แชร์หน้านี้
อ่านแล้ว 88 ครั้ง

ข้อมูลนวัตกรรม
การพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้ดิจิทัล (Digital Learning Ecosystem) เพื่อยกระดับการจัดการเรียนการสอน STEM Education สำหรับโรงเรียนประถมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษในยุค Thailand 4.0
STEM Education
ประถมศึกษา
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
ข้อมูลผู้พัฒนา
นายสมโภช จำปาทิพย์
โรงเรียนบ้านปงสนุก
-
0838611674
peterbnn7plus@gmail.com
หลักการและเหตุผล

การศึกษาในศตวรรษที่ 21 มุ่งเน้นการพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตและการทำงานในยุคดิจิทัล โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้นโยบาย Thailand 4.0 ที่มุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี(กระทรวงศึกษาธิการ, 2564) การจัดการเรียนการสอนแบบ STEM Education จึงเป็นแนวทางสำคัญที่จะพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้และทักษะในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์อย่างบูรณาการ (สสวท., 2563) อย่างไรก็ตาม การจัดการเรียนการสอน STEM Education ในโรงเรียนประถมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษยังประสบปัญหาหลายประการ ทั้งด้านการบริหารจัดการ การจัดสรรทรัพยากร และการพัฒนาครูผู้สอน (วิจารณ์ พานิช, 2563)

จากการศึกษาของ ทิศนา แขมมณี (2565) พบว่า การสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ดิจิทัล (Digital Learning Ecosystem) เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาในยุคดิจิทัล โดยเชื่อมโยงผู้เรียน ผู้สอน สื่อการเรียนรู้ และเทคโนโลยีเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ สอดคล้องกับ สุรศักดิ์ ปาเฮ (2564) ที่ชี้ให้เห็นว่า การพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้ดิจิทัลช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้แบบ Active Learning ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเรียนรู้แบบ STEM

นอกจากนี้ ผลการวิจัยของ เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ (2563) ยังพบว่า โรงเรียนประถมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษมีความท้าทายในการบริหารจัดการทรัพยากรและการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลายให้เหมาะสมกับผู้เรียนจำนวนมาก ซึ่งระบบนิเวศการเรียนรู้ดิจิทัลสามารถช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวได้ สอดคล้องกับงานวิจัยของ ไพฑูรย์ สินลารัตน์ (2562) ที่เสนอแนวทางการพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้ดิจิทัลเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้แบบ STEM ในโรงเรียนไทย

ด้วยเหตุนี้ การวิจัยเรื่อง "การพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้ดิจิทัล (Digital Learning Ecosystem) เพื่อยกระดับการจัดการเรียนการสอน STEM Education สำหรับโรงเรียนประถมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษในยุค Thailand 4.0" จึงมีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อศึกษาและพัฒนารูปแบบระบบนิเวศการเรียนรู้ดิจิทัลที่เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนประถมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษในประเทศไทย อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนการสอน STEM Education ที่มีประสิทธิภาพและตอบสนองต่อนโยบาย Thailand 4.0 ต่อไป

วัตถุประสงค์

 

  1. เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา และความต้องการในการพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้ดิจิทัลสำหรับการจัดการเรียนการสอน STEM Education ในโรงเรียนประถมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ
  2. เพื่อพัฒนารูปแบบระบบนิเวศการเรียนรู้ดิจิทัล (Digital Learning Ecosystem) ที่มีประสิทธิภาพในการยกระดับการจัดการเรียนการสอน STEM Education สำหรับโรงเรียนประถมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษที่สอดคล้องกับนโยบาย Thailand 4.0
  3. เพื่อประเมินผลการใช้รูปแบบระบบนิเวศการเรียนรู้ดิจิทัลที่พัฒนาขึ้นต่อการยกระดับการจัดการเรียนการสอน STEM Education และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนในโรงเรียนประถมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ
แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง

2.1 แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับระบบนิเวศการเรียนรู้ดิจิทัล (Digital Learning Ecosystem)

    2.1.1 ความหมายและความสำคัญของระบบนิเวศการเรียนรู้ดิจิทัล

    2.1.2 องค์ประกอบของระบบนิเวศการเรียนรู้ดิจิทัล

    2.1.3 แนวคิดการพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้ดิจิทัลในสถานศึกษา 2.1.4 บทบาทของระบบนิเวศการเรียนรู้ดิจิทัลต่อการจัดการศึกษาในยุคดิจิทัล

2.2 แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอน STEM Education

    2.2.1 ความหมายและความสำคัญของ STEM Education

    2.2.2 แนวทางการจัดการเรียนการสอน STEM Education ในระดับประถมศึกษา

    2.2.3 การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ STEM Education 2.2.4 การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ STEM Education

    2.2.5 บทบาทของครูในการจัดการเรียนการสอน STEM Education

2.3 การบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลกับการจัดการเรียนการสอน STEM Education

    2.3.1 รูปแบบการบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนการสอน STEM Education 2.3.2 เทคโนโลยีดิจิทัลที่ส่งเสริมการเรียนรู้ STEM Education 2.3.3 การใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ STEM Education 2.3.4 แนวทางการพัฒนาสื่อและแหล่งเรียนรู้ดิจิทัลสำหรับ STEM Education

2.4 การบริหารจัดการโรงเรียนประถมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ

    2.4.1 ลักษณะและบริบทของโรงเรียนประถมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ 2.4.2 ความท้าทายในการบริหารจัดการโรงเรียนประถมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ 2.4.3 แนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรในโรงเรียนประถมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ 2.4.4 การพัฒนาครูและบุคลากรในโรงเรียนประถมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ

2.5 การจัดการศึกษาในยุค Thailand 4.0

    2.5.1 นโยบาย Thailand 4.0 กับการจัดการศึกษา 2.5.2 ทักษะที่จำเป็นสำหรับผู้เรียนในยุค Thailand 4.0

    2.5.3 การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาในยุค Thailand 4.0 2.5.4 บทบาทของสถานศึกษาในการขับเคลื่อนนโยบาย Thailand 4.0

2.6 กรอบแนวคิดในการพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้ดิจิทัลเพื่อการจัดการเรียนการสอน STEM Education

    2.6.1 องค์ประกอบด้านเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล 2.6.2 องค์ประกอบด้านการพัฒนาบุคลากรและการเรียนรู้ 2.6.3 องค์ประกอบด้านการบริหารจัดการทรัพยากรการเรียนรู้ดิจิทัล 2.6.4 องค์ประกอบด้านการออกแบบและการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ STEM Education

2.7 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

    2.7.1 งานวิจัยในประเทศ 2.7.1.1 งานวิจัยเกี่ยวกับระบบนิเวศการเรียนรู้ดิจิทัล 2.7.1.2 งานวิจัยเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอน STEM Education 2.7.1.3 งานวิจัยเกี่ยวกับการบริหารจัดการโรงเรียนประถมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ

    2.7.2 งานวิจัยต่างประเทศ 2.7.2.1 งานวิจัยเกี่ยวกับระบบนิเวศการเรียนรู้ดิจิทัล 2.7.2.2 งานวิจัยเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอน STEM Education 2.7.2.3 งานวิจัยเกี่ยวกับการบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลกับการจัดการเรียนการสอน

ประชากร(กลุ่มตัวอย่าง/กลุ่มเป้าหมาย)

การวิจัยเรื่อง "การพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้ดิจิทัล (Digital Learning Ecosystem) เพื่อยกระดับการจัดการเรียนการสอน STEM Education สำหรับโรงเรียนประถมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษในยุค Thailand 4.0" มีขอบเขตของการวิจัย ดังนี้

1. ขอบเขตด้านเนื้อหา

    1.1 การศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา และความต้องการในการพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้ดิจิทัลสำหรับการจัดการเรียนการสอน STEM Education ในโรงเรียนประถมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ โดยศึกษาองค์ประกอบ 4 ด้าน ได้แก่

  • ด้านเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (Digital Infrastructure)
  • ด้านการพัฒนาบุคลากรและการเรียนรู้ (Human Resource Development)
  • ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรการเรียนรู้ดิจิทัล (Digital Learning Resources Management)
  • ด้านการออกแบบและการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ STEM Education (STEM Learning Design and Activities)

        1.2 การพัฒนารูปแบบระบบนิเวศการเรียนรู้ดิจิทัล ประกอบด้วย

  • องค์ประกอบของระบบนิเวศการเรียนรู้ดิจิทัล
  • กระบวนการบริหารจัดการระบบนิเวศการเรียนรู้ดิจิทัล
  • แนวทางการนำรูปแบบไปใช้ในการยกระดับการจัดการเรียนการสอน STEM Education
  • การประเมินผลการใช้รูปแบบ

        1.3 การประเมินผลการใช้รูปแบบระบบนิเวศการเรียนรู้ดิจิทัล เน้นการประเมินใน 3 ระดับ คือ

  • ระดับโรงเรียน (ประสิทธิภาพการบริหารจัดการ STEM Education)
  • ระดับครูผู้สอน (ความสามารถในการจัดการเรียนการสอน STEM Education)
  • ระดับผู้เรียน (ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะด้าน STEM)

2. ขอบเขตด้านประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

        2.1 ประชากรที่ใช้ในการวิจัย

  • ครูผู้สอนในโรงเรียนประถมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ จำนวน 152 คน
  • นักเรียนในโรงเรียนประถมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ จำนวน 2,290 คน

        2.2 กลุ่มตัวอย่างในการวิจัย แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ตามขั้นตอนการวิจัย ดังนี้

  • กลุ่มที่ 1 สำหรับการศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา และความต้องการ: ครูผู้สอนจำนวน 113 คน (กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ตารางของ Krejcie & Morgan และสุ่มแบบแบ่งชั้นภูมิตามกลุ่มสาระการเรียนรู้) และผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 10 คน (เลือกแบบเจาะจง)
  • กลุ่มที่ 2 สำหรับการพัฒนารูปแบบ: ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารการศึกษา เทคโนโลยีการศึกษา และการจัดการเรียนรู้ STEM Education จำนวน 17 คน (เลือกแบบเจาะจง)
  • กลุ่มที่ 3 สำหรับการทดลองใช้และประเมินรูปแบบ: ครูผู้สอน STEM Education จำนวน 30 คน (เลือกแบบเจาะจง) และนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 จำนวน 120 คน (สุ่มแบบกลุ่ม)

3. ขอบเขตด้านตัวแปรที่ศึกษา

    3.1 ตัวแปรอิสระ ได้แก่ รูปแบบระบบนิเวศการเรียนรู้ดิจิทัล (Digital Learning Ecosystem) ประกอบด้วย

  • องค์ประกอบด้านเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
  • องค์ประกอบด้านการพัฒนาบุคลากรและการเรียนรู้
  • องค์ประกอบด้านการบริหารจัดการทรัพยากรการเรียนรู้ดิจิทัล
  • องค์ประกอบด้านการออกแบบและการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ STEM Education

3.2 ตัวแปรตาม ได้แก่

  • ประสิทธิภาพการบริหารจัดการ STEM Education ในโรงเรียน
  • ความสามารถในการจัดการเรียนการสอน STEM Education ของครูผู้สอน
  • ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะด้าน STEM ของนักเรียน

4. ขอบเขตด้านระยะเวลา

การวิจัยนี้ดำเนินการในช่วงปีการศึกษา 2๕๖๘ (พฤษภาคม 2๕๖๘ - เมษายน 2๕๖๘) โดยแบ่งการดำเนินการเป็น 3 ระยะ ดังนี้

  • ระยะที่ 1: การศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา และความต้องการ (พฤษภาคม - สิงหาคม ๒๕๖๘)
  • ระยะที่ 2: การพัฒนารูปแบบระบบนิเวศการเรียนรู้ดิจิทัล (กันยายน - พฤศจิกายน 2๕๖๘)
  • ระยะที่ 3: การทดลองใช้และประเมินผลรูปแบบ (ธันวาคม 2025 - มีนาคม 2๕๖๘)

5. ขอบเขตด้านพื้นที่

การวิจัยนี้ดำเนินการในโรงเรียนประถมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่มีจำนวนนักเรียนมากกว่า 1,500 คนขึ้นไป จำนวน 1 โรงเรียน ที่มีครูผู้สอนจำนวน 152 คน และนักเรียนจำนวน 2,290 คน ซึ่งตั้งอยู่ในเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ภาคกลาง

การเขียนอ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์
นาย.สมโภช จำปาทิพย์, https://lpeduinno.org. 2568. แหล่งที่มา : https://lpeduinno.org/ShowInno.php?id=XW9JK00000000076 ค้นเมื่อ 15 เมษายน, 2569.
ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ