ในการสอนชีววิทยาสามารถช่วยให้นักเรียนเข้าใจแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ได้ดีขึ้นและพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ (ลิขิตจรรยารักษ์ และคณะ, 2565)

     ในบริบทของจังหวัดลำพูน ครูบาเจ้าศรีวิชัยถือเป็นบุคคลสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการพัฒนาการศึกษาและวัฒนธรรมในภาคเหนือ ครูบาเจ้าศรีวิชัยซึ่งเกิดเมื่อ พ.ศ. 2421 เป็นพระสงฆ์ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น "นักบุญแห่งล้านนา" ด้วยคุณงามความดีและการทำประโยชน์ต่อสังคม การใช้เรื่องราวและคุณค่าของครูบาเจ้าศรีวิชัยเป็น Soft Power ในการจัดการเรียนรู้จึงมีศักยภาพสูงในการสร้างแรงบันดาลใจและพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ให้กับนักเรียน (วิทยาลัยสงฆ์ลำพูน, 2566)

     ความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์เป็นทักษะสำคัญที่นักเรียนต้องพัฒนาในศตวรรษที่ 21 ความคิดสร้างสรรค์ประกอบด้วยองค์ประกอบพื้นฐาน 4 ประการ ได้แก่ ความคิดคล่องแคล่ว ความคิดยืดหยุ่น ความคิดริเริ่ม และความคิดละเอียดลออ ซึ่งทักษะเหล่านี้สามารถพัฒนาได้ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ที่เหมาะสม (คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2566)

     โรงเรียนแม่ตืนวิทยา ตั้งอยู่ในตำบลแม่ตืน อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน เป็นสถานศึกษาขนาดเล็กที่มีนักเรียนทั้งหมด 203 คน มีนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/1 จำนวน 9 คน โรงเรียนมีจุดเด่นในด้านการใช้แหล่งเรียนรู้ท้องถิ่น โดยเฉพาะสถานที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับครูบาเจ้าศรีวิชัย จากสภาพปัญหาที่พบในการเรียนการสอนวิชาชีววิทยาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย พบว่านักเรียนมีความยากลำบากในการเชื่อมโยงเนื้อหาวิชากับชีวิตจริง ขาดทักษะการคิดสร้างสรรค์ และไม่เห็นความสำคัญของการเรียนวิทยาศาสตร์ ดังนั้น การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่ผสมผสานระหว่าง Soft Power ของครูบาเจ้าศรีวิชัยกับการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น จึงเป็นแนวทางที่น่าสนใจในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ผู้วิจัยจึงสนใจศึกษาผลของการใช้ Soft Power ครูบาเจ้าศรีวิชัยบูรณาการการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้นต่อความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/1 โรงเรียนแม่ตืนวิทยา เพื่อออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่สามารถพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นแนวทางในการใช้ทรัพยากรท้องถิ่นและภูมิปัญญาท้องถิ่นในการพัฒนาการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ต่อไป

วัตถุประสงค์

1. จุดประสงค์ด้านผลผลิต (Output)

เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ด้วยการใช้แหล่งเรียนรู้ ครูบาเจ้าศรีวิชัย บูรณาการการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้วิชา ชีววิทยา เพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5

2. จุดประสงค์ด้านผลลัพธ์ (Outcome)

เพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนผ่านการเรียนรู้ด้วยการใช้แหล่งเรียนรู้ ครูบาเจ้าศรีวิชัย บูรณาการการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้วิชา ชีววิทยา ส่งผลให้นักเรียนมีความภาคภูมิใจในท้องถิ่น และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างสร้างสรรค์

แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง

ผู้วิจัยได้ศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้

    1. แนวคิดเรื่อง Soft Power และแหล่งเรียนรู้ท้องถิ่น
    2. การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น (5E Learning Cycle)
    3. ความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์
    4. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

 

2.1 แนวคิดเรื่อง Soft Power และแหล่งเรียนรู้ท้องถิ่น

2.1.1 ความหมายของ Soft Power

Soft Power หรืออำนาจอ่อน เป็นแนวคิดที่พัฒนาโดย Joseph Nye Jr. หมายถึงความสามารถในการมีอิทธิพลและโน้มน้าวใจผู้อื่นผ่านการสร้างแรงดึงดูดและเสน่ห์ทางวัฒนธรรม ค่านิยม และนโยบาย โดยไม่ต้องใช้กำลังบังคับหรือการให้รางวัลทางเศรษฐกิจ ในบริบทการศึกษา  Soft Power สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างแรงจูงใจและความสนใจในการเรียนรู้

2.1.2 แหล่งเรียนรู้ต๋นบุญล้านนา ครูบาเจ้าศรีวิชัย

ต๋นบุญล้านนา หรือครูบาเจ้าศรีวิชัย เป็นบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ล้านนา ที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาและสร้างสรรค์งานทางศิลปกรรม สถาปัตยกรรม และวัฒนธรรมล้านนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดลำพูน การศึกษาเกี่ยวกับครูบาเจ้าศรีวิชัยจึงเป็นการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับวิทยาศาสตร์ในหลายมิติ

ลักษณะสำคัญของแหล่งเรียนรู้นี้ ได้แก่:

  • มิติทางวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ: การศึกษาการใช้วัสดุธรรมชาติในการก่อสร้าง
  • มิติทางเทคโนโลยี: เทคนิคการก่อสร้างและงานฝีมือแบบดั้งเดิม
  • มิติทางสิ่งแวดล้อม: การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ
  • มิติทางคณิตศาสตร์: หลักการทางเรขาคณิตในงานสถาปัตยกรรม

 

2.2 การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น (5E Learning Cycle)

2.2.1 ความหมายและลักษณะของการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น

การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น (5E Learning Cycle) เป็นรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาโดย Biological Science Curriculum Study (BSCS) ซึ่งประกอบด้วย 5 ขั้นตอน คือ

ขั้นที่ 1 การกระตุ้นความสนใจ (Engage)

  • สร้างความสนใจและแรงจูงใจในการเรียนรู้
  • ทำให้นักเรียนเกิดคำถามและความอยากรู้อยากเห็น
  • เชื่อมโยงความรู้เดิมกับประสบการณ์ใหม่

ขั้นที่ 2 การสำรวจ (Explore)

  • ให้นักเรียนได้สำรวจและค้นหาข้อมูล
  • สังเกตและรวบรวมข้อมูลจากกิจกรรมต่างๆ
  • ทำการทดลองหรือสืบค้นข้อมูลด้วยตนเอง

ขั้นที่ 3 การอธิบาย (Explain)

  • อธิบายสิ่งที่ค้นพบจากการสำรวจ
  • สร้างความเข้าใจจากข้อมูลที่รวบรวมได้
  • นำเสนอผลการศึกษาและแลกเปลี่ยนมุมมอง

ขั้นที่ 4 การขยายความรู้ (Elaborate)

  • นำความรู้ที่ได้ไปใช้ในสถานการณ์ใหม่
  • ขยายการเรียนรู้ไปสู่บริบทที่กว้างขึ้น
  • พัฒนาทักษะการคิดระดับสูง

ขั้นที่ 5 การประเมิน (Evaluate)

  • ประเมินความเข้าใจและทักษะที่ได้รับ
  • สะท้อนผลการเรียนรู้และกระบวนการเรียนรู้
  • นำไปสู่การพัฒนาต่อยอดในอนาคต

2.2.2 ประโยชน์ของการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น

การจัดการเรียนรู้แบบนี้ช่วยให้นักเรียน:

  • พัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์และคิดสร้างสรรค์
  • เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงและการปฏิบัติจริง
  • สร้างความเข้าใจที่ลึกซึ้งและยั่งยืน
  • พัฒนาทักษะการทำงานร่วมกันและการสื่อสาร

2.3 ความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์

2.3.1 ความหมายของความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์

ความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ หมายถึง ความสามารถในการคิดหาแนวทางใหม่ๆ ในการแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ การสร้างสรรค์นวัตกรรม และการประยุกต์ใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ในสถานการณ์ใหม่ๆ อย่างสร้างสรรค์ งานวิจัยแสดงให้เห็นว่าความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์สามารถพัฒนาได้ผ่านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เหมาะสม (จิตรัตน์ และ ธนัญชัยบุตร, 2563)

2.3.2 องค์ประกอบของความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์

สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (2559) ได้กำหนดองค์ประกอบของความคิดสร้างสรรค์ไว้ดังนี้:

ความคิดริเริ่ม (Originality)

  • ความสามารถในการคิดหาแนวทางใหม่ที่แตกต่างจากเดิม
  • การสร้างสรรค์ไอเดียที่มีเอกลักษณ์

ความยืดหยุ่นในการคิด (Flexibility)

  • ความสามารถในการปรับเปลี่ยนมุมมองและแนวทาง
  • การคิดได้หลากหลายมิติ

ความคล่องแคล่วในการคิด (Fluency)

  • ความสามารถในการคิดหาแนวทางได้หลายวิธี
  • การสร้างไอเดียได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง

ความละเอียดลออในการคิด (Elaboration)

  • ความสามารถในการพัฒนาไอเดียให้สมบูรณ์
  • การขยายความคิดให้มีรายละเอียดมากขึ้น

2.3.3 การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ในนักเรียนมัธยมศึกษา

การศึกษาของอินทร์สุพรรณ และนวลแจ่ม (2563) พบว่าการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 สามารถพัฒนาได้ผ่านการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับการศึกษาแบบสะเต็ม นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยเฉพาะชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 อยู่ในช่วงวัยที่เหมาะสมสำหรับการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ เนื่องจาก:

  • มีพื้นฐานความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่เพียงพอ
  • สามารถคิดวิเคราะห์และสังเคราะห์ได้ในระดับที่ซับซ้อน
  • มีความสนใจในการสำรวจและค้นหาสิ่งใหม่ๆ
  • พร้อมที่จะรับผิดชอบต่อการเรียนรู้ของตนเอง

ปราเสริฐสร้าง (2562) ได้เสนอแนวทางการออกแบบกิจกรรมการศึกษาแบบสะเต็มเพื่อทักษะการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา โดยเน้นการบูรณาการความรู้จากหลายสาขาวิชา

ไต่เหมือง และคณะ (2562) พบว่าการพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โดยการประยุกต์แนวคิดการศึกษาแบบสะเต็มสามารถพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และจิตวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2.4 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

     จิตรัตน์ และ ธนัญชัยบุตร (2563) ได้ทำการศึกษาเรื่อง "การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้การจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดสะเต็มศึกษาร่วมกับสื่อสังคมออนไลน์" พบว่านักเรียนมีการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์  และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

     อินทร์สุพรรณ และ นวลแจ่ม (2563) ศึกษาการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ผ่านการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับการศึกษาแบบสะเต็ม พบว่าวิธีการนี้มีประสิทธิภาพในการพัฒนาทั้งความคิดสร้างสรรค์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

     ไต่เหมือง ทองสร และ สิริสวัสดิ์ (2562) ได้พัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โดยการประยุกต์แนวคิดการศึกษาแบบสะเต็มเพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และจิตวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ผลการวิจัยพบว่าชุดกิจกรรมที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพสูงและสามารถพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนได้อย่างมีนัยสำคัญ

     ปราเสริฐสร้าง (2562) ได้ศึกษาการออกแบบกิจกรรมการศึกษาแบบสะเต็มเพื่อทักษะการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา พบว่าการบูรณาการความรู้จากหลายสาขาวิชาสามารถส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

     คเณชัยพรรม สรีกุลย่า และ รักราย (2560) ได้พัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติด้วยการศึกษาสะเต็มเรื่องการสังเคราะห์ด้วยแสง พบว่าวิธีการนี้ช่วยส่งเสริมผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสามารถในการคิดเชิงระบบของนักเรียน

คำสำคัญ (Keywords)
แหล่งเรียนรู้ครูบาเจ้าศรีวิชัย การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์
วิธีการพัฒนา

การวิจัยการใช้แหล่งเรียนรู้ต๋นบุญล้านนา สักการะบูชา ครูบาเจ้าศรีวิชัย บูรณาการการจัดการ

เรียนรู้วิชาชีววิทยา เพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5

ในครั้งนี้ ผู้วิจัยได้นำเสนอตามลำดับขั้นตอนต่อไปนี้

    1. แบบแผนการวิจัย
    2. กลุ่มที่ศึกษา
    3. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
    4. การเก็บรวบรวมข้อมูล
    5. สถิติที่ใช้ในการวิจัย

 

3.1 แบบแผนการวิจัย

          การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยในชั้นเรียน โดยใช้รูปแบบการวิจัยเชิงทดลองเบื้องต้น  (Pre Experimental Design) ซึ่งดำเนินการทดลองกลุ่มเดียว ทดสอบก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้ (One-group pretest-posttest design)

 

3.2 กลุ่มที่ศึกษา

ประชากร

ประชากร ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่เรียนวิชาชีววิทยา 3 ของโรงเรียนแม่ตืนวิทยา จังหวัดลำพูน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 1 ห้องเรียน ได้แก่ ห้อง ม. 5/1 จำนวน 9 คน

ระยะเวลาที่ใช้ในการวิจัย ทำการทดลองในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 ในหัวข้อการสืบพันธุ์ของพืชดอก ใช้เวลาสอนรวมทั้งสิ้น 12 คาบ เป็นเวลา 4 สัปดาห์

 

3.3 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ประกอบด้วย เครื่องมือที่ใช้ในการจัดการเรียนรู้และเครื่องมือ  ที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล

  1. เครื่องมือที่ใช้ในการจัดการเรียนรู้

แผนการจัดการเรียนรู้การใช้แหล่งเรียนรู้ ครูบาเจ้าศรีวิชัย บูรณาการการจัดการเรียนรู้วิชาชีววิทยา แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น จำนวน 4 แผน ดังนี้ เรื่อง โครงสร้างของดอกและชนิดของผล เวลา 4 คาบ วัฏจักรชีวิตแบบสลับของพืชดอก เวลา 1 คาบ การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศของพืชดอก เวลา 2 คาบ และการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างต่าง ๆ ของผลและเมล็ด เวลา 5 คาบ รวมระยะเวลาทั้งสิ้น 12 คาบ

  1. เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล

แบบทดสอบวัดความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ เป็นแบบทดสอบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 20 ข้อ 20 คะแนน

 

3.4 การเก็บรวบรวมข้อมูล

          ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยทำการเก็บรวบรวมข้อมูลในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 ระยะเวลา 12 คาบ โดยดำเนินการเก็บข้อมูล ดังนี้

  1. ผู้วิจัยชี้แจงวัตถุประสงค์ของการวิจัยและวิธีการเรียนรูการใช้แหล่งเรียนรู้ ครูบาเจ้าศรีวิชัย บูรณาการการจัดการเรียนรู้วิชาชีววิทยา แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น ให้กับประชากร
  2. ผู้วิจัยทำการทดสอบวัดความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ก่อนการจัดการเรียนรู้ (Pre-test) กับประชากร เวลา 20 นาที
  3. ดำเนินการจัดการเรียนรู้ตามแผนการจัดการเรียนรู้
  4. หลังจากสิ้นสุดการทดลองแล้วทำการทดสอบทดสอบวัดความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์หลังเรียน (Post-test) กับประชากรโดยใช้เครื่องมือชุดเดียวกับเครื่องมือที่ใช้ทดสอบก่อนเรียน
  5. ผู้วิจัยนำผลที่ได้จากการทดสอบวัดความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์มาวิเคราะห์ด้วยวิธีการทางสถิติ

 

3.5 สถิติที่ใช้ในการวิจัย

          ผู้วิจัยได้ทำการวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนโดยหาค่าเฉลี่ย (μ ) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (σ ) และ t-test Dependent Sample

 

 

 

 

 

การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติ

ผู้วิจัยได้ทำการวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนโดยหาค่าเฉลี่ย (μ ) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (σ ) และ t-test Dependent Sample

ประชากร(กลุ่มตัวอย่าง/กลุ่มเป้าหมาย)

ประชากร ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่เรียนวิชาชีววิทยา 3 ของโรงเรียนแม่ตืนวิทยา จังหวัดลำพูน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 1 ห้องเรียน ได้แก่ ห้อง ม. 5/1 จำนวน 9 คน

ผลที่เกิดจากผู้เรียน

หลังการจัดการเรียนรู้ด้วยการใช้แหล่งเรียนรู้ต๋นบุญล้านนา สักการะบูชา ครูบาเจ้าศรีวิชัย บูรณาการการจัดการเรียนรู้วิชาชีววิทยา เพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น วัดความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ก่อนเรียนและหลังเรียน นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ทางสถิติ และทดสอบค่าทีชนิดกลุ่มตัวอย่างไม่เป็นอิสระต่อกัน (t-test dependent group) ดังตารางที่ 4.1

ตารางที่  4.1  ผลการเปรียบเทียบความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้การใช้แหล่งเรียนรู้ต๋นบุญล้านนา สักการะบูชา ครูบาเจ้าศรีวิชัย บูรณาการการจัดการเรียนรู้วิชาชีววิทยา

 

ทดสอบ

คะแนนเต็ม

N

μ

σ

t-test

Sig.

ก่อนเรียน

20

9

5.56±0.41

1.24

-32.127

0.000*

หลังเรียน

20

9

15.00±0.58

1.73

 

 

* มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

 

จากตารางที่ 4.1 พบว่า นักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ด้วยการใช้แหล่งเรียนรู้ครูบาเจ้าศรีวิชัย บูรณาการการจัดการเรียนรู้วิชาชีววิทยา มีคะแนนเฉลี่ยความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ก่อนการจัดการเรียนรู้เท่ากับ 5.56 คะแนน คะแนนเต็ม 20 คะแนน ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.24 และคะแนนเฉลี่ยความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์หลังการจัดการเรียนรู้เท่ากับ 15.00 คะแนน คะแนนเต็ม 20 คะแนน ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.73 เมื่อทดสอบความแตกต่างความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้ด้วยการใช้แหล่งเรียนรู้ครูบาเจ้าศรีวิชัย บูรณาการการจัดการเรียนรู้วิชาชีววิทยา แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 แสดงว่านักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ด้วยการใช้แหล่งเรียนรู้ครูบาเจ้าศรีวิชัย บูรณาการการจัดการเรียนรู้วิชาชีววิทยา หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐาน

 

 

การอ้างอิง

คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. (2566, 2 พฤศจิกายน). ความคิดสร้างสรรค์ - Creativity.

     https://www.psy.chula.ac.th/en/feature-articles/creativity/

คเณชัยพรรม, ป., สรีกุลย่า, ส. และ รักราย, ว. (2560). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติ

     ด้วยการศึกษาสะเต็มเรื่องการสังเคราะห์ด้วยแสง เพื่อส่งเสริมผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและ

     ความสามารถในการคิดเชิงระบบของนักเรียน. European Journal of Education Studies,

     3(4), 466-484. https://oapub.org/edu/index.php/ejes/article/view/809

จิตรัตน์, จ. และ ธนัญชัยบุตร, ป. (2563). การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียน

     ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้การจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดสะเต็มศึกษาร่วมกับสื่อสังคมออนไลน์.

     วารสารวิชาการร้อยแก่นสาร, 3(1), 41-52. https://so02.tci-

     thaijo.org/index.php/JRKSA/article/view/252274

ไต่เหมือง, ส., ทองสร, ป. และ สิริสวัสดิ์, จ. (2562). การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โดย

     การประยุกต์แนวคิดการศึกษาแบบสะเต็มเพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และจิตวิทยาศาสตร์ของ

     นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. วารสารวิจัยราชภัฏรำไพพรรณี, 14(2), 23-33. https://so06.tci-

     thaijo.org/index.php/rbru/article/view/261082

ปราเสริฐสร้าง, ป. (2562). การออกแบบกิจกรรมการศึกษาแบบสะเต็มเพื่อทักษะการแก้ปัญหาอย่าง

     สร้างสรรค์ของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา. วารสารแปรวา กาฬสินธุ์ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์, 6(3),

     383-395. https://so04.tci-thaijo.org/index.php/pksu/article/view/225632

รัฐประสิทธิชัย. (2567, 10 พฤษภาคม). การนำ Soft Power มาใช้ในการเรียนการสอน: ยุทธศาสตร์

     แห่งเสน่ห์. Edu in Thai. https://eduinthai.com/webapp/2024/05/10/การนำ-soft-

     power-มาใช้ในการเรียน

ลิขิตจรรยารักษ์, อ., สุวรรณจินดา, ด., และธรรมประทีป, จ. (2565). ผลการจัดการเรียนรู้แบบสืบ

     เสาะหาความรู้ 5 ขั้น ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และความสามารถในการสร้างคำอธิบายเชิง

     วิทยาศาสตร์ เรื่อง เซลล์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. วารสารศึกษาศาสตร์

     มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 35(2), 15-28. https://so02.tci-

     thaijo.org/index.php/eduthu/article/view/263034

วิทยาลัยสงฆ์ลำพูน. (2566). ครูบาเจ้าศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช

    วิทยาลัย. https://lpn.mcu.ac.th/mculpn/?page_id=12099

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2565). แนวทางการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหา

     ความรู้ 5 ขั้น (5E) ร่วมกับเทคนิคการใช้คำถามระดับสูง. วารสารมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และ

     นวัตกรรม มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์, 9(1), 45-62. https://so02.tci-

     thaijo.org/index.php/hsi_01/article/view/258076

สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน. (2559). E-book การคิดสร้างสรรค์. กรุงเทพฯ: ผู้แต่ง.

     https://www.ocsc.go.th/sites/default/files/document/ocsc-2017-eb13.pdf

อินทร์สุพรรณ, ร. และ นวลแจ่ม, ป. (2563). การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์และ

     ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ผ่านการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหา

     ความรู้ร่วมกับการศึกษาแบบสะเต็ม. วารสารมหาวิทยาลัยยะลา, 15(2), 162-170.

     https://so01.tci-thaijo.org/index.php/yru/article/view/242914

การเขียนอ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์
นางสาว.ชนกขวัญ ศรีคำ, https://lpeduinno.org. 2568. แหล่งที่มา : https://lpeduinno.org/ShowInno.php?id=TXMCD00000000103 ค้นเมื่อ 31 พฤษภาคม, 2569.


ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ