แชร์หน้านี้
อ่านแล้ว 243 ครั้ง

ข้อมูลนวัตกรรม
การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา (STEM Education) เรื่อง อาหารและสารอาหาร ด้วยกระบวนการสอนแบบการสืบเสาะหาความรู้ 5E เพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนชุมชนบ้านฟ่อนวิทยา
STEM Education
ประถมศึกษา
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ข้อมูลผู้พัฒนา
นางสาวเกษราภรณ์ วังใจฟู
ครู ชำนาญการพิเศษ
ชุมชนบ้านฟ่อนวิทยา
ภาษาต่างประเทศ/วิชาภาษาอังกฤษ
0898530541
ketsarapornw@gmail.com
บทคัดย่อ/บทสรุป

    

ชื่อเรื่อง              การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา (STEM Education) เรื่อง อาหารและสารอาหาร ด้วยกระบวนการสอนแบบการสืบเสาะหาความรู้ 5E เพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการ

                      เรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนชุมชนบ้านฟ่อนวิทยา

ผู้รายงาน         นางสาวเกษราภรณ์  วังใจฟู

ปีที่วิจัย           2567

 

 

 

บทคัดย่อ

 

การวิจัยเรื่อง การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา (STEM Education) เรื่อง อาหารและสารอาหาร ด้วยกระบวนการสอนแบบการสืบเสาะหาความรู้ 5E เพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนชุมชนบ้านฟ่อนวิทยามีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา (STEM Education) เรื่อง อาหารและสารอาหาร ด้วยกระบวนการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5E2) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา (STEM Education) เรื่องอาหารและสารอาหาร ด้วยกระบวนการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5E ผู้วิจัยได้ศึกษากับกลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่  นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563  ของโรงเรียนชุมชนบ้านฟ่อนวิทยา จำนวน 1 ห้องเรียน จำนวน 13  คน ซึ่งได้มาจากการคัดเลือกแบบเจาะจง (Purposive Random Sampling)  เครื่องมือในการวิจัยประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนการสอนวิชาภาษาอังกฤษ โดยใช้เกมประกอบ จำนวน 8 แผน/แผนละ  1  ชั่วโมง  รวมทั้งสิ้น  8  ชั่วโมง แบบทดสอบแบบปรนัยจำนวน 40 ข้อ และแบบสอบถามความพึงพอใจจำนวน 1 ฉบับ ซึ่งการวิจัยครั้งนี้ได้มีการวิเคราะห์ข้อมูลทั้งเชิงปริมาณและการวิเคราะห์คุณภาพ ตามวัตถุประสงค์การวิจัยตามลำดับ

 

ผลการศึกษาพบว่า 

          1. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา (STEM Education) เรื่อง อาหารและสารอาหาร ด้วยกระบวนการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5E มีคะแนนหลังการจัดการเรียนรู้สูงขึ้นกว่าก่อนการจัดการเรียนรู้ โดยค่าคะแนนเฉลี่ยก่อนการจัดการเรียนรู้เท่ากับ 18.08 คะแนน และค่าคะแนนเฉลี่ยหลังการจัดการเรียนรู้เท่ากับ 27.77 คะแนน

          2. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา (STEM Education)  เรื่อง อาหารและสารอาหาร ด้วยกระบวนการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5E มีค่าเฉลี่ยทั้งหมดเท่ากับ 4.76 ซึ่งอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านทุกด้านพบว่าอยู่ในระดับมากที่สุด

    

 

หลักการและเหตุผล

    ในปัจจุบันการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เป็นการสอนที่เน้นเนื้อหาและความจำมากกว่ากระบวนการ นักเรียนส่วนใหญ่มีทักษะไม่เพียงพอและไม่อาจตัดสินใจแก้ปัญหาได้อย่างมีเหตุผลเพียงพอ ครูจึงต้องมีการวางแผนจัดการเรียนรู้ที่ดี โดยใช้เทคนิคการสอนที่หลากหลาย สอดคล้องกับมาตรฐานตัวชี้วัดด้วยรูปแบบการเรียนรู้ที่มีความหลากหลายและแตกต่างกันไป การจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ต้องมีการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียนโดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล และจัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกการปฏิบัติให้ทำได้ คิดเป็น ทำเป็น รักการอ่านและเกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งวิชาวิทยาศาสตร์มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาความคิดมนุษย์ ทำให้มนุษย์มีความคิดสร้างสรรค์ คิดอย่างมีเหตุผล เป็นระบบ มีแบบแผน สามารถวิเคราะห์ปัญหาหรือสถานการณ์ได้อย่างถี่ถ้วนรอบคอบ ช่วยให้คาดการณ์ วางแผน ตัดสินใจ แก้ปัญหา ลงมือปฏิบัติ สรุปเนื้อหา สร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้องเหมาะสม

ข้าพเจ้าได้รับมอบหมายให้จัดกิจกกรรมการเรียนการสอนรายวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในปีการศึกษาที่ผ่านมา พบว่าผลการเรียนรายวิชาวิทยาศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และรวมไปถึงเจตคติต่อการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนเป็นไปในลักษณะที่มีเจตคติที่ไม่ดีต่อวิชาวิทยาศาสตร์ ผู้เรียนขาดความเข้าใจ ขาดทักษะกระบวนการคิด การแก้ปัญหา ส่งผลต่อผลการเรียนรู้ ซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุอีกประการหนึ่งที่ทำให้มีผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนต่ำ  ดังนั้นถ้าหากปัญหาดังกล่าวไม่ได้รับการแก้ไขจะทำให้เกิดปัญหาในระยะยาวต่อการเรียนรู้ของนักเรียน นักเรียนไม่สามารถเข้าใจเนื้อหาในวิชาวิทยาศาสตร์ ไม่สนใจเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ มีเจตคติที่ไม่ดีต่อวิชาวิทยาศาสตร์ทำให้มีผลกระทบต่อการนำไปใช้ในชีวิตประจำวันและการศึกษาต่อ

จากปัญหาดังกล่าวข้าพเจ้าเลือกที่จะศึกษาโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้  ด้วยกระบวนการสอนแบบการสืบเสาะหาความรู้ 5E เพื่อนำมาพัฒนาผู้เรียนในด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ในเรื่อง อาหารและสารอาหาร ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีแนวคิดที่ถูกต้อง และพัฒนาความสามารถในด้านการคิดวิเคราะห์ของนักเรียน ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน และส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น  ผลการศึกษาครั้งนี้จะเป็นสารสนเทศพื้นฐานสำหรับนำไปปรับปรุงการเรียนการสอนกลุ่มในรายวิชาวิทยาศาสตร์ให้มีประสิทธิภาพต่อไป

 

วัตถุประสงค์

1. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการ เรียนรู้ เรื่อง อาหารและสารอาหาร ด้วยกระบวนการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5E

2. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่องอาหารและสารอาหาร ด้วยกระบวนการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5E

แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง

ในการศึกษาเรื่องการพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา (STEM Education) เรื่อง อาหารและสารอาหาร ด้วยกระบวนการสอนแบบการสืบเสาะหาความรู้ 5E เพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนชุมชนบ้านฟ่อนวิทยา โดยได้ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวของกับแนวคิด ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และได้นำเสนอตามหัวข้อต่อไปนี้

1.รูปแบบของการสอนแบบการสืบเสาะหาความรู้แบบ 5 E

2.ชุดกิจกรรมการเรียนรู้

3.ความพึงพอใจ

 

วิธีการพัฒนา

1. การเก็บรวบรวมข้อมูล

          การเก็บรวบรวมข้อมูลมีวิธีการดำเนินการดังนี้

          1. ทำแบบทดสอบก่อเรียน(Pre-test) โดยใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและบันทึกคะแนน

          2. นำแผนการจัดการเรียนรู้ที่มีชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่องอาหารและสารอหาหาร ด้วยกระบวนการสอนแบบการสืบเสาะหาความรู้ 5E ไปใช้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนชุมชนบ้านฟ่อนวิทยา

          3. ทำแบบทดสอบหลังเรียน (Post-test) โดยใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนและบันทึกคะแนน

          4. ทำแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ด้วยกระบวนการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5E

          5. นำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์

          6. สรุปและอภิปรายผล          

     2. ระยะเวลาในการดำเนินการ

ดำเนินการทดลองในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 ใช้ระยะเวลาจำนวน 10 ชั่วโมง ตั้งแต่ 5 มกราคม 2567 - 3 กุมภาพันธ์ 2567 โดยผู้ศึกษาเป็นผู้ทำการทดลองด้วยตัวเอง

 

การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติ

การทดลองใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง อาหารและสารอาหาร ในการเรียนการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5E ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนชุมชนบ้านฟ่อนวิทยา โดยการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนระหว่างก่อนเรียนกับหลังเรียน ผู้ศึกษาได้ดำเนินการดังนี้

3.1 เลือกกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่เรียนในวิชาวิทยาศาสตร์  รหัสวิชา ว 16101 ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 โรงเรียนชุมชนบ้านฟ่อนวิทยา จำนวน 1 ห้องเรียน ประกอบด้วยนักเรียน 13 คน ซึ่งได้มาจากการคัดเลือกแบบเจาะจง (Purposive Random Sampling)

3.2 ชี้แจง ทำความเข้าใจกับผู้เรียนเกี่ยวกับการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยตนเอง เพื่อให้เกิดความเข้าใจ และคุ้นเคยกับวิธีการเรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้

3.3 ทำการทดสอบก่อนเรียน ด้วยแบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแบบปรนัย เรื่อง อาหารและสารอาหาร จำนวน 40 ข้อ คะแนนเต็ม 40 คะแนน ใช้เวลาในการสอบ 60 นาที

3.4 ดำเนินการสอนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ 5E เรื่อง อาหารและสารอาหาร จำนวน 8 ชั่วโมง โดยมีรายละเอียดเนื้อหา ดังนี้

      ปฐมนิเทศ และวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนการจัดการเรียนรู้ ใช้เวลา 1 ชั่วโมง

      ชุดที่ 1 เรื่อง อาหารและสารอาหาร ใช้เวลาเรียน 3 ชั่วโมง

      ชุดที่ 2 เรื่อง พลังงานจากสารอาหาร ใช้เวลาเรียน 3 ชั่วโมง

การวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังการจัดการเรียนรู้ และวัดความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ใช้เวลา 1 ชั่วโมง

สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล
1. ค่าเฉลี่ย

2. ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

        

ประชากร(กลุ่มตัวอย่าง/กลุ่มเป้าหมาย)

ประชากร และกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา
00                    1) ประชากรที่ใช้ ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนชุมชนบ้านฟ่อนวิทยา จำนวน 2 ห้อง รวมประชากรทั้งสิ้น 40 คน
00                    2) กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563  ของโรงเรียนชุมชนบ้านฟ่อนวิทยา จำนวน 1 ห้องเรียน จำนวน 13  คน ซึ่งได้มาจากการคัดเลือกแบบเจาะจง (Purposive Random Sampling)

ผลที่เกิดจากผู้เรียน

          1. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง อาหารและสารอาหาร ด้วยกระบวนการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5E มีคะแนนหลังการจัดการเรียนรู้สูงขึ้นกว่าก่อนการจัดการเรียนรู้ โดยค่าคะแนนเฉลี่ยก่อนการจัดการเรียนรู้เท่ากับ 18.08 คะแนน และค่าคะแนนเฉลี่ยหลังการจัดการเรียนรู้เท่ากับ 27.77 คะแนน

         2. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง อาหารและสารอาหาร ด้วยกระบวนการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5E มีค่าเฉลี่ยทั้งหมดเท่ากับ 4.76 ซึ่งอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านทุกด้านพบว่าอยู่ในระดับมากที่สุด

 

การอ้างอิง

เกษณี สิมสีดา. (2550). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง อาหารและสารอาหารโดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 5 ขั้น ชั้น

ประถมศึกษาปีที่ 4. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอนคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, มหาสารคาม.

ชาคริต เดชโยธิน. (2549). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ตามรูปแบบวัฏจักรการเรียนรู้ เรื่อง สารในชีวิตประจำวัน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6.
           วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน คณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, มหาสารคาม.

ชัยวัฒน์ สุทธิรัตน์. (2552). 80 นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ. กรุงเทพฯ: แดเน็กซ์ อินเตอร์คอร์ปอเรชั่น.

บุญเกื้อ  ควรหาเวช.(2545 ). นวัตกรรมการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุงเทพมหานคร : เอสอาพริ้นติ้ง.

ประภัสสร โพธิโน. (2549). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ เรื่องสารในชีวิตประจำวัน สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยการเรียนรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 5 ขั้น

           (5Es).วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, มหาสารคาม.

ไพรัช หลงมีวงศ์. (2550). ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การดำรงชีวิตของสัตว์ โดยใช้การเรียนแบบวัฏจักรการเรียนรู้ 5E ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและเจตคติเชิง

            วิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิตสาขาวิชาหลักสูตรและการสอน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, มหาสารคาม.

ภนิดา  ชัยปัญญา.(2541). การวัดความพึงพอใจ. กรุงเทพมหานคร : แสงอักษร.

ระพินทร์ โพธิ์ศรี. (2550). การสร้างชุดกิจกรรมการจัดการเรียนรู้. อุตรดิตถ์: คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์.

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.). (2546). การจัดสาระการเรียนรู้กลุ่มวิทยาศาสตร์หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพฯ: สถาบันส่งเสริมการสอน

             วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.

สมยศ  นาวีการ. (2541). การบริหาร คู่มือและแบบทดสอบ.  กรุงเทพมหานคร : บรรณกิจ.

สุคนธ์ สินธพานนท์. (2558). การจัดการเรียนรู้ของครูยุคใหม่เพื่อพัฒนาทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21.กรุงเทพฯ: 9119 เทคนิคพริ้นติ้ง.

สุชีรา  ภัทรายุตวรรน์.(2545). คู่มือการวัดทางจิตวิทยา.  กรุงเทพมหานคร : เมดิคัลมีเดีย.

สุพัตรา ประกอบพานิช. (2549). ผลการเรียนแบบวัฏจักรการเรียนรู้ 5 ขั้น (5E) ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและเจตคติเชิงวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4.

           วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, มหาสารคาม.

สุรางค์  โค้วตระกูล. (2541).  จิตวิทยาการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สุวิทย์  มูลคำและคณะ. (2550). ครบเครื่องเรื่องการคิด. พิมพ์ครั้งที่ 9.กรุงเทพมหานคร : ห้างหุ้นส่วนจำกัดภาพพิมพ์.

Herzberg.,  et al.  (1959).  The Motivation to Work.  New York : John Wiley and Son.

 

การต่อยอดและพัฒนา

     1. ควรศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับการจัดทำชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ไปใช้ในการจัดการเรียนกับวิชาอื่นๆ และนักเรียนระดับชั้นอื่นๆ

     2. ควรมีการศึกษาเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ กับวิธีการสอนแบบอื่นๆ

การเขียนอ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์
นางสาว.เกษราภรณ์ วังใจฟู, https://lpeduinno.org. 2568. แหล่งที่มา : https://lpeduinno.org/ShowInno.php?id=YKC2D00000000054 ค้นเมื่อ 15 เมษายน, 2569.


ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ