นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ "สร้างเสริมพลเมืองดีวิถีพอเพียง ตามรอยพระยุคลบาท ด้วย Project-based Learning" ที่พัฒนาขึ้นภายใต้โครงการสร้างและส่งเสริมความเป็นพลเมืองดีตามรอยพระยุคลบาท ด้านการศึกษาสู่การปฏิบัติ ประจำปี พ.ศ. 2568 โดยโรงเรียนบ้านปางอ้า นวัตกรรมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 1-6 มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง มีคุณธรรม มีทักษะอาชีพตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง และเป็นพลเมืองดีที่มีจิตสาธารณะ ผ่านกระบวนการเรียนรู้แบบโครงงาน (PBL) ที่เน้นการคิดวิเคราะห์ การทำงานเป็นทีม และการเรียนรู้จากปัญหาในชีวิตจริง
วิธีการดำเนินงานประกอบด้วยการวางแผนและอบรมครูเกี่ยวกับการออกแบบโครงงาน PBL การจัดกิจกรรมบ่มเพาะจิตสำนึก เช่น จิตอาสาและการเรียนรู้ท้องถิ่น ให้นักเรียนร่วมออกแบบและดำเนินโครงงาน เช่น โครงงานเกษตรพอเพียง โครงงานชุมชนปลอดขยะ และโครงงานจิตอาสา รวมถึงการนำเสนอและประเมินผลงานร่วมกับชุมชน
ผลการดำเนินงานพบว่า นักเรียนสามารถออกแบบและดำเนินโครงงานที่ส่งเสริมความเป็นพลเมืองดี มีความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของตนเอง บรรยากาศในโรงเรียนมีความร่วมมือและจิตสาธารณะเพิ่มขึ้น และชุมชนมีส่วนร่วมในการสนับสนุนกิจกรรมของนักเรียนมากขึ้น ผลงานโครงงานของนักเรียนมีคุณภาพและสามารถต่อยอดสู่ชีวิตจริงได้ เช่น โครงงานต้นอ่อนทานตะวันที่นักเรียนเรียนรู้ตั้งแต่การปลูก การคำนวณต้นทุน การจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย จนถึงการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ และเผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์ อย่างไรก็ตาม ยังคงมีปัญหาด้านการปรับตัวของนักเรียนและครูต่อการเรียนรู้แบบโครงงาน ข้อจำกัดด้านทรัพยากร และความไม่สม่ำเสมอของความร่วมมือจากผู้ปกครองและชุมชน ข้อเสนอแนะรวมถึงการจัดอบรมเพิ่มเติมสำหรับครู การขยายผลนวัตกรรมไปยังโรงเรียนเครือข่าย และการสร้างเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้สำหรับนักเรียน
พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ทรงพระราชทานพระบรมราโชบายด้านการศึกษา 4 ประการ ได้แก่ การมีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง การมีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง–มีคุณธรรม การมีอาชีพ–มีงานทำ และการเป็นพลเมืองดี ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ไทยให้เป็น “พลเมืองคุณภาพ” ที่มีทั้งความรู้ ความดี และทักษะชีวิตที่สามารถดำรงตนอยู่ได้อย่างมั่นคงในสังคมสถานศึกษาในฐานะกลไกสำคัญของการสร้างพลเมืองดี จำเป็นต้องปรับแนวทางการจัดการเรียนรู้ให้เชื่อมโยงกับพระบรมราโชบายดังกล่าว และตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมในศตวรรษที่ 21 ซึ่งต้องอาศัยทั้งกระบวนการคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ และการลงมือปฏิบัติจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ทักษะในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น” และ “ความรับผิดชอบต่อสังคม”
นวัตกรรม “สร้างเสริมพลเมืองดีวิถีพอเพียง ตามรอยพระยุคลบาท ด้วย Project-based Learning” จึงถูกพัฒนาขึ้นภายใต้โครงการ “สร้างและส่งเสริมความเป็นพลเมืองดีตามรอยพระยุคลบาท ด้านการศึกษาสู่การปฏิบัติ” ประจำปี พ.ศ. 2568 โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เป็นพลเมืองที่ดี มีคุณธรรม รู้จักพึ่งตนเองตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง และสามารถประยุกต์ใช้ความรู้สู่การลงมือทำได้จริง ผ่านกระบวนการเรียนรู้แบบ Project-based Learning (PBL) โดยผู้เรียนจะได้ฝึกการทำงานเป็นทีม การคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการสร้างสรรค์โครงงานที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริงและชุมชน เช่น โครงงานจิตอาสา โครงงานเกษตรพอเพียง ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ไม่เพียงส่งเสริมความรู้และทักษะ แต่ยังหล่อหลอมจิตสำนึกของความเป็นพลเมืองดีอย่างยั่งยืน
1. เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง ตระหนักในบทบาทหน้าที่ของตนเอง และ
รู้คุณค่าของความเป็นไทย
2. เพื่อพัฒนานักเรียนให้มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง มีคุณธรรม จริยธรรม และสามารถแยกแยะผิด–ชอบ
ชั่ว–ดีได้อย่างเหมาะสม
3. เพื่อส่งเสริมทักษะการมีอาชีพ โดยให้นักเรียนได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริงตามแนวคิด
เศรษฐกิจพอเพียง และสามารถต่อยอดสู่การมีงานทำในอนาคต
4. เพื่อพัฒนานักเรียนให้เป็นพลเมืองดีที่มีจิตสาธารณะ รู้จักเสียสละ มีความรับผิดชอบต่อสังคม
และพร้อมร่วมพัฒนาชุมชนของตน
5. เพื่อให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ผ่านกระบวนการ Project-based Learning (PBL) ได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ โดยเน้นการคิดวิเคราะห์ การทำงานเป็นทีม และการเรียนรู้จากปัญหาในชีวิตจริง
นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ "สร้างเสริมพลเมืองดีวิถีพอเพียง ตามรอยพระยุคลบาท ด้วย Project-based Learning" โรงเรียนบ้านปางอ้า ได้นำกระบวนการ Project-based Learning (PBL) มาใช้เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เป็นพลเมืองที่ดี มีคุณธรรม รู้จักพึ่งตนเองตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง และสามารถประยุกต์ใช้ความรู้สู่การลงมือทำได้จริง
หลักการสำคัญของ Project-based Learning (PBL) ในนวัตกรรมนี้ คือ
1. การเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง: นักเรียนจะได้ฝึกการทำงานเป็นทีม การคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการสร้างสรรค์โครงงานที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริงและชุมชน
2. การเชื่อมโยงกับชีวิตจริงและชุมชน: โครงงานที่นักเรียนทำ เช่น โครงงานจิตอาสา หรือโครงงานเกษตรพอเพียง ล้วนมีความเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันและบริบทของชุมชน
3. การส่งเสริมทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21: กระบวนการ PBL ไม่เพียงแต่ส่งเสริมความรู้และทักษะ แต่ยังหล่อหลอมจิตสำนึกของความเป็นพลเมืองดีอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งทักษะในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น และความรับผิดชอบต่อสังคม
นวัตกรรมนี้ใช้ PBL เป็นเครื่องมือหลักในการบรรลุวัตถุประสงค์ 4 ประการตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษา ได้แก่
1. การมีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง: ส่งเสริมให้นักเรียนตระหนักในบทบาทหน้าที่และรู้คุณค่าของความเป็นไทย
2. การมีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง - มีคุณธรรม: พัฒนานักเรียนให้มีคุณธรรม จริยธรรม และสามารถแยกแยะผิดชอบชั่วดีได้
3. การมีอาชีพ - มีงานทำ: ส่งเสริมทักษะการมีอาชีพโดยให้นักเรียนได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริงตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง และสามารถต่อยอดสู่การมีงานทำในอนาคต
4. การเป็นพลเมืองดี: พัฒนานักเรียนให้มีจิตสาธารณะ รู้จักเสียสละ มีความรับผิดชอบต่อสังคม และพร้อมร่วมพัฒนาชุมชน
ตัวอย่างกิจกรรมที่สะท้อนถึงทฤษฎี PBL ในนวัตกรรมนี้ เช่น
1. โครงงานเกษตรพอเพียง: นักเรียนร่วมออกแบบและจัดทำโครงงานที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร เช่น โครงงานต้นอ่อนทานตะวัน ซึ่งนักเรียนได้ลงมือทำเองตั้งแต่ขั้นตอนแรก ฝึกการทำงานร่วมกัน แบ่งหน้าที่รับผิดชอบ เก็บเกี่ยวผลผลิต นำผลผลิตไปขาย สร้างความเข้าใจเรื่องต้นทุน-กำไร และจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย เพื่อปูพื้นฐานด้านอาชีพ นอกจากนี้ยังมีการนำต้นอ่อนทานตะวันมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น สลัดโรล ยำต้นอ่อนทานตะวันทอดกรอบ และน้ำสกัดเย็น
2. โครงงานชุมชนปลอดขยะ: นักเรียนได้เรียนรู้และมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาขยะในชุมชน
3. โครงงานจิตอาสา: นักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่ส่งเสริมจิตสาธารณะ เช่น การเก็บขยะในโรงเรียน หรือช่วยเหลือเพื่อนที่ขาดแคลน
Project-based Learning ในนวัตกรรมนี้ มุ่งเน้นการให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติจริงผ่านการทำโครงงานที่บูรณาการคุณธรรมและวิถีพอเพียง โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต ความรู้และจิตสำนึกความเป็นพลเมืองที่ดีตามแนวทางพระบรมราโชบายด้านการศึกษา
นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ "สร้างเสริมพลเมืองดีวิถีพอเพียง ตามรอยพระยุคลบาท ด้วย Project-based Learning" ของโรงเรียนบ้านปางอ้า มีวิธีการพัฒนาและดำเนินงานดังนี้:
1. การวางแผนและศึกษาข้อมูล:
1.1 คณะครูร่วมกันประชุมวางแผนการดำเนินงานและกำหนดทิศทางการพัฒนานวัตกรรม
1.2 ศึกษาและวิเคราะห์พระบรมราโชบายด้านการศึกษา 4 ด้าน (มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง, มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง-มีคุณธรรม, มีอาชีพ-มีงานทำ, และเป็นพลเมืองดี) เพื่อเป็นกรอบแนวคิดหลัก
1.3 ศึกษาแนวคิดและหลักการของ Project-based Learning (PBL) เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
2. การพัฒนาและอบรมครู:
2.1 จัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้คณะครูมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้แบบ PBL รวมถึงการออกแบบกิจกรรมและโครงงาน
2.2 พัฒนาสื่อการเรียนรู้ แหล่งเรียนรู้ และเครื่องมือการวัดผลประเมินผลที่สอดคล้องกับหลักการของนวัตกรรม
3. การนำนวัตกรรมไปใช้ (การดำเนินงาน):
ขั้นที่ 1: การบ่มเพาะจิตสำนึกพลเมืองดี: จัดกิจกรรมเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม และจิตสำนึกความเป็นพลเมืองที่ดี เช่น กิจกรรมจิตอาสา การเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น และการทำความดีด้วยหัวใจ
ขั้นที่ 2: การพัฒนาโครงงานตามแนวทาง PBL:
นักเรียนร่วมกันระดมสมองและออกแบบโครงงานที่บูรณาการกับพระบรมราโชบายด้านการศึกษาและหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
นักเรียนลงมือปฏิบัติโครงงานตามแผนที่วางไว้ โดยมีครูเป็นผู้ให้คำแนะนำและช่วยเหลือ
ขั้นที่ 3: การแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเผยแพร่ผลงาน:
นักเรียนนำเสนอผลงานโครงงานที่ได้จากการปฏิบัติจริง
จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างนักเรียน ครู และชุมชน
เผยแพร่ผลงานและองค์ความรู้ที่ได้จากโครงงานไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องและสาธารณะ
4. การประเมินและสรุปผล:
4.1 มีการประเมินผลการดำเนินงานของนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อตรวจสอบความก้าวหน้าและประสิทธิภาพ
4.2 สรุปผลการดำเนินงาน ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ เพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนานวัตกรรมให้ดียิ่งขึ้นในอนาคต
กระบวนการเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การวางแผน การเตรียมความพร้อม การนำไปปฏิบัติ และการประเมินผล เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการสร้างและส่งเสริมความเป็นพลเมืองดีตามแนวทางที่กำหนดไว้
นวัตกรรมนี้ประสบความสำเร็จในเชิงคุณภาพ โดยส่งเสริมให้นักเรียนมีทักษะและคุณลักษณะของพลเมืองดีตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงผ่านการลงมือปฏิบัติจริง 100 %
นวัตกรรม "สร้างเสริมพลเมืองดีวิถีพอเพียง ตามรอยพระยุคลบาท ด้วย Project-based Learning" สามารถนำไปปรับใช้ได้ตามขั้นตอนสรุปย่อดังนี้:
เตรียมความพร้อม: ศึกษาหลักการสำคัญ (พระบรมราโชบายด้านการศึกษา 4 ด้าน, เศรษฐกิจพอเพียง, PBL) และวางแผนร่วมกับคณะครู
พัฒนาครู: จัดอบรมครูผู้สอนให้มีความเชี่ยวชาญในการจัดการเรียนรู้แบบ PBL
นำไปปฏิบัติ:
ประเมินและพัฒนา: ติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง และนำข้อเสนอแนะมาปรับปรุงนวัตกรรมให้ดีขึ้น
นักเรียนโรงเรียนบ้านปางอ้า ตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 6 จำนวน 71 คน
ผลลัพธ์หลักที่ปรากฏจากนวัตกรรม:
1. ความสามารถในการดำเนินโครงงาน: นักเรียนสามารถออกแบบและดำเนินโครงงานที่ส่งเสริมคุณลักษณะพลเมืองดีตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงได้จริง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงทักษะการวางแผน การทำงานเป็นทีม และการแก้ปัญหา
2. ความเข้าใจในบทบาทพลเมือง: นักเรียนมีความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของตนเองในฐานะพลเมืองดีมากขึ้น ซึ่งสะท้อนผ่านกิจกรรมและผลลัพธ์ของโครงงาน
3. การส่งเสริมบรรยากาศในโรงเรียน: นวัตกรรมนี้ช่วยสร้างบรรยากาศแห่งความร่วมมือและส่งเสริมจิตสำนึกสาธารณะภายในโรงเรียน
4. การมีส่วนร่วมของชุมชน: ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมและสนับสนุนกิจกรรมของนักเรียนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเชื่อมโยงระหว่างโรงเรียนและชุมชน
5. ผลงานโครงงานที่มีคุณภาพและต่อยอดได้จริง: โครงงานของนักเรียนมีคุณภาพและสามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เช่น โครงงานต้นอ่อนทานตะวัน ซึ่งมีการเรียนรู้ครบวงจรตั้งแต่การปลูก การคำนวณต้นทุน-รายรับ การจัดทำบัญชี ไปจนถึงการแปรรูปผลิตภัณฑ์และการเผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์ (เช่น Facebook)
1. สภานักเรียนโรงเรียนบ้านปางอ้าได้ผ่านการพิจารณาด้านเอกสารโรงเรียนต้นแบบสภานักเรียน ระดับประเทศ ประจำปี ๒๕๖๗
2. โรงเรียนบ้านปางอ้าได้รับรางวัลสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติด ระดับทอง
3. โรงเรียนบ้านปางอ้าได้รับรางวัลพระราชทานบ้านวิทยาศาสตร์น้อย ระดับประถมศึกษาและปฐมวัย
1. เว็บไซต์โรงเรียนบ้านปางอ้า
https://sites.google.com/view/banpangahschool/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%81?authuser=0&fbclid=IwY2xjawL0TntleHRuA2FlbQIxMABicmlkETFEWm9pNFRoNTlGVXJQZTF4AR7Yd1ZRBmqx_UlN2N3OusTYTlYwaosEWI6nPulrhuguknecVXad2d9ZRKdVLA_aem_zOOzNrbj6fu1nNsRTmh6PA
2. เพจโรงเรียนบ้านปางอ้า
https://www.facebook.com/profile.php?id=100042367585962
3. เพจสภานักเรียนโรงเรียนบ้านปางอ้า
https://www.facebook.com/profile.php?id=100093315240411
4. เพจ โครงงานต้นอ่อนทานตะวัน จากฝีมือของนักเรียนโรงเรียนบ้านปางอ้า
https://www.facebook.com/profile.php?id=100084745153614
1. นวัตกรรม (Innovation) https://www.sasimasuk.com/16521530/%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3-what-is-innovation
2. Project-based Learning (PBL)
https://codegeniusacademy.com/project-based-learning/
3. พลเมืองดี (Good Citizen)
http://digitalschool.club/digitalschool/social1_1_1/social2_2/more/page03.php
4. เศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy)
https://www.chaipat.or.th/publication/publish-document/sufficiency-economy.html
5. ตามรอยพระยุคลบาท (Following the Royal Guidance)
https://www.attth.org/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%8A%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2/
แนวทางการต่อยอดและพัฒนา:
1. จัดอบรมเพิ่มเติมสำหรับครู: ควรมีการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการอย่างต่อเนื่องให้กับครูผู้สอน โดยเน้นความเชี่ยวชาญในการจัดการเรียนรู้แบบ Project-based Learning (PBL) และการบูรณาการด้านคุณธรรม จริยธรรม เข้ากับกิจกรรมการเรียนการสอน เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากรให้สามารถขับเคลื่อนนวัตกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. ขยายผลสู่โรงเรียนเครือข่าย: ควรขยายนวัตกรรมนี้ไปยังโรงเรียนอื่นๆ ที่อยู่ในเครือข่าย หรือโรงเรียนที่สนใจ เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติที่ดีร่วมกัน ซึ่งจะช่วยให้เกิดการพัฒนาในวงกว้าง
3. สร้างเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้สำหรับนักเรียน: ควรจัดให้มีช่องทางหรือเวทีสำหรับนักเรียนได้นำเสนอผลงานโครงงาน แลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และความคิดเห็นระหว่างกัน ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้จากเพื่อน พัฒนาทักษะการนำเสนอ และสร้างเครือข่ายการเรียนรู้
ข้อเสนอแนะเหล่านี้มุ่งเน้นการเสริมสร้างความเข้มแข็งของบุคลากร การขยายผลไปยังวงกว้าง และการสร้างโอกาสให้นักเรียนได้พัฒนาและเรียนรู้เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้นวัตกรรมนี้เติบโตและยั่งยืนต่อไป