แชร์หน้านี้
อ่านแล้ว 101 ครั้ง

ข้อมูลนวัตกรรม
การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นบูรณาการกับการเรียนรู้ตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อส่งเสริมทักษะอาชีพ โรงเรียนบ้านจำปุย อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง
SoftPower
ประถมศึกษา
สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ข้อมูลผู้พัฒนา
นางสาวณัฎฐณิชา ศรีวิชัย
ผู้บริหารสถานศึกษา
บ้านจำปุย
-
0871757316
nattanicha3503@gmail.com
บทคัดย่อ/บทสรุป

บทคัดย่อ
การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นบูรณาการกับการเรียนรู้ตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อส่งเสริมทักษะอาชีพ สำหรับนักเรียนโรงเรียนบ้านจำปุย
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นบูรณาการกับการเรียนรู้ตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อส่งเสริมทักษะอาชีพสำหรับนักเรียนโรงเรียนบ้านจำปุย ศึกษาผลการใช้หลักสูตรในด้านความรู้และทักษะอาชีพของนักเรียน และศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่มีต่อหลักสูตรท้องถิ่น
ที่มาของการวิจัยเกิดจากปัญหาที่พบในโรงเรียนบ้านจำปุย จังหวัดลำปาง ซึ่งแม้ว่าชุมชนจะมีภูมิปัญญาท้องถิ่นที่หลากหลาย โดยเฉพาะด้านหัตถกรรม เกษตรกรรม และผลิตภัณฑ์ชุมชน แต่การจัดการเรียนการสอนยังไม่ได้นำเอาภูมิปัญญาและทรัพยากรท้องถิ่นมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ ขาดการเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตและความต้องการของชุมชน ส่งผลให้นักเรียนไม่เห็นคุณค่าของภูมิปัญญาท้องถิ่น และขาดทักษะอาชีพที่สอดคล้องกับบริบทชุมชน
กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนโรงเรียนบ้านจำปุย จำนวน 49 คน ซึ่งเป็นประชากรทั้งหมดของโรงเรียน หลักสูตรท้องถิ่นที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 3 หน่วยการเรียนรู้ ได้แก่ 1) ภูมิปัญญาท้องถิ่นและเศรษฐกิจพอเพียง 2) การพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง และ 3) การพัฒนาทักษะอาชีพและการเป็นผู้ประกอบการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับจากการวิจัยครั้งนี้ คือ การได้หลักสูตรท้องถิ่นที่มีประสิทธิภาพในการส่งเสริมทักษะอาชีพ นักเรียนจะมีความรู้ ทักษะอาชีพ และเจตคติที่ดีต่อการประกอบอาชีพในท้องถิ่น เกิดความร่วมมือระหว่างชุมชนและโรงเรียนในการพัฒนาการศึกษาและอาชีพในท้องถิ่น และเป็นแนวทางสำหรับโรงเรียนอื่นๆ ในการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นบูรณาการกับการเรียนรู้ตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง

หลักการและเหตุผล

ปัจจุบันการจัดการศึกษาของประเทศไทยมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้และทักษะที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตในศตวรรษที่21 ซึ่งรวมถึงทักษะอาชีพและการเรียนรู้ การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นที่สอดคล้องกับบริบทของชุมชนเป็นแนวทางหนึ่งที่สำคัญในการพัฒนาการศึกษาให้ตอบสนองความต้องการของท้องถิ่นและประเทศชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อบูรณาการร่วมกับแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป็นปรัชญาที่ชี้แนวทางการดำรงชีวิตที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระราชทานแก่ปวงชนชาวไทย

โรงเรียนบ้านจำปุย จังหวัดลำปาง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำปาง เขต 1 ตั้งอยู่ในชุมชนที่มีภูมิปัญญาท้องถิ่นที่หลากหลาย โดยเฉพาะด้านหัตถกรรม เกษตรกรรม และผลิตภัณฑ์ชุมชน แต่ที่ผ่านมาพบว่า การจัดการเรียนการสอนยังไม่ได้นำเอาภูมิปัญญาและทรัพยากรท้องถิ่นมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ ขาดการเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตและความต้องการของชุมชน นักเรียนไม่เห็นคุณค่าของภูมิปัญญาท้องถิ่น และขาดทักษะอาชีพที่สอดคล้องกับบริบทชุมชน ส่งผลให้นักเรียนขาดทักษะที่จำเป็นสำหรับการประกอบอาชีพในอนาคต

จากสภาพปัญหาดังกล่าว ผู้วิจัยจึงมีแนวคิดในการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นที่บูรณาการกับการเรียนรู้ตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อส่งเสริมทักษะอาชีพให้กับนักเรียนโรงเรียนบ้านจำปุย โดยคาดหวังว่าหลักสูตรท้องถิ่นที่พัฒนาขึ้นจะช่วยให้นักเรียนมีความรู้ ทักษะ และเจตคติที่ดีต่อการประกอบอาชีพในท้องถิ่น เห็นคุณค่าของภูมิปัญญาท้องถิ่น และสามารถนำแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วัตถุประสงค์
  1. เพื่อพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นบูรณาการกับการเรียนรู้ตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อส่งเสริมทักษะอาชีพ สำหรับนักเรียนโรงเรียนบ้านจำปุย
  2. เพื่อศึกษาผลการใช้หลักสูตรท้องถิ่นที่พัฒนาขึ้นในด้านความรู้และทักษะอาชีพของนักเรียน
  3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่มีต่อหลักสูตรท้องถิ่น
แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง

แนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น

การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นเป็นกระบวนการที่สถานศึกษานำเอาสภาพปัญหา ความต้องการ และบริบทของท้องถิ่นมาพัฒนาเป็นหลักสูตร เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับท้องถิ่นของตน ตระหนักถึงคุณค่า อนุรักษ์ และพัฒนาท้องถิ่น (สงัด อุทรานันท์, 2552) การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นมีขั้นตอนสำคัญ ดังนี้

  1. การศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับผู้เรียน ชุมชน ทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่น
  2. การกำหนดจุดมุ่งหมายของหลักสูตร
  3. การคัดเลือกและจัดเนื้อหาสาระและประสบการณ์การเรียนรู้
  4. การกำหนดแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
  5. การกำหนดแนวทางการวัดและประเมินผล
  6. การทดลองใช้หลักสูตร
  7. การประเมินและปรับปรุงหลักสูตร

การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาการศึกษาให้สอดคล้องกับบริบทของท้องถิ่น ช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ที่มีความหมายและสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างแท้จริง (วิชัย วงษ์ใหญ่, 2554)

2.2 แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง

เศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระราชทานแก่ปวงชนชาวไทย โดยมีหลักการสำคัญ 3 ประการ และ 2 เงื่อนไข ดังนี้ (สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, 2550)

  1. หลักการ 3 ประการ
    • ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไป โดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น
    • ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับความพอเพียงนั้น จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผล โดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้นๆ อย่างรอบคอบ
    • การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น โดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่างๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งใกล้และไกล
  2. เงื่อนไข 2 ประการ
    • เงื่อนไขความรู้ คือ ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน ความรอบคอบที่จะนำความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผนและระมัดระวังในขั้นปฏิบัติ
    • เงื่อนไขคุณธรรม คือ มีความตระหนักในคุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริตและมีความอดทน มีความเพียร ใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต

แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการจัดการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอยู่อย่างพอเพียง ประกอบด้วย ความพอประมาณ ความมีเหตุผล การมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี มีความรู้ และมีคุณธรรม (กระทรวงศึกษาธิการ, 2552)

          2.3 แนวคิดเกี่ยวกับทักษะอาชีพ

ทักษะอาชีพเป็นทักษะที่จำเป็นสำหรับการประกอบอาชีพในศตวรรษที่ 21 ซึ่งประกอบด้วยทักษะต่างๆ ดังนี้ (สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, 2557)

  1. ทักษะในการปฏิบัติงาน (Technical Skills) หมายถึง ความสามารถในการใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ และเทคโนโลยีในการปฏิบัติงานตามวิชาชีพนั้นๆ
  2. ทักษะการบริหารจัดการ (Management Skills) หมายถึง ความสามารถในการวางแผน การจัดการทรัพยากร การควบคุมคุณภาพ และการแก้ปัญหาในการทำงาน
  3. ทักษะการตลาด (Marketing Skills) หมายถึง ความสามารถในการวิเคราะห์ความต้องการของตลาด การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การกำหนดราคา การจัดจำหน่าย และการส่งเสริมการขาย
  4. ทักษะการเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneurial Skills) หมายถึง ความสามารถในการสร้างสรรค์ นวัตกรรม การตัดสินใจ การกล้าเสี่ยง และการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ

การพัฒนาทักษะอาชีพให้กับผู้เรียนจำเป็นต้องบูรณาการทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ โดยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง มีการฝึกปฏิบัติ และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริงได้ (วิจารณ์ พานิช, 2555)

คำสำคัญ (Keywords)
หลักสูตรท้องถิ่นที่มีการพัฒนา จะช่วยให้นักเรียนมีความรู้
วิธีการพัฒนา

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) โดยใช้กระบวนการวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methods Research) ซึ่งประกอบด้วยการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นบูรณาการกับการเรียนรู้ตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อส่งเสริมทักษะอาชีพของนักเรียนโรงเรียนบ้านจำปุย ผู้วิจัยดำเนินการวิจัยออกเป็น 4 ระยะ ดังนี้

ระยะที่ 1 การศึกษาข้อมูลพื้นฐานและความต้องการในการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น ระยะที่ 2 การพัฒนาและตรวจสอบคุณภาพหลักสูตรท้องถิ่น ระยะที่ 3 การทดลองใช้หลักสูตรท้องถิ่น ระยะที่ 4 การประเมินผลและปรับปรุงหลักสูตรท้องถิ่น

การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติ

การวิเคราะห์ข้อมูล

ผู้วิจัยวิเคราะห์ข้อมูลที่รวบรวมได้ ดังนี้

  1. การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ
    • วิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยใช้การแจกแจงความถี่และค่าร้อยละ
    • วิเคราะห์ข้อมูลความต้องการในการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น โดยใช้ค่าเฉลี่ย (Mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)
    • วิเคราะห์ผลการประเมินความเหมาะสมของหลักสูตร โดยใช้ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
    • วิเคราะห์ผลการประเมินความสอดคล้ององค์ประกอบของหลักสูตร โดยใช้ค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC)
    • วิเคราะห์เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียน โดยใช้สถิติทดสอบที (t-test for Dependent Samples)
    • วิเคราะห์เปรียบเทียบทักษะอาชีพก่อนและหลังเรียน โดยใช้สถิติทดสอบที (t-test for Dependent Samples)
    • วิเคราะห์เปรียบเทียบเจตคติต่อการเรียนรู้ตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงก่อนและหลังเรียน โดยใช้สถิติทดสอบที (t-test for Dependent Samples)
    • วิเคราะห์ความพึงพอใจของนักเรียนต่อหลักสูตรท้องถิ่น โดยใช้ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
  2. การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ
    • วิเคราะห์ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยใช้การวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)
    • วิเคราะห์ข้อมูลจากการสนทนากลุ่ม โดยใช้การวิเคราะห์เนื้อหา
    • วิเคราะห์ข้อมูลจากการสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียน โดยใช้การวิเคราะห์เนื้อหา
    • วิเคราะห์ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ความคิดเห็นต่อการใช้หลักสูตร โดยใช้การวิเคราะห์เนื้อหา

สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล

  1. สถิติพื้นฐาน
    • ค่าความถี่ (Frequency)
    • ค่าร้อยละ (Percentage)
    • ค่าเฉลี่ย (Mean)
    • ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)
  2. สถิติที่ใช้ในการตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ
    • ค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC)
    • ค่าความยากง่าย (p)
    • ค่าอำนาจจำแนก (r)
    • ค่าความเชื่อมั่นสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค (Cronbach's Alpha Coefficient)
    • ค่าความเชื่อมั่น KR-20 ของคูเดอร์-ริชาร์ดสัน (Kuder-Richardson)
  3. สถิติที่ใช้ในการทดสอบสมมติฐาน
    • สถิติทดสอบที (t-test for Dependent Samples)

สถิติพื้นฐาน (Descriptive Statistics)

  1. ค่าร้อยละ (Percentage) - ใช้อธิบายข้อมูลทั่วไปของกลุ่มตัวอย่าง เช่น ร้อยละของนักเรียนแต่ละระดับชั้น ร้อยละของผู้ปกครองที่ประกอบอาชีพต่างๆ
  2. ค่าเฉลี่ย (Mean) - ใช้วัดค่ากลางของข้อมูลจากแบบประเมิน เช่น คะแนนเฉลี่ยความพึงพอใจต่อหลักสูตร
  3. ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) - ใช้วัดการกระจายของข้อมูล
  4. ค่ามัธยฐาน (Median) - ใช้ในกรณีข้อมูลมีการกระจายไม่ปกติ
  5. ค่าฐานนิยม (Mode) - แสดงค่าที่พบบ่อยที่สุด

สถิติเชิงอนุมาน (Inferential Statistics)

  1. การทดสอบค่าที (t-test)
    • t-test แบบไม่อิสระ (Paired t-test) - เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ก่อนและหลังการใช้หลักสูตร
    • t-test แบบกลุ่มอิสระ (Independent t-test) - เปรียบเทียบผลระหว่างกลุ่มทดลองกับกลุ่มควบคุม (ถ้ามี)
  2. การวิเคราะห์ความแปรปรวน (ANOVA) - ใช้เปรียบเทียบผลระหว่างกลุ่มที่มีมากกว่า 2 กลุ่ม เช่น เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ระหว่างระดับชั้นต่างๆ
  3. สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (Correlation Coefficient) - วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร เช่น ความสัมพันธ์ระหว่างความเข้าใจแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงกับทักษะอาชีพ
  4. การวิเคราะห์ความถดถอย (Regression Analysis) - ใช้ทำนายความสัมพันธ์เชิงเหตุผลระหว่างตัวแปร เช่น ความสามารถในการทำนายทักษะอาชีพจากปัจจัยต่างๆ      

 

สถิติสำหรับการวิเคราะห์เครื่องมือวิจัย

  1. ค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC: Index of Item-Objective Congruence) - ตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาของเครื่องมือวิจัย
  2. ค่าความเชื่อมั่น (Reliability)
    • สัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค (Cronbach's Alpha Coefficient) - วัดความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม
    • วิธีของคูเดอร์-ริชาร์ดสัน (KR-20, KR-21) - สำหรับแบบทดสอบที่ให้คะแนนแบบ 0-1

การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ

  1. การวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) - วิเคราะห์ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ การสังเกต หรือข้อเสนอแนะ
  2. การวิเคราะห์เชิงอุปนัย (Inductive Analysis) - สร้างข้อสรุปจากข้อมูลย่อยๆ ที่รวบรวมได้

ข้อเสนอแนะในการเลือกใช้สถิติ

  1. ควรเลือกใช้สถิติให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์การวิจัยและระดับการวัดของข้อมูล
  2. ในการประเมินผลหลักสูตร ควรใช้ทั้งการวิเคราะห์เชิงปริมาณและเชิงคุณภาพประกอบกัน
  3. สำหรับการวิจัยพัฒนาหลักสูตร แนะนำให้เน้นการเปรียบเทียบก่อน-หลังการใช้หลักสูตร (Paired t-test) และการวิเคราะห์ความพึงพอใจด้วยค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
วิธีการใช้งาน

-

ประชากร(กลุ่มตัวอย่าง/กลุ่มเป้าหมาย)

3.2 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

3.2.1 ประชากร

ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่

  1. นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 โรงเรียนบ้านจำปุย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำปาง เขต 1 ปีการศึกษา 2567

 จำนวน 49 คน

  1. ครูผู้สอนในโรงเรียนบ้านจำปุย จำนวน 9 คน
  2. ผู้ปกครองนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 จำนวน 26 คน
  3. ผู้นำชุมชนและภูมิปัญญาท้องถิ่นในตำบลบ้านจำปุย จำนวน 15 คน

3.2.2 กลุ่มตัวอย่าง

กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่

  1. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 โรงเรียนบ้านจำปุย ปีการศึกษา 2567 จำนวน 49 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มแบบเจาะจง (Purposive Sampling)
  2. ครูผู้สอนในโรงเรียนบ้านจำปุย จำนวน 9 คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง
  3. ผู้ปกครองนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 จำนวน 26 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling)
  4. ผู้นำชุมชนและภูมิปัญญาท้องถิ่นในตำบลบ้านจำปุย จำนวน 15 คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจงตามความเชี่ยวชาญด้านอาชีพในท้องถิ่น
ผลที่เกิดจากผู้เรียน

-

การรับรองและรางวัล

-

การเผยแพร่

-

การอ้างอิง

-

ลิขสิทธิ์และการอนุญาตใช้งาน

-

การต่อยอดและพัฒนา

-

การเขียนอ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์
นางสาว.ณัฎฐณิชา ศรีวิชัย, https://lpeduinno.org. 2568. แหล่งที่มา : https://lpeduinno.org/ShowInno.php?id=XK9GR00000000122 ค้นเมื่อ 15 เมษายน, 2569.


ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ