-
ในยุคปัจจุบัน การศึกษาแบบสะเต็มศึกษา (STEM Education) ได้รับความสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับศตวรรษที่ 21 โดยเฉพาะทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการทำงานร่วมกัน (สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, 2563) การจัดการเรียนรู้เชิงรุกผ่านกิจกรรมสร้างเครื่องบินพลังยางเป็นแนวทางหนึ่งที่สามารถส่งเสริมทักษะเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากนักเรียนจะได้เรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง การทดลอง และการปรับปรุงผลงาน ซึ่งเป็นกระบวนการที่สอดคล้องกับหลักการของสะเต็มศึกษา (วิจารณ์ พานิช, 2564)
โรงเรียนเวียงเจดีย์วิทยา อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน มีบริบทที่เหมาะสมในการนำกิจกรรมดังกล่าวมาใช้ในการจัดการเรียนรู้ เนื่องจากมีครูผู้สอนที่มีความเชี่ยวชาญด้านการทำเครื่องร่อนและเครื่องบินพลังยาง ประกอบกับมีนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/3 ที่มีความสนใจในการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติ การพัฒนาแบบเรียนรู้เชิงรุกด้วยกิจกรรมสร้างเครื่องบินพลังยางจึงเป็นแนวทางที่สามารถส่งเสริมทักษะด้านสะเต็มศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ดังนั้น การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ในครั้งนี้ จึงมีความสำคัญในการส่งเสริมทักษะด้านสะเต็มศึกษาให้กับนักเรียน และเป็นแนวทางในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับบริบทของโรงเรียนและความต้องการของนักเรียน
อ้างอิง
เพื่อพัฒนาและศึกษาผลของแบบเรียนรู้เชิงรุกด้วยกิจกรรมสร้างเครื่องบินพลังยาง ที่มีต่อทักษะด้านสะเต็มศึกษา (STEM Education) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/3 โรงเรียนเวียงเจดีย์วิทยา อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน
การศึกษาครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาแบบเรียนรู้เชิงรุกด้วยกิจกรรมสร้างเครื่องบินพลังยาง เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านสะเต็มศึกษา (STEM Education) สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/3 จึงจำเป็นต้องศึกษาทบทวนวรรณกรรมและแนวคิดที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
การเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ด้วยตนเอง ผ่านการลงมือปฏิบัติ แก้ปัญหา ถกเถียง แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และสรุปผลการเรียนรู้ด้วยตนเอง ซึ่งแตกต่างจากการเรียนรู้แบบบรรยายที่เน้นผู้สอนเป็นศูนย์กลาง (Teacher-Centered)
องค์ประกอบของการเรียนรู้เชิงรุก (Bonwell & Eison, 1991) ได้แก่:
ประโยชน์ของการเรียนรู้เชิงรุก:
STEM Education เป็นแนวทางการจัดการเรียนรู้ที่บูรณาการความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ (Science) เทคโนโลยี (Technology) วิศวกรรม (Engineering) และคณิตศาสตร์ (Mathematics) เข้าด้วยกัน เพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การสร้างนวัตกรรม และการทำงานร่วมกัน
องค์ประกอบหลักของ STEM Education (Bybee, 2010):
ทักษะที่เน้นใน STEM:
องค์การความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) และ Partnership for 21st Century Learning (P21) ได้ระบุว่า ทักษะสำคัญในศตวรรษที่ 21 ที่ผู้เรียนควรมี ได้แก่:
กิจกรรมที่ส่งเสริมการเรียนรู้แบบ STEM จึงควรครอบคลุมทักษะเหล่านี้อย่างเป็นองค์รวม
กิจกรรมประดิษฐ์เครื่องบินพลังยาง (Rubber Band Powered Airplane) เป็นกิจกรรมที่ใช้หลักการของแรง พลังงาน กลศาสตร์ อากาศพลศาสตร์ และการออกแบบทางวิศวกรรม มาประยุกต์ใช้ร่วมกันในการสร้างนวัตกรรมของเล่น
สาระสำคัญที่นักเรียนจะได้เรียนรู้:
กิจกรรมนี้ยังเป็นการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติ (Hands-on Learning) ที่สามารถกระตุ้นความสนใจของนักเรียนได้ดี โดยเฉพาะในกลุ่มที่ไม่ถนัดการเรียนรู้เชิงทฤษฎี
1. ศิริวรรณ ชินนาค (2562) พบว่าการใช้กิจกรรมสะเต็มศึกษาในการสร้างของเล่นวิทยาศาสตร์ช่วยให้นักเรียนมีทักษะการคิดวิเคราะห์และความคิดสร้างสรรค์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
2. พนารัตน์ ขัตติยะ (2564) ศึกษาการใช้กิจกรรมประดิษฐ์เครื่องบินพลังยางในรายวิชาฟิสิกส์ พบว่า นักเรียนมีความเข้าใจในเรื่องแรงและการเคลื่อนที่ดีขึ้น และสามารถประยุกต์ใช้ความรู้ในสถานการณ์จริง
3. สมชาย สุวรรณเกตุ (2565) ระบุว่าการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ร่วมกับโครงงานสะเต็ม (STEM Project) ช่วยส่งเสริมความสามารถในการเรียนรู้ด้วยตนเองและทักษะชีวิตของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา
การวิจัยเรื่อง "การพัฒนาแบบเรียนรู้เชิงรุกด้วยกิจกรรมสร้างเครื่องบินพลังยางเพื่อเสริมสร้างทักษะด้านสะเต็มศึกษา (STEM Education) สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/3 โรงเรียนเวียงเจดีย์วิทยา อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน" เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) ที่มุ่งพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้และศึกษาผลการใช้นวัตกรรมดังกล่าว โดยมีรายละเอียดวิธีดำเนินการวิจัยดังนี้
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&D) โดยประยุกต์ใช้รูปแบบ ADDIE Model ซึ่งประกอบด้วยขั้นตอนสำคัญ ดังนี้
การดำเนินการวิจัยแบ่งเป็น 2 ระยะ ได้แก่
ระยะที่ 1 การพัฒนาแบบเรียนรู้เชิงรุกด้วยกิจกรรมสร้างเครื่องบินพลังยาง
ระยะที่ 2 การศึกษาผลการใช้แบบเรียนรู้เชิงรุกที่พัฒนาขึ้น
การวิเคราะห์ข้อมูลในการวิจัยครั้งนี้ แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/3 โรงเรียนเวียงเจดีย์วิทยา อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 35 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยในการสุ่ม
การเรียนรู้เชิงรุกด้วยกิจกรรมสร้างเครื่องบินพลังยางนี้ได้แสดงให้เห็นว่านักเรียนไม่เพียงแต่ได้รับความรู้ทางทฤษฎี แต่ยังสามารถพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การคิดวิเคราะห์ และความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในศตวรรษที่ 21 นอกจากนี้ ยังส่งเสริมเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศในอนาคต